Point de repère คำพิพากษาสำคัญ Code pénalป.อ. Décision 1552/2568 คำพิพากษาที่ 1552/2568 2025 (BE 2568)

Les murs mitoyens des lotissements appartiennent au lotissement, et non au propriétaire du lot individuel. รั้วกำแพงคอนกรีตของหมู่บ้านจัดสรรเป็นสาธารณูปโภค ตกในภาระจำยอม ไม่เป็นส่วนควบของที่ดิน

Articles du Code pénal : มาตรา ป.อ.:

⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Un mur d'enceinte en béton construit par le promoteur d'un lotissement Dans le cadre de la subdivision et de la vente des maisons de ville, un service public est prévu en vertu de la loi Lotissement Article 43. Il relève de la loi. servitude en faveur de tous les lots attribués et ne constitue pas une accession au lot sur lequel il se trouve, donc CCC L'article 146 n'est pas applicable ; lorsque la personne morale des propriétaires fonde une société et que les services publics lui sont transférés, le mur appartient à cette personne morale et non à un particulier propriétaire de terrain. Le propriétaire de terrain qui le démolit commet l'infraction de détérioration d'un bien d'autrui en vertu de l'article 358 du Code pénal. Mais l'infraction aggravée de l'article 360 n'est pas applicable : les biens destinés exclusivement au bénéfice de ceux qui ont acheté des terrains dans le domaine ne constituent pas des biens utilisés ou détenus à des fins publiques.

รั้วกำแพงคอนกรีตที่ผู้จัดสรรที่ดินสร้างขึ้นพร้อมการจัดสรรและปลูกสร้างทาวน์เฮาส์ขาย เป็นการจัดให้มีสาธารณูปโภคตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 43 ทำให้รั้วตกอยู่ในภาระจำยอมตามกฎหมายเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรทั้งหมด และไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินที่รั้วตั้งอยู่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 146 เมื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและสาธารณูปโภคตกมาเป็นของนิติบุคคลแล้ว รั้วย่อมเป็นกรรมสิทธิ์ของนิติบุคคล มิใช่ของเจ้าของที่ดินแปลงใดแปลงหนึ่ง เจ้าของที่ดินจัดสรรที่ทุบรั้วดังกล่าวย่อมมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 แต่ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 360 เพราะทรัพย์ที่มีไว้เพื่อประโยชน์เฉพาะแก่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรในโครงการ มิใช่ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์

Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร

Le défendeur a démoli une partie du mur de contruction en béton situé derrière sa maison, affirmant que celui-ci se trouvait sur son bien et qu’il lui appartenia donc. Il s’agissait d’une poursuite pénale privée intentée par la personne morale des propriétaires de l’immeuble. La Cour suprême a statué que le mur constituait un bien public au sens de l’article 43 de la loi sur l’aménagement du territoire, construit par l’ancien promoteur dans le cadre de la subdivision et de la vente des maisons. Il relève donc d’une servitude légale à l’avantage de chaque bien divisé et ne devient pas une accession au bien sur lequel il se trouve en vertu de l’article 146 du CCC ; avec la constitution de la personne morale des propriétaires, il lui a été conféré cette qualité. Le défendeur a été reconnu coupable de dommages à un bien d’autrui en vertu de l’article 358 du Code pénal avec les articles 83 et condamné à une peine d’emprisonnement d’un an et d’une amende de 20 000 bahts, le reste de la décision de la Cour d’appel de la région 1 étant maintenu. Le fait qu'elle et son parti aient démoli le mur à des fins commerciales et aient ignoré le gardien de sécurité de la propriété lorsqu'on leur a demandé de cesser de le faire démontre l'intention requise par cette infraction, et le fait que la propriété compte 1 440 ménages, dont aucun n'avait fait de même n'est pas une excuse. Elle a été acquittée de l'infraction aggravée prévue à l'article 360 du Code pénal, car le mur existe uniquement au bénéfice de ceux qui ont acheté des lots dans cette propriété et non de tout le public, donc il ne s'agit pas d'un bien utilisé ou détenu à des fins publiques.
จำเลยทุบทำลายส่วนหนึ่งของรั้วกำแพงคอนกรีตหลังทาวน์เฮาส์ของตน โดยอ้างว่ารั้วอยู่บนที่ดินของจำเลยจึงเป็นของตน คดีนี้เป็นคดีอาญาที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเป็นโจทก์ฟ้องเอง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ารั้วเป็นสาธารณูปโภคตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 43 ซึ่งผู้จัดสรรเดิมสร้างขึ้นพร้อมการจัดสรรและปลูกสร้างทาวน์เฮาส์ขาย จึงตกอยู่ในภาระจำยอมตามกฎหมายเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรทุกแปลง และไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินที่รั้วตั้งอยู่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 146 เมื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแล้ว รั้วย่อมตกเป็นของนิติบุคคลนั้น ศาลฎีกาพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ประกอบมาตรา 83 จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 การที่จำเลยกับพวกทุบรั้วเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของตน และไม่สนใจการห้ามปรามของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แสดงว่ามีเจตนาทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ส่วนข้ออ้างว่าหมู่บ้านมีสมาชิก 1,440 หลังคาเรือนนั้นก็ไม่อาจยกเป็นเหตุพ้นความรับผิดได้ แต่ศาลยกฟ้องข้อหาตามมาตรา 360 เพราะรั้วมีไว้เพื่อประโยชน์เฉพาะแก่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรในโครงการเท่านั้น มิใช่เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั่วไป จึงมิใช่ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์

Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Un mur de clôture en béton construit par le promoteur d’un lotissement dans le cadre de la subdivision et de la vente des maisons individuelles est un bien public au sens de l’article 43 de la loi sur l’aménagement du territoire. Il relève d’une servitude légale à l’avantage de tous les lots attribués et NE constitue PAS un accession à l’emplacement sur lequel il se trouve ; par conséquent, l’article 146 du CCC ne s’applique pas ; lorsque la personne morale des propriétaires est constituée et que les biens publics lui sont transférés, le mur appartient à cette personne morale et non à un particulier propriétaire de lot. Un propriétaire qui le démolit commet l’infraction de dommage à la propriété d’autrui en vertu de l’article 358 du Code pénal. Mais l’infraction aggravée de l’article 360 ne s’applique pas : les biens destinés uniquement au bénéfice de ceux qui ont acheté des lots dans le lotissement ne constituent pas des biens utilisés ou détenus à des fins publiques.
รั้วกำแพงคอนกรีตที่ผู้จัดสรรที่ดินสร้างขึ้นพร้อมการจัดสรรและปลูกสร้างทาวน์เฮาส์ขาย เป็นการจัดให้มีสาธารณูปโภคตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 43 ทำให้รั้วตกอยู่ในภาระจำยอมตามกฎหมายเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรทั้งหมด และไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินที่รั้วตั้งอยู่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 146 เมื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและสาธารณูปโภคตกมาเป็นของนิติบุคคลแล้ว รั้วย่อมเป็นกรรมสิทธิ์ของนิติบุคคล มิใช่ของเจ้าของที่ดินแปลงใดแปลงหนึ่ง เจ้าของที่ดินจัดสรรที่ทุบรั้วดังกล่าวย่อมมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 แต่ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 360 เพราะทรัพย์ที่มีไว้เพื่อประโยชน์เฉพาะแก่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรในโครงการ มิใช่ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์

Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม

Voici le texte intégral de l'arrêt n° 1552/2568 de la Cour suprême. Source : deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1552/2568 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.

รั้วกำแพงคอนกรีตที่เกิดเหตุเป็นส่วนหนึ่งของรั้วที่บริษัท ว. ผู้จัดสรรที่ดินสร้างขึ้นพร้อมการจัดสรรและปลูกสร้างทาวน์เฮาส์ขาย อันเป็นการจัดให้มีสาธารณูปโภคตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 43 ทำให้รั้วกำแพงคอนกรีตตกอยู่ในภาระจำยอมตามกฎหมายเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรทั้งหมด และไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินที่รั้วตั้งอยู่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 146 เมื่อโจทก์จัดตั้งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแล้วได้รับโอนสาธารณูปโภคมาจากบริษัท ว. เจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมมาดำเนินการ รั้วกำแพงคอนกรีตจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ด้วย การที่จำเลยกับพวกร่วมกันทุบทำลายรั้วกำแพงคอนกรีตด้านหลังทาวน์เฮาส์เลขที่ 6 ที่จำเลยพักอาศัยเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของจำเลย จึงมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 358 แต่รั้วกำแพงคอนกรีตที่เกิดเหตุดังกล่าว มีไว้เพื่อประโยชน์เฉพาะแก่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรเท่านั้น มิใช่เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั่วไป รั้วกำแพงคอนกรีตที่เกิดเหตุจึงมิใช่ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ การกระทำความผิดของจำเลยจึงไม่เป็นการทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ตาม ป.อ. มาตรา 360 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 91, 358, 360 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ประกอบมาตรา 83, 84 วรรคหนึ่ง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ประกอบมาตรา 83 จำคุก 2 ปี และปรับ 50,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้คุมความประพฤติโดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 เดือนต่อครั้งภายในระยะเวลารอการลงโทษดังกล่าว ให้จำเลยทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความไม่โต้เถียงกันรับฟังยุติว่า บริษัท ว. ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้จัดสรรที่ดิน และปลูกสร้างทาวน์เฮาส์บนที่ดินโฉนดเลขที่ 41560 ชื่อหมู่บ้าน ช. โดยได้สร้างรั้วกำแพงคอนกรีตรอบโครงการ เฉพาะด้านทิศเหนือที่เกิดเหตุที่ติดกับที่ดินโฉนดเลขที่ 41561 ยาวตลอดแนว เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2550 จำเลยซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 89677 พร้อมทาวน์เฮาส์เลขที่ 6 จากบริษัท ว. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งโครงการและด้านทิศเหนือของที่ดินที่จำเลยซื้อมีรั้วกำแพงคอนกรีตหมู่บ้านด้านที่ติดกับโฉนดเลขที่ 41561 ที่กล่าวข้างต้น โจทก์เป็นนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 เพื่อรับโอนที่ดินสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะหมู่บ้าน ช. จากบริษัท ว. ไปจัดการดูแล บำรุงรักษา และได้รับมอบทรัพย์สินมาดูแลเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2550 เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 เวลากลางวัน จำเลยกับพวกรวม 5 คน ได้ร่วมกันทุบทำลายรั้วกำแพงคอนกรีตด้านหลังทาวน์เฮาส์เลขที่ 6 ที่จำเลยพักอาศัย มีขนาดความยาว 11 เมตร สูง 2 เมตร คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 หรือไม่ เห็นว่า รั้วกำแพงคอนกรีตที่เกิดเหตุเป็นส่วนหนึ่งของรั้วกำแพงหมู่บ้าน ช. ที่บริษัท ว. ผู้จัดสรรที่ดิน สร้างขึ้นพร้อมการจัดสรรและปลูกสร้างทาวน์เฮาส์ขาย เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้ซื้อที่ดินและทาวน์เฮาส์ในโครงการจัดสรร อันเป็นการจัดให้มีสาธารณูปโภคตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 43 ทำให้รั้วกำแพงคอนกรีตซึ่งเป็นสาธารณูปโภคดังกล่าวตกอยู่ในภาระจำยอมตามกฎหมายเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินที่จัดสรรทั้งหมด รั้วกำแพงคอนกรีตที่บริษัท ว. ก่อสร้างขึ้นนี้ เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ว. และไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินที่รั้วตั้งอยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 146 มิฉะนั้น บทบัญญัติของกฎหมายซึ่งควบคุมดูแลการจัดสรรที่ดินโดยเฉพาะก็จะไม่มีผลบังคับใช้ หากแต่ถือเป็นทรัพย์สินที่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ร่วม บุคคลจะกระทำการใดอันเป็นเหตุให้กำแพงเสียหาย ให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวกจากที่ได้รับอนุญาตแล้วไม่ได้ รวมทั้งผู้ซื้อที่ดินจัดสรรรายหนึ่งรายใดก็ไม่อาจกระทำได้เช่นกัน ต่อมาเมื่อโจทก์จัดตั้งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแล้วได้รับโอนสาธารณูปโภคจากบริษัท ว. เจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมมาดำเนินการ รั้วกำแพงคอนกรีตที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสาธารณูปโภคของหมู่บ้านจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ด้วย แม้หนังสือส่งมอบทรัพย์สินและจำนวนเงินค่าบริการสาธารณะจะมิได้ระบุว่าส่งมอบรั้วกำแพงคอนกรีตหมู่บ้านด้วย แต่ก็ได้ระบุไว้ว่าส่งมอบทรัพย์สินที่เป็นสาธารณูปโภคให้โจทก์ และภายหลังส่งมอบแล้วก็ไม่ปรากฏว่าบริษัท ว. ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับรั้วกำแพงคอนกรีตรอบหมู่บ้านอีก ก็เป็นการแสดงออกชัดเจนแล้วว่าเพราะได้ส่งมอบให้แก่โจทก์แล้ว เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยกับพวกร่วมกันทุบทำลายรั้วกำแพงคอนกรีตด้านหลังทาวน์เฮาส์เลขที่ 6 ที่จำเลยพักอาศัย มีขนาดความยาว 11 เมตร สูง 2 เมตร ที่จำเลยอ้างว่ากำแพงคอนกรีตเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยตามกฎหมายเรื่องส่วนควบก็เป็นเพียงเป็นความเข้าใจของจำเลยเอง โดยข้อเท็จจริงได้ความจากคำเบิกความของนายธนวิชญ์ ผู้จัดการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหมู่บ้าน ช. พยานโจทก์ว่า หมู่บ้านจัดสรรที่เกิดเหตุมีสมาชิก 1,440 หลังคาเรือน แต่ก็ไม่ปรากฏว่ามีสมาชิกคนใดทุบรั้วกำแพงคอนกรีตของหมู่บ้านโดยเห็นว่าเป็นของตนเองเช่นจำเลย จำเลยจะอ้างเป็นเหตุพ้นความรับผิดอาญาไม่ได้ การที่จำเลยกับพวกร่วมกันทุบรั้วกำแพงคอนกรีตของหมู่บ้านเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของจำเลย เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านไปห้ามปรามจำเลยกับพวกกลับไม่สนใจการห้ามปราม แสดงว่า จำเลยกับพวกกระทำโดยมีเจตนากระทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย การกระทำของจำเลยกับพวกจึงเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 แต่อย่างไรก็ดี ตามที่ได้วินิจฉัยตอนต้นแล้วว่า รั้วกำแพงคอนกรีตที่เกิดเหตุเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ มีไว้เพื่อประโยชน์เฉพาะแก่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรโครงการหมู่บ้าน ช. เท่านั้น มิใช่เพื่อประโยชน์ของประชาชนคนทั่วไป รั้วกำแพงคอนกรีตที่เกิดเหตุจึงมิใช่ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ การกระทำความผิดของจำเลยจึงไม่เป็นการทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ตามมาตรา 360 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยบางส่วน ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ประกอบมาตรา 83 จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง

Foire aux questions คำถามที่พบบ่อย

Quel est le principe juridique énoncé dans la décision 1552/2568 ? คำพิพากษาฎีกาที่ 1552/2568 วินิจฉัยอย่างไร?

Un mur de clôture en béton construit par le promoteur d’un lotissement dans le cadre de la subdivision et de la vente des maisons individuelles est un bien public au sens de l’article 43 de la loi sur l’aménagement du territoire. Il relève d’une servitude légale à l’avantage de tous les lots attribués et NE constitue PAS un accession à l’emplacement sur lequel il se trouve ; par conséquent, l’article 146 du CCC ne s’applique pas ; lorsque la personne morale des propriétaires est constituée et que les biens publics lui sont transférés, le mur appartient à cette personne morale et non à un particulier propriétaire de lot. Un propriétaire qui le démolit commet l’infraction de dommage à la propriété d’autrui en vertu de l’article 358 du Code pénal. Mais l’infraction aggravée de l’article 360 ne s’applique pas : les biens destinés uniquement au bénéfice de ceux qui ont acheté des lots dans le lotissement ne constituent pas des biens utilisés ou détenus à des fins publiques.

รั้วกำแพงคอนกรีตที่เกิดเหตุเป็นส่วนหนึ่งของรั้วที่บริษัท ว. ผู้จัดสรรที่ดินสร้างขึ้นพร้อมการจัดสรรและปลูกสร้างทาวน์เฮาส์ขาย อันเป็นการจัดให้มีสาธารณูปโภคตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 43 ทำให้รั้วกำแพงคอนกรีตตกอยู่ในภาระจำยอมตามกฎหมายเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรทั้งหมด และไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินที่รั้วตั้งอยู่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 146

Quels articles ont effectivement été activés par la décision 1552/2568, et s'applique-t-il à l'article 146 du CCC ? คำพิพากษาฎีกาที่ 1552/2568 วินิจฉัยตามมาตราใด และมาตรา 146 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ใช้บังคับหรือไม่

La condamnation est fondée sur l'article 358 du Code pénal, qui prévoit la destruction de biens d'autrui ; l'article 83 concerne la participation à la gestion d'une entreprise. La Cour d'appel a condamné selon l'article aggravé 360, qui concerne la détention ou la possession de biens à des fins publiques ; la Cour suprême a modifié cette disposition : le mur n'est pas un bien de ce type, de sorte que l'article 360 ne s'applique pas. L'article 146 du CCC est rejeté. Étant donné que le mur est un bien public au sens de l'article 43 de la Loi sur l'aménagement du territoire B.E. 2543 et fait partie intégrante d'une servitude légale pour chaque lot attribué, il ne devient pas une propriété supplémentaire du lot sur lequel il se trouve ; l'article 146 ne le rend donc pas la propriété du propriétaire du lot.

ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ประกอบมาตรา 83 ศาลฎีกาพิพากษาแก้จากมาตรา 360 เนื่องจากรั้วกำแพงพิพาทมิใช่ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ส่วนมาตรา 146 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น ไม่ใช้บังคับ เพราะรั้วกำแพงเป็นสาธารณูปโภคตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 ตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรทุกแปลง จึงไม่เป็นส่วนควบของที่ดินแปลงที่ตั้งอยู่

lotissement en Thaïlande article 146 ccc servitude d'installations communes propriétaire personne morale Thaïlande mur d'enceinte Thaïlande

📖 Pour en savoir plus, consultez ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Consultant juridique étranger
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Avocat et notaire thaïlandais

Examiné et annoté par des professionnels du droit qualifiés ayant plus de 18 ans d'expérience en droit thaïlandais.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Avertissement : Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.

Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Retour en haut de la page
WhatsApp LINE Appeler Rendez-vous