Landmark คำพิพากษาสำคัญ Criminal Codeป.อ. Decision 1552/2568 คำพิพากษาที่ 1552/2568 2025 (B.E. 2568)

Common Boundary Walls in Housing Estates Belong to the Estate, Not the Individual Lot Owner รั้วกำแพงคอนกรีตของหมู่บ้านจัดสรรเป็นสาธารณูปโภค ตกในภาระจำยอม ไม่เป็นส่วนควบของที่ดิน

Criminal Code Sections: มาตรา ป.อ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

A concrete boundary wall built by the developer of a housing estate as part of subdividing and selling the townhouses is a public utility under the Land Allotment Act section 43. It falls into a statutory servitude for the benefit of all allotted lots and is NOT an accession to the lot it stands on, so CCC section 146 does not apply; when the homeowners' juristic person is formed and the public utilities pass to it, the wall belongs to that juristic person and not to any individual lot owner. A lot owner who demolishes it commits the offence of damaging another's property under Penal Code section 358. But the aggravated offence in section 360 does not apply: property provided for the benefit only of those who bought lots in the estate is not property used or held for PUBLIC benefit.

รั้วกำแพงคอนกรีตที่ผู้จัดสรรที่ดินสร้างขึ้นพร้อมการจัดสรรและปลูกสร้างทาวน์เฮาส์ขาย เป็นการจัดให้มีสาธารณูปโภคตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 43 ทำให้รั้วตกอยู่ในภาระจำยอมตามกฎหมายเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรทั้งหมด และไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินที่รั้วตั้งอยู่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 146 เมื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและสาธารณูปโภคตกมาเป็นของนิติบุคคลแล้ว รั้วย่อมเป็นกรรมสิทธิ์ของนิติบุคคล มิใช่ของเจ้าของที่ดินแปลงใดแปลงหนึ่ง เจ้าของที่ดินจัดสรรที่ทุบรั้วดังกล่าวย่อมมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 แต่ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 360 เพราะทรัพย์ที่มีไว้เพื่อประโยชน์เฉพาะแก่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรในโครงการ มิใช่ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

The defendant demolished part of the concrete boundary wall behind her townhouse, claiming it stood on her lot and was therefore hers. This was a private criminal prosecution brought by the estate's homeowners' juristic person. The Supreme Court held the wall was a public utility under the Land Allotment Act section 43, built by the original developer as part of subdividing and selling the townhouses. It therefore falls into a statutory servitude for the benefit of every allotted lot and does not become an accession to the lot it stands on under CCC section 146; on the formation of the homeowners' juristic person it vested in that juristic person. The defendant was convicted of damaging another's property under Penal Code section 358 with section 83 and sentenced to one year's imprisonment and a 20,000 baht fine, the rest of the Court of Appeal Region 1 judgment standing. That she and her party knocked the wall down for her own business purposes and ignored the estate's security guard when told to stop showed the intent the offence requires, and the fact that the estate has 1,440 households of which none of the others had done the same was no excuse. She was ACQUITTED of the aggravated offence in Penal Code section 360, because the wall exists for the benefit only of those who bought lots in this estate and not for the general public, so it is not property used or held for public benefit.
จำเลยทุบทำลายส่วนหนึ่งของรั้วกำแพงคอนกรีตหลังทาวน์เฮาส์ของตน โดยอ้างว่ารั้วอยู่บนที่ดินของจำเลยจึงเป็นของตน คดีนี้เป็นคดีอาญาที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเป็นโจทก์ฟ้องเอง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ารั้วเป็นสาธารณูปโภคตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 43 ซึ่งผู้จัดสรรเดิมสร้างขึ้นพร้อมการจัดสรรและปลูกสร้างทาวน์เฮาส์ขาย จึงตกอยู่ในภาระจำยอมตามกฎหมายเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรทุกแปลง และไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินที่รั้วตั้งอยู่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 146 เมื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแล้ว รั้วย่อมตกเป็นของนิติบุคคลนั้น ศาลฎีกาพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ประกอบมาตรา 83 จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 การที่จำเลยกับพวกทุบรั้วเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของตน และไม่สนใจการห้ามปรามของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แสดงว่ามีเจตนาทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ส่วนข้ออ้างว่าหมู่บ้านมีสมาชิก 1,440 หลังคาเรือนนั้นก็ไม่อาจยกเป็นเหตุพ้นความรับผิดได้ แต่ศาลยกฟ้องข้อหาตามมาตรา 360 เพราะรั้วมีไว้เพื่อประโยชน์เฉพาะแก่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรในโครงการเท่านั้น มิใช่เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั่วไป จึงมิใช่ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

A concrete boundary wall built by the developer of a housing estate as part of subdividing and selling the townhouses is a public utility under the Land Allotment Act section 43. It falls into a statutory servitude for the benefit of all allotted lots and is NOT an accession to the lot it stands on, so CCC section 146 does not apply; when the homeowners' juristic person is formed and the public utilities pass to it, the wall belongs to that juristic person and not to any individual lot owner. A lot owner who demolishes it commits the offence of damaging another's property under Penal Code section 358. But the aggravated offence in section 360 does not apply: property provided for the benefit only of those who bought lots in the estate is not property used or held for PUBLIC benefit.
รั้วกำแพงคอนกรีตที่ผู้จัดสรรที่ดินสร้างขึ้นพร้อมการจัดสรรและปลูกสร้างทาวน์เฮาส์ขาย เป็นการจัดให้มีสาธารณูปโภคตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 43 ทำให้รั้วตกอยู่ในภาระจำยอมตามกฎหมายเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรทั้งหมด และไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินที่รั้วตั้งอยู่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 146 เมื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและสาธารณูปโภคตกมาเป็นของนิติบุคคลแล้ว รั้วย่อมเป็นกรรมสิทธิ์ของนิติบุคคล มิใช่ของเจ้าของที่ดินแปลงใดแปลงหนึ่ง เจ้าของที่ดินจัดสรรที่ทุบรั้วดังกล่าวย่อมมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 แต่ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 360 เพราะทรัพย์ที่มีไว้เพื่อประโยชน์เฉพาะแก่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรในโครงการ มิใช่ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 1552/2568. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1552/2568 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

English translation is being prepared and will be available soon.

รั้วกำแพงคอนกรีตที่เกิดเหตุเป็นส่วนหนึ่งของรั้วที่บริษัท ว. ผู้จัดสรรที่ดินสร้างขึ้นพร้อมการจัดสรรและปลูกสร้างทาวน์เฮาส์ขาย อันเป็นการจัดให้มีสาธารณูปโภคตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 43 ทำให้รั้วกำแพงคอนกรีตตกอยู่ในภาระจำยอมตามกฎหมายเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรทั้งหมด และไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินที่รั้วตั้งอยู่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 146 เมื่อโจทก์จัดตั้งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแล้วได้รับโอนสาธารณูปโภคมาจากบริษัท ว. เจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมมาดำเนินการ รั้วกำแพงคอนกรีตจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ด้วย การที่จำเลยกับพวกร่วมกันทุบทำลายรั้วกำแพงคอนกรีตด้านหลังทาวน์เฮาส์เลขที่ 6 ที่จำเลยพักอาศัยเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของจำเลย จึงมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 358 แต่รั้วกำแพงคอนกรีตที่เกิดเหตุดังกล่าว มีไว้เพื่อประโยชน์เฉพาะแก่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรเท่านั้น มิใช่เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั่วไป รั้วกำแพงคอนกรีตที่เกิดเหตุจึงมิใช่ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ การกระทำความผิดของจำเลยจึงไม่เป็นการทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ตาม ป.อ. มาตรา 360 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 91, 358, 360 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ประกอบมาตรา 83, 84 วรรคหนึ่ง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ประกอบมาตรา 83 จำคุก 2 ปี และปรับ 50,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้คุมความประพฤติโดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 เดือนต่อครั้งภายในระยะเวลารอการลงโทษดังกล่าว ให้จำเลยทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความไม่โต้เถียงกันรับฟังยุติว่า บริษัท ว. ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้จัดสรรที่ดิน และปลูกสร้างทาวน์เฮาส์บนที่ดินโฉนดเลขที่ 41560 ชื่อหมู่บ้าน ช. โดยได้สร้างรั้วกำแพงคอนกรีตรอบโครงการ เฉพาะด้านทิศเหนือที่เกิดเหตุที่ติดกับที่ดินโฉนดเลขที่ 41561 ยาวตลอดแนว เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2550 จำเลยซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 89677 พร้อมทาวน์เฮาส์เลขที่ 6 จากบริษัท ว. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งโครงการและด้านทิศเหนือของที่ดินที่จำเลยซื้อมีรั้วกำแพงคอนกรีตหมู่บ้านด้านที่ติดกับโฉนดเลขที่ 41561 ที่กล่าวข้างต้น โจทก์เป็นนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 เพื่อรับโอนที่ดินสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะหมู่บ้าน ช. จากบริษัท ว. ไปจัดการดูแล บำรุงรักษา และได้รับมอบทรัพย์สินมาดูแลเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2550 เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 เวลากลางวัน จำเลยกับพวกรวม 5 คน ได้ร่วมกันทุบทำลายรั้วกำแพงคอนกรีตด้านหลังทาวน์เฮาส์เลขที่ 6 ที่จำเลยพักอาศัย มีขนาดความยาว 11 เมตร สูง 2 เมตร คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 หรือไม่ เห็นว่า รั้วกำแพงคอนกรีตที่เกิดเหตุเป็นส่วนหนึ่งของรั้วกำแพงหมู่บ้าน ช. ที่บริษัท ว. ผู้จัดสรรที่ดิน สร้างขึ้นพร้อมการจัดสรรและปลูกสร้างทาวน์เฮาส์ขาย เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้ซื้อที่ดินและทาวน์เฮาส์ในโครงการจัดสรร อันเป็นการจัดให้มีสาธารณูปโภคตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 43 ทำให้รั้วกำแพงคอนกรีตซึ่งเป็นสาธารณูปโภคดังกล่าวตกอยู่ในภาระจำยอมตามกฎหมายเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินที่จัดสรรทั้งหมด รั้วกำแพงคอนกรีตที่บริษัท ว. ก่อสร้างขึ้นนี้ เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ว. และไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินที่รั้วตั้งอยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 146 มิฉะนั้น บทบัญญัติของกฎหมายซึ่งควบคุมดูแลการจัดสรรที่ดินโดยเฉพาะก็จะไม่มีผลบังคับใช้ หากแต่ถือเป็นทรัพย์สินที่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ร่วม บุคคลจะกระทำการใดอันเป็นเหตุให้กำแพงเสียหาย ให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวกจากที่ได้รับอนุญาตแล้วไม่ได้ รวมทั้งผู้ซื้อที่ดินจัดสรรรายหนึ่งรายใดก็ไม่อาจกระทำได้เช่นกัน ต่อมาเมื่อโจทก์จัดตั้งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแล้วได้รับโอนสาธารณูปโภคจากบริษัท ว. เจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมมาดำเนินการ รั้วกำแพงคอนกรีตที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสาธารณูปโภคของหมู่บ้านจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ด้วย แม้หนังสือส่งมอบทรัพย์สินและจำนวนเงินค่าบริการสาธารณะจะมิได้ระบุว่าส่งมอบรั้วกำแพงคอนกรีตหมู่บ้านด้วย แต่ก็ได้ระบุไว้ว่าส่งมอบทรัพย์สินที่เป็นสาธารณูปโภคให้โจทก์ และภายหลังส่งมอบแล้วก็ไม่ปรากฏว่าบริษัท ว. ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับรั้วกำแพงคอนกรีตรอบหมู่บ้านอีก ก็เป็นการแสดงออกชัดเจนแล้วว่าเพราะได้ส่งมอบให้แก่โจทก์แล้ว เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยกับพวกร่วมกันทุบทำลายรั้วกำแพงคอนกรีตด้านหลังทาวน์เฮาส์เลขที่ 6 ที่จำเลยพักอาศัย มีขนาดความยาว 11 เมตร สูง 2 เมตร ที่จำเลยอ้างว่ากำแพงคอนกรีตเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยตามกฎหมายเรื่องส่วนควบก็เป็นเพียงเป็นความเข้าใจของจำเลยเอง โดยข้อเท็จจริงได้ความจากคำเบิกความของนายธนวิชญ์ ผู้จัดการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหมู่บ้าน ช. พยานโจทก์ว่า หมู่บ้านจัดสรรที่เกิดเหตุมีสมาชิก 1,440 หลังคาเรือน แต่ก็ไม่ปรากฏว่ามีสมาชิกคนใดทุบรั้วกำแพงคอนกรีตของหมู่บ้านโดยเห็นว่าเป็นของตนเองเช่นจำเลย จำเลยจะอ้างเป็นเหตุพ้นความรับผิดอาญาไม่ได้ การที่จำเลยกับพวกร่วมกันทุบรั้วกำแพงคอนกรีตของหมู่บ้านเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของจำเลย เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านไปห้ามปรามจำเลยกับพวกกลับไม่สนใจการห้ามปราม แสดงว่า จำเลยกับพวกกระทำโดยมีเจตนากระทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย การกระทำของจำเลยกับพวกจึงเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 แต่อย่างไรก็ดี ตามที่ได้วินิจฉัยตอนต้นแล้วว่า รั้วกำแพงคอนกรีตที่เกิดเหตุเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ มีไว้เพื่อประโยชน์เฉพาะแก่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรโครงการหมู่บ้าน ช. เท่านั้น มิใช่เพื่อประโยชน์ของประชาชนคนทั่วไป รั้วกำแพงคอนกรีตที่เกิดเหตุจึงมิใช่ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ การกระทำความผิดของจำเลยจึงไม่เป็นการทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ตามมาตรา 360 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยบางส่วน ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ประกอบมาตรา 83 จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

Frequently Asked Questions คำถามที่พบบ่อย

What is the legal principle in Decision 1552/2568? คำพิพากษาฎีกาที่ 1552/2568 วินิจฉัยอย่างไร?

A concrete boundary wall built by the developer of a housing estate as part of subdividing and selling the townhouses is a public utility under the Land Allotment Act section 43. It falls into a statutory servitude for the benefit of all allotted lots and is NOT an accession to the lot it stands on, so CCC section 146 does not apply; when the homeowners' juristic person is formed and the public utilities pass to it, the wall belongs to that juristic person and not to any individual lot owner. A lot owner who demolishes it commits the offence of damaging another's property under Penal Code section 358. But the aggravated offence in section 360 does not apply: property provided for the benefit only of those who bought lots in the estate is not property used or held for PUBLIC benefit.

รั้วกำแพงคอนกรีตที่เกิดเหตุเป็นส่วนหนึ่งของรั้วที่บริษัท ว. ผู้จัดสรรที่ดินสร้างขึ้นพร้อมการจัดสรรและปลูกสร้างทาวน์เฮาส์ขาย อันเป็นการจัดให้มีสาธารณูปโภคตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 43 ทำให้รั้วกำแพงคอนกรีตตกอยู่ในภาระจำยอมตามกฎหมายเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรทั้งหมด และไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินที่รั้วตั้งอยู่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 146

Which sections did Decision 1552/2568 actually turn on, and does CCC section 146 apply? คำพิพากษาฎีกาที่ 1552/2568 วินิจฉัยตามมาตราใด และมาตรา 146 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ใช้บังคับหรือไม่

The conviction is under Penal Code section 358, damaging another person's property, with section 83 for acting as a co-principal. The Court of Appeal had convicted under the aggravated section 360, for property used or held for public benefit, and the Supreme Court varied that: the wall is not such property, so section 360 does not apply. CCC section 146 is answered in the negative. Because the wall is a public utility under section 43 of the Land Allotment Act B.E. 2543 and falls into a statutory servitude for every allotted lot, it does not become an accession to the lot it happens to stand on, so section 146 does not make it the lot owner's.

ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ประกอบมาตรา 83 ศาลฎีกาพิพากษาแก้จากมาตรา 360 เนื่องจากรั้วกำแพงพิพาทมิใช่ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ส่วนมาตรา 146 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น ไม่ใช้บังคับ เพราะรั้วกำแพงเป็นสาธารณูปโภคตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 ตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรทุกแปลง จึงไม่เป็นส่วนควบของที่ดินแปลงที่ตั้งอยู่

housing estate thailand section 146 ccc common facility servitude homeowners juristic person thailand boundary wall thailand

📖 Further Reading on ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Foreign Legal Consultant
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Thai Attorney and Notary

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Scroll to Top
WhatsApp LINE Call Book