พระราชบัญญัติ โทรเลขและโทรศัพท์ พุทธศักราช 2477
  • Registration / ลงทะเบียน
ป้ายโฆษณา
พระราชบัญญัติ โทรเลขและโทรศัพท์ พุทธศักราช 2477 PDF พิมพ์ อีเมล
AddThis Social Bookmark Button

 

พระราชบัญญัติ โทรเลขและโทรศัพท์ พุทธศักราช 2477

นริศรานุวัดติวงศ์
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(
ตามพระราชกฤษฎีกาลงวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2476)

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้า ฯ สั่งว่า
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรถวายคำปรึกษาว่า เนื่องจากพาณิชยกรรมของประเทศได้เจริญขึ้น สมควรแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวด้วยการโทรเลขและโทรศัพท์ซึ่งยังคงใช้อยู่ในเวลานี้ เพื่อให้ความสะดวกแก่ประชาชนและเหมาะสมควรแก่กาลสมัยยิ่งขึ้น
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้

ความเบื้องต้น

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า "พระราชบัญญัติโทรเลขและโทรศัพท์ พุทธศักราช 2477"

มาตรา 2* ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

*[รก.2477/-/768/28 ตุลาคม 2477]

มาตรา 3 ให้ยกเลิกกฎหมายโทรเลข จุลศักราช 1246 และบรรดา กฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ๆ ที่ขัดหรือแย้งกับบทบังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 3 ทวิ* พระราชบัญญัตินี้ในส่วนที่ว่าด้วยการตั้ง ทำหรือบำรุง การโทรศัพท์ มิให้ใช้บังคับแก่กิจการโทรศัพท์ของกระทรวงกลาโหมที่ใช้ในราชการทหารโดยเฉพาะ

ในกรณีที่กระทรวงกลาโหมประสงค์จะเชื่อมโยงกิจการโทรศัพท์ของกระทรวงกลาโหมตามวรรคหนึ่งเข้ากับข่ายสายโทรศัพท์ขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ให้กระทรวงกลาโหมทำความตกลงกับองค์การโทรศัพท์แห่ง ประเทศไทยก่อน

*[มาตรา 3 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2517]


หมวด 1
บทวิเคราะห์ศัพท์

มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ ถ้าข้อความใดมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น
(1) "
เครื่องโทรเลขหรือเครื่องโทรศัพท์" หมายความว่า เครื่อง โทรเลขหรือเครื่องโทรศัพท์ชนิดใช้กำลังไฟฟ้ารวมทั้งเครื่องใช้และเครื่อง สำหรับส่ง หรือทำการโทรเลขโทรศัพท์ หรือการคมนาคมอย่างอื่นโดยใช้กำลัง ไฟฟ้า
(2) "
พนักงานโทรเลข" หมายความว่า บุคคลผู้รับทำประจำรือชั่วคราว ซึ่งงานอันเกี่ยวกับโทรเลขซึ่งรัฐบาลได้ตั้งขึ้น บำรุงหรือทำอยู่
(3) "
พนักงานโทรศัพท์" หมายความว่า บุคคลผู้รับทำประจำหรือชั่วคราว ซึ่งงานอันเกี่ยวกับโทรศัพท์ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งขึ้น บำรุงหรือทำอยู่
(4) "
ข่าวสาร" หมายความว่า ข่าวอย่างใด ๆ ซึ่งส่งถึงกัน ทางโทรเลขหรือโทรศัพท์ หรือที่ยื่นต่อพนักงานโทรเลขหรือโทรศัพท์เพื่อให้ส่งทางโทรเลขหรือโทรศัพท์ หรือเพื่อให้ส่งมอบ
(5) "
คำโทรเลข" หมายความว่า ข่าวสารใด ๆ ที่ส่งหรือจำนง จะส่งทางโทรเลข
(6) "
สายโทรเลข" หรือ "สายโทรศัพท์" หมายความว่า สายลวดที่ใช้สำหรับการโทรเลขหรือโทรศัพท์ และหมายความรวมทั้งของห่อ ของหุ้มหลอด หรือท่อที่สวมสายนั้น ตลอดจนเครื่องใช้และเครื่องแห่งสิ่งเหล่านั้นที่ใช้ประกอบกับสายลวด
(7) "
เสา" หมายความตลอดถึงหลัก เสาป้าย สายโยง สลัก หรือเครื่องประกอบอย่างอื่นที่ทำขึ้นสำหรับรับ แขวน ดึง หรือค้ำสายโทรเลขหรือ โทรศัพท์

(8) "เจ้าหน้าที่โทรเลข" หมายความว่า เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ ควบคุมโทรเลขในขณะนั้น และรวมทั้งเจ้าพนักงานใด ๆ ซึ่งได้รับอำนาจจาก ผู้นั้นให้ทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่โทรเลขทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ตามความใน พระราชบัญญัตินี้

(9) "เจ้าหน้าที่โทรศัพท์" หมายความว่า เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ ควบคุมโทรศัพท์ในขณะนั้น และรวมทั้งเจ้าพนักงานใด ๆ ซึ่งได้รับอำนาจจาก ผู้นั้นให้ทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่โทรศัพท์ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ตามความใน พระราชบัญญัตินี้

(10) "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้บังคับบัญชาราชการกรมไปรษณีย์โทรเลข

(11) "อธิบดี" หมายความว่า อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข ผู้แทนหรือเจ้าหน้าทีอื่น ซึ่งทำการในตำแหน่งอธิบดี

(12) "กรม" หมายความว่า กรมไปรษณีย์โทรเลข

(13) "ที่ทำการโทรเลข" หรือ "ที่ทำการโทรศัพท์" หมายความตลอดถึงโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง ห้อง รถ หรือสถานที่ทุกแห่งที่ใช้เป็นที่ทำการโทรเลขหรือโทรศัพท์

(14) "โทรเลขนิเทศ" หมายความว่า สมุดกฎข้อบังคับ คำสั่ง หรือ
ประกาศว่าด้วยการโทรเลขทั่วไป อันพึงต้องปฏิบัติตามความในพระราชบัญญัตินี้หรือตามสัญญาสากลโทรเลข

 

หมวด 2
อำนาจสิทธิขาด

มาตรา 5 รัฐบาลทรงไว้ซึ่งอำนาจสิทธิขาดที่จะตั้ง บำรุงและทำการโทรเลขและโทรศัพท์ภายในราชอาณาจักรสยาม
อำนาจนี้ท่านมอบหมายให้ไว้แก่กรมไปรษณีย์โทรเลข

มาตรา 6 ภายในราชอาณาจักรสยาม ให้กรมไปรษณีย์โทรเลขมีสิทธิ และหน้าที่แต่ผู้เดียวในอันที่จะ
(1) ตั้งทำและบำรุงที่ทำการโทรเลขและโทรศัพท์ในตำบลใด ๆ ซึ่งรัฐมนตรีเห็นสมควร
(2)
ตั้งเสาและขึงสายลวด หรือวางสายลวด หรือสายลวดใหญ่ใต้ดินหรือใต้น้ำ หรือทำกิจการอย่างอื่นเพื่อการคมนาคมทางโทรเลขหรือโทรศัพท์
(3)
รับ เก็บ ส่ง และส่งมอบข่าวสารและกระทำการงานอย่างอื่นทุกอย่างอันเกี่ยวแก่การโทรเลขหรือโทรศัพท์ตามระเบียบข้อบังคับ คำสั่ง และกฎที่รัฐมนตรีได้ตั้งขึ้น

มาตรา 7 อธิบดีอาจออกใบอนุญาตเฉพาะให้แก่บุคคลใดให้ตั้ง ทำหรือบำรุงการโทรเลขหรือโทรศัพท์ที่ใดที่หนึ่งภายในราชอาณาจักร เพื่อใช้เองโดยกำหนดเงื่อนไขและให้เสียเงินค่าธรรมเนียมตามที่อธิบดีจะเห็นสมควร

มาตรา 8 อธิบดีจะถอนใบอนุญาตที่ได้ออกให้ตามความในมาตรา 7 ในเวลาใด ๆ ก็ได้เมื่อมีการกระทำผิดต่อเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง หรือเมื่อขาดส่งค่าธรรมเนียมอย่างใด ๆ ที่จะต้องเสียตามความในใบอนุญาตนั้น

มาตรา 9 ในเวลาประกาศใช้กฎอัยการศึก หรือในเวลาสงคราม ท่านว่ารัฐมนตรี หรือเจ้าพนักงานคนใดที่ได้รับอนุญาตพิเศษจากรัฐมนตรีให้เป็นผู้แทน

(ก) อาจเข้าครอบครองชั่วคราว ซึ่งเครื่องโทรเลขหรือโทรศัพท์ใด ๆ ที่ผู้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ได้ตั้ง ทำหรือบำรุงอยู่และ

(ข) อาจมีคำสั่งว่า ข่าวสารใด ๆ หรือข่าวสารประเภทใดที่มีถึงหรือส่งจากบุคคลใด ๆ หรือบุคคลจำพวกใด หรือเกี่ยวแก่เรื่องราวโดยเฉพาะอย่างหนึ่งอย่างใดที่นำมายื่นไว้เพื่อให้ส่งหรือที่ส่งไป หรือที่รับไว้โดยเครื่องโทรเลขใด ๆ เป็นอันห้ามไม่ให้ส่ง หรือเป็นอันงด หรือให้กักไว้ หรือให้เปิดเผยแก่รัฐบาล หรือแก่เจ้าพนักงานที่ระบุไว้ในคำสั่งนั้น

มาตรา 39 ให้รัฐมนตรีมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อการนี้ให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราในการส่ง ข่าวสาร วางข้อขีดขั้นในการส่งข่าวสาร วางระเบียบว่าด้วยการป้องกันการงดส่งหรือเปิดเผยข่าวสาร โดยมิชอบว่าด้วยการเก็บรักษาคำโทรเลขหรือเอกสารอื่น ๆ ที่เป็นของพนักงานโทรเลข หรืออยู่ในพิทักษ์ของพนักงานโทรเลข กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมขอดูคำโทรเลข หรือเอกสารอื่นที่อยู่ในพิทักษ์ ของพนักงานโทรเลขและกิจการอย่างอื่นเพื่อรักษาการให้เป็นไปตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ประกาศมา ณ วันที่ 16 ตุลาคม พุทธศักราช 2477 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
นายพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา
นายกรัฐมนตรี

มาตรา 10 ในเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า ข่าวสารใดเกี่ยวด้วย อุบายใด ๆ ที่จะชักจูงให้กระทำ หรือเกี่ยวด้วยการกระทำอย่างใด ๆ อันเป็นความผิดอาญา เจ้าหน้าที่โทรเลขอาจ

(ก) งดการส่งข่าวสารนั้นไว้ แล้วรีบรายงานไปยังรัฐมนตรีเพื่อจะได้ออกคำสั่งเป็นเด็ดขาด หรือ
(
ข) ส่งข่าวสารไป แต่ให้ส่งสำเนาข่าวสารนั้นแก่เจ้าพนักงาน ปกครองท้องที่

มาตรา 11 ให้อธิบดีจัดทำโทรเลขนิเทศขึ้น เพื่อใช้ประกอบกับ พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไข ตัดทอนเพิ่มเติมหรือยกเลิก เสียได้เป็นคราว ๆ โทรเลขนิเทศนั้นเมื่อได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีและพิมพ์ ออกโฆษณาแล้วให้ใช้บังคับได้

มาตรา 12 รัฐบาลไม่ต้องรับผิดชอบในการสูญหาย หรือเสียหายอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งหากเกิดขึ้นเพราะเหตุที่เครื่องโทรเลขใช้การไม่สะดวกหรือพนักงานโทรเลขคนใดบกพร่องต่อหน้าที่อันเกี่ยวแก่การรับการส่ง หรือการส่งมอบข่าวสารใด ๆ และพนักงานนั้น ๆ ก็ไม่ต้องรับผิดชอบในการสูญหายหรือเสียหายนั้น ๆ เว้นแต่ตนจะก่อให้เกิดขึ้นโดยเจตนา หรือโดยกลฉ้อฉล หรือโดยความประมาทเลินเล่อ

มาตรา 13 รัฐบาลไม่ต้องรับผิดชอบในการสูญหาย หรือเสียหายอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งหากเกิดขึ้นเพราะเหตุที่เครื่องโทรศัพท์ใช้การไม่สะดวก หรือพนักงานโทรศัพท์คนใดบกพร่องต่อหน้าที่อันเกี่ยวแก่การขาน การเรียก ฯลฯ และพนักงานนั้น ๆ ก็ไม่ต้องรับผิดชอบในการสูญหายหรือเสียหายนั้น ๆ เว้นแต่ตนจะก่อให้เกิดขึ้นโดยเจตนาหรือโดยกลฉ้อฉลหรือโดยความประมาทเลินเล่อ

 

หมวด 3
อำนาจตั้งเสาและขึงสายโทรเลขหรือโทรศัพท์

มาตรา 14 กรมมีอำนาจที่จะขึงและบำรุงสายโทรเลข หรือ โทรศัพท์ไปใต้ เหนือ ตาม หรือข้ามอสังหาริมทรัพย์ใด ๆ และตั้งเสาลงใน หรือบนอสังหาริมทรัพย์ใด ๆ ได้ตามยุคตามคราว แต่
(ก) กรมต้องไม่ใช้อำนาจที่ได้รับมอบหมายไว้โดยบทมาตรานี้ นอกจากที่เกี่ยวแก่การโทรเลขหรือโทรศัพท์ที่กรมได้ตั้งขึ้น หรือบำรุงอยู่เอง
(
ข) ในการใช้อำนาจที่ให้ไว้ตามมาตรานี้ กรมต้องพยายามให้ มีความเสียหายน้อยที่สุดที่จะเป็นได้ และเมื่อได้ใช้อำนาจนี้แก่ทรัพย์สินใด ๆ กรมต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนให้แก่บุคคลผู้ได้รับความเสียหายใด ๆ เพราะเหตุที่กรมได้ใช้อำนาจนั้น

มาตรา 15 พนักงานเจ้าหน้าที่อาจเข้าไปในที่ที่มีสาย หรือเสา โทรเลขหรือโทรศัพท์อยู่ใต้ เหนือ ตาม ข้าม ใน หรือ บน ในเวลาหนึ่ง เวลาใดโดยบอกให้เจ้าของหรือผู้ครองทรัพย์สินทราบเพื่อตรวจตรา ซ่อมแซม เปลี่ยนแปลง หรือย้าย ถอนสาย หรือเสาโทรเลขหรือโทรศัพท์

มาตรา 16 (1) ถ้ามีผู้ต่อสู้หรือขัดขวางต่อการใช้อำนาจเกี่ยวแก่ ทรัพย์สินดังกล่าวไว้ในมาตรา 14 ท่านว่ากรมการอำเภอจะสั่งให้ยอมให้ กรมใช้อำนาจนั้นก็ได้ แล้วแต่จะเห็นควร

(2) ถ้าเกิดมีข้อโต้เถียงขึ้นด้วยเรื่องจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนที่จะต้องใช้ตามความในมาตรา 14 ให้คู่พิพาทเลือกตั้งคนกลางฝ่ายละคน แต่ถ้าภายในกำหนดสามเดือนนับแต่วันที่ฝ่ายหนึ่งได้แจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบถึง การตั้งคนกลางฝ่ายตนแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งยังหาตั้งคนกลางขึ้นไม่ ฝ่ายที่ได้ส่ง คำแจ้งความไปนั้นอาจร้องขอต่อศาลให้ตั้งคนกลางแทนฝ่ายที่ละเลยนั้นได้

ให้คนกลางกำหนดจำนวนค่าสินไหมทดแทนอันสมควรที่จะต้องใช้ในเรื่องนั้น ถ้าและความเห็นของคนกลางก้ำกึ่งกัน คนกลางอาจเลือกตั้งผู้ชี้ขาดขึ้นคนหนึ่ง เพื่อวินิจฉัยข้อพิพาทโดยถือตามความเห็นฝ่ายข้างมาก และให้ถือ เอาความเห็นฝ่ายข้างมากเป็นคำชี้ขาด ถ้าคนกลางไม่ตกลงกันในการเลือกตั้งผู้ชี้ขาด ก็ให้ร้องขอต่อศาลให้เลือกตั้งผู้ชี้ขาด

มาตรา 17 ข้อโต้เถียงใด ๆ ซึ่งหากเกิดขึ้นเกี่ยวด้วยสิทธิของกรมและของเจ้าของที่ดินตามวรรค 3-4 ในมาตรา 1352 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ท่านให้ตกลงกันโดยวิธีตั้งคนกลางชำระตามทำนองที่บัญญัติไว้ในมาตรา 16

มาตรา 18 ถ้ามีต้นไม้อยู่ใกล้สายโทรเลขหรือโทรศัพท์เป็นการ ขัดข้องหรือน่าจะขัดข้องต่อการคมนาคมทางโทรเลขหรือโทรศัพท์ กรมจะ จัดการให้ย้ายถอนต้นไม้นั้นเสีย หรือจัดการอย่างอื่นตามแต่จะเห็นสมควร ก็ได้

แต่ถ้าต้นไม้นั้นมีอยู่ก่อนเวลาขึงสายโทรเลขหรือโทรศัพท์ กรมต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลผู้มีส่วนได้เสียในต้นไม้นั้นตามที่เห็นสมควร ถ้าบุคคลผู้ชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนไม่พอใจในจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่กรมกำหนดให้ จะร้องอุทธรณ์ไปยังรัฐมนตรีก็ได้ คำวินิจฉัยชี้ขาดของรัฐมนตรีนั้นเป็นที่สุด

มาตรา 19 บรรดาสายหรือเสาโทรเลขหรือโทรศัพท์ที่ก่อนใช้ พระราชบัญญัตินี้มีอยู่ใต้ เหนือ ตาม ข้าม ใน หรือบนทรัพย์สินใด เพื่อ ประโยชน์แก่การโทรเลขหรือโทรศัพท์ซึ่งกรมได้ตั้งขึ้น หรือบำรุงอยู่นั้น ให้ถือว่าได้ขึงหรือตั้งขึ้นโดยอำนาจที่ได้มอบหมายไว้ในพระราชบัญญัตินี้ และเป็นการถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ด้วยทุกประการ

มาตรา 20 ห้ามมิให้ผู้ใดขึงสายลวดเพื่อใช้กำลังไฟฟ้าผ่านสาย โทรเลขหรือโทรศัพท์ที่มีอยู่ใต้ เหนือ ตาม ข้าม ใน หรือบนทรัพย์สินใด ๆ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากกรม

 

หมวด 4
บทกำหนดโทษ

มาตรา 21 เมื่อได้มีคำสั่งกรมการอำเภอตามความในมาตรา 16 (1) แล้ว ผู้ใดขัดขวางต่อการที่เจ้าพนักงานใช้อำนาจนั้น ท่านให้ถือว่า ผู้นั้นกระทำความผิดตามมาตรา 119 หรือมาตรา 120 แห่งกฎหมายลักษณะ อาญา

มาตรา 22 ผู้ใดตั้ง ทำหรือบำรุง เครื่องโทรเลขหรือโทรศัพท์ โดยมิได้มีใบอนุญาตตามความในมาตรา 7 หรือขึงสายลวดเพื่อใช้กำลัง ไฟฟ้าโดยมิได้มีใบอนุญาตตามความในมาตรา 20 หรือกระทำผิดเงื่อนไข ข้อใดข้อหนึ่งที่กล่าวไว้ในใบอนุญาต หรือหนังสืออนุญาตก็ดี ท่านว่าผู้นั้น มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ปรับเรียงรายสัปดาห์ไม่เกินสองร้อยห้าสิบบาท ทุก ๆ สัปดาห์ หรือเศษแห่งสัปดาห์ตลอดเวลาที่ยังคงบำรุง หรือใช้แนว สาย หรือสายลวดอยู่ หรือที่ยังคงทำผิดเงื่อนไขอยู่

มาตรา 23 ผู้ใดรู้หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีผู้ตั้งทำหรือบำรุง เครื่องโทรเลขหรือ

โทรศัพท์ฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัตินี้ บังอาจส่งหรือรับข่าวสารใด ๆ โดยเครื่องโทรเลขหรือโทรศัพท์นั้นก็ดี หรือกระทำการอย่างใด ๆ ที่ เกี่ยวเนื่องด้วย หรือส่งมอบข่าวสารใด ๆ เพื่อให้ส่งไปโดยเครื่องโทรเลข หรือโทรศัพท์นั้นก็ดี หรือรับมอบข่าวสารใด ๆ ที่ส่งมาโดยเครื่องนั้นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

มาตรา 24 ผู้ใดใช้อุบายอย่างใด ๆ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อล่วงรู้หรือติดต่อถึงกันซึ่งเนื้อความในข่าวสารโทรเลขโทรศัพท์ใด ๆ ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกิน ห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 25 ผู้ใดเอาความหมายของอาณัติสัญญาณหรือข่าวสาร โทรเลขโทรศัพท์ทั้งหมดหรือบางส่วนไปแพร่งพรายแก่บุคคลใด ๆ ผู้ไม่มีสิทธิ จะรู้ ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับ ไม่เกินพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 26 ผู้ใดเป็นพนักงานโทรเลขหรือโทรศัพท์ บังอาจส่งไปโดยทางโทรเลขหรือโทรศัพท์ซึ่งข่าวสารใด ๆ ที่ยังมิได้เสียค่าธรรมเนียมตามที่รัฐบาลได้กำหนดไว้โดยเจตนาจะฉ้อโกงรัฐบาล ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 27 ผู้ใดเป็นพนักงานโทรเลขหรือโทรศัพท์ หรือเป็นผู้มีหน้าที่ราชการติดต่อกับที่ทำการใด ๆ ที่ใช้เป็นที่ทำการโทรเลขหรือโทรศัพท์ จงใจเชือนแชหรือประวิงในการส่งหรือการมอบข่าวสารใด ๆ ให้ถูกต้อง ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบห้าวัน หรือปรับไม่เกินห้าสิบบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 28 ผู้ใดส่งหรือจัดให้ส่งโดยทางโทรเลขหรือโทรศัพท์ซึ่งข่าวสารอันตนรู้อยู่ว่าเป็นเท็จหรือที่ตนแต่งขึ้น และน่าจะก่อให้เกิดเสียหายแก่ประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 29 ผู้ใดโดยกลฉ้อฉลหรือจงใจบังอาจยึด ซ่อนเร้น พาหนี หรือกักข่าวสารอันควรส่งมอบให้แก่บุคคลอื่น หรือเมื่อเจ้าหน้าที่แผนกโทรเลขหรือโทรศัพท์ได้ร้องขอให้ส่งมอบข่าวสารนั้น ๆ ตนได้รับไว้แล้วละเลยหรือปฏิเสธไม่ยอมกระทำตาม ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 30 ผู้ใดเขียน วาด ทาสี แกะสลัก หรือปิดกระดาษใบแจ้งความประกาศ บัญชี แผ่นป้าย หรือสิ่งอื่นใดลงในหรือบน หรือทำการอย่างใด ๆ แก่เสา หรือสัมภาระอย่างอื่นสำหรับใช้ในการโทรเลขหรือโทรศัพท์ให้เสื่อมเสียไปโดยมิได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าสิบบาท

มาตรา 31 ผู้ใดปีนป่ายเสา หลักอาณัติสัญญาณหรือขึ้นไปบนทุ่นใด ๆ อันเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องโทรเลขหรือโทรศัพท์ หรือที่ใช้เกี่ยวแก่การโทรเลข โทรศัพท์ โดยมิได้รับอนุญาตอันชอบด้วยกฎหมาย ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าสิบบาท

มาตรา 32 ผู้ใดบังอาจย้ายถอนหรือลบเลือนเสียโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งประกาศหรืออาณัติสัญญาณใด ๆ ที่มีไว้สำหรับการโทรเลขหรือโทรศัพท์ หรือเสา สาย หรือสัมภาระอย่างอื่นสำหรับใช้ในการโทรเลขหรือโทรศัพท์ ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินร้อยบาท

มาตรา 33 ผู้ใดชักว่าวในที่ใกล้ชิดอันอาจเป็นอันตรายแก่สายโทรเลขหรือโทรศัพท์ หรือเลินเล่อทำให้หางว่าวหรือสายว่าวเกี่ยวพันสายโทรเลขหรือโทรศัพท์ หรือสัมภาระอย่างอื่นสำหรับใช้ในการโทรเลขหรือโทรศัพท์ ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินร้อยบาท

มาตรา 34 ผู้ใดผูกกระบือ โค ช้าง ม้า ลา หรือสัตว์อื่น ๆ หรือผูกเรือ หรือแพ หรือแหอวน หรือสิ่งอื่น ๆ กับเสา หรือกับสัมภาระอย่างอื่น สำหรับใช้ในการโทรเลขหรือโทรศัพท์ ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินร้อยบาท

มาตรา 35 ผู้ใดบังอาจขว้างปา เสา สายโทรเลขหรือโทรศัพท์ ลูกถ้วยหลักอาณัติสัญญาณ ทุ่น หรือสัมภาระอย่างอื่นสำหรับใช้ในการโทรเลข หรือโทรศัพท์ด้วยก้อนหิน หรือของแข็งกระด้างอย่างใด ๆ หรือด้วยของโสโครก หรือเครื่องขว้างปาอย่างอื่น ๆ หรือยิงด้วยอาวุธปืน หรือด้วยเครื่องมืออย่างใด ๆ ที่สิ่งเหล่านั้น ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินร้อยบาท

มาตรา 36 ผู้ใดฝ่าฝืนไม่กระทำตามข้อความใน กฎกระทรวงซึ่งรัฐมนตรีออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัตินี้ ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท และในกรณีที่ยังคงฝ่าฝืนไม่กระทำตามบทบัญญัตินั้นอยู่ต่อไป ท่านว่าต้องระวางโทษปรับเพิ่มขึ้นอีกไม่เกินวันละร้อยบาทเรียงรายวัน นับตั้งแต่วันแรกกระทำการฝ่าฝืนตลอดเวลาที่ยังคงฝ่าฝืนอยู่นั้น

มาตรา 37 เมื่อผู้กระทำผิดจะต้องถูกปรับสำหรับความผิดอย่างใด ๆ ตามความในพระราชบัญญัตินี้ ถ้าโจทก์ได้ทำคำร้องขอเป็นพิเศษแล้วศาลอาจสั่งลงไว้ในคำพิพากษาให้แบ่งเงินพินัยไม่เกินกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้สืบการกระทำผิดนั้น

มาตรา 38 การฟ้องร้องขอให้ลงโทษผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ท่านให้ฟ้องได้ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่โทรเลขหรือโทรศัพท์ได้ร้องขอให้ว่ากล่าว ในเวลาใด ก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุดพนักงานเจ้าหน้าที่กรมไปรษณีย์โทรเลขมีอำนาจเปรียบเทียบเพื่อเรียกร้องเงินค่าปรับหรือเพื่อริบทรัพย์อันผิดต่อพระราชบัญญัตินี้ โดยกระทำความตกลงและวางเงื่อนไขอย่างใดก็ได้สุดแล้วแต่จะเห็นสมควร

หมวด 5
การรักษาการตามพระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติโทรเลขและโทรศัพท์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2517

หมายเหตุ:-เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ทางราชการทหารมีความจำเป็นจะต้องจัดให้มีและใช้โทรศัพท์ในราชการทหาร โดยเฉพาะขึ้นเพื่อประโยชน์ในการป้องกันราชอาณาจักร แต่พระราชบัญญัติโทรเลขและโทรศัพท์ พุทธศักราช 2477 และพระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์ แห่งประเทศไทย พ.ศ.2497 กำหนดให้องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเท่านั้นเป็นผู้มีสิทธิและหน้าที่ในการจัดดำเนินการเกี่ยวกับกิจการโทรศัพท์ทั้งสิ้น สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโทรเลขและโทรศัพท์ พุทธศักราช 2477 เพื่อให้กระทรวงกลาโหมมีอำนาจจัดทำและใช้โทรศัพท์ดังกล่าวได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น
*[
รก.2517/155/37พ./ 18 กันยายน 2517]

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2009 เวลา 12:09 น.
 

เลือกภาษา

Thai (ภาษาไทย)

แปลโดยกู้เกิ้ล

English Chinese (Simplified) French German Japanese Thai

การช่วยเหลือสังคม

อีสาน ลอว์เยอร์สได้ช่วยเหลือองค์กรการกุศลอย่างเช่่น บ้านเด็กมิตรภาพ มูลนิธิแมลงปอเพื่อชุมชน อีกทั้งยังร่วมอยู่ในโครงการ "ทนายความไร้พรมแดน"

จ่ายด้วยบัตรเครดิต

อีสาน ลอว์เยอร์สทำธุรกิจที่สามารถตรวจสอบได้กับ Paypal

ติดต่อเรา

358 ถ.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30 000

โทรศัพท์ 044 245 001

โทรศาร 044 245 265

ฟอรั่มกฎหมาย

ถ้าคุณต้องการสอบถามข้อมูล คุณสามารถใช้งาน www.isaan.com

หรือคุณสามารถส่งอีเมล์สอบถามได้

ติดตามเราได้ที่

สนทนาสดกับเรา(ภาษาอังกฤษ)เท่านั้น

ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบ

เนื้อหาในเวปไซต์นี้มุ่งหวังในการเผยแพร่ข้อมูลทั่วไปซึ่งไม่อาจถือได้ว่าเป็นคำแนะนำด้านกฎหมาย กฎหมายเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและเป็นการยากยิ่งที่จะลงในรายละเอียดครอบคลุมทั้งหมดในข้อยกเว้นต่างๆ ข้อมูลที่่จัดหาไว้ในที่นี้จะไม่รับประกันเกี่ยวกับความหมายโดยทางตรงหรือความต่อเนื่องของความสมบูรณ์ที่ยังคงอยู่

เวปไซต์ของเรายังมีลิงก์ไปยังเวปไซต์อื่นๆ ลิงก์นี้จัดไว้เพื่อทางปฏิบัติเท่านั้น ทางเราปฏิเสธในความรับผิดชอบใดๆเกี่ยวกับเนื้อหาที่มีในเวปไซต์ที่เป็นของผู้อื่นและทางเราก็ไม่มีความจำเป็นใดๆที่ต้องเห็นด้วยกับเนื้อหานั้นๆ ผู้ใดก็ตามที่ต้องการสร้างลิงก์ที่มีอยู่ปัจจุบันสามารถทำได้โดยอิสระ ทางเราสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลทางด้านกฎหมายเหมือนดังเช่นเราทำเผยแพร่ต่อสาธารณะโดยปราศจากค่าใช้จ่ายใดๆหรือโดยตำ่่มาก แต่ทางเราก็ต้องการที่จะปกป้องผลงานที่ได้จัดทำขึ้น

ฉะนั้นเนืื้้อหาในเวปไซต์ที่ปรากฎอยู่จะไม่นำไปเพื่อการพาณิชย์ หรือเวปไซต์อื่นๆโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากทางเราก่อน การแปลที่ถูกใช้โดยกูเกิ้ลอาจจะไม่ถูกต้องอย่างสมบูรณ์

อีสาน ลอว์เยอร์และสยาม เอ็กซ์แพท ลอว์บริการงานด้านกฎหมายด้วยราคาที่เหมาะสมทุกๆที่ในประเทศไทย

Copyright © 2012. thailawonline.com. Website by Thai-Design.net