Point de repère คำพิพากษาสำคัญ Code pénalป.อ. Décision 5328/2568 คำพิพากษาที่ 5328/2568 2025 (BE 2568)

Le transfert de biens matrimoniaux entre époux ne constitue pas une fraude envers les créanciers lorsque l'intégralité des biens reste accessible. การโอนสินสมรสระหว่างคู่สมรส ไม่เป็นการโกงเจ้าหนี้เมื่อเจ้าหนี้ยังคงยึดทรัพย์ได้ทั้งแปลง

Articles du Code pénal : มาตรา ป.อ.:

⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ

L’infraction de fraude à l’égard d’un créancier prévue à l’article 350 du Code pénal exige la saisie des biens. Dans le cas où un bien immobilier hypothéqué appartenant à un des époux est en réalité sin somros, Le transfert du titre à l’autre époux ne supprime rien : la propriété était commune et le créancier peut toujours s’en saisir en entier et la vendre pour payer la dette. hypothèque ce qui ne fait qu'augmenter ce qui testament le maintien du conjoint pour le créancier une fois que le prêt hypothécaire a été remboursé, et le fait que le couple continue de vivre ensemble indique une intention frauduleuse. L’infraction n’est pas établie.

ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ต้องมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ เมื่อทรัพย์ที่โอนเป็นสินสมรสของจำเลยทั้งสอง แม้จำเลยที่ 1 จะโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยที่ 2 ผู้ร้องยังคงมีสิทธิยึดที่ดินทั้งแปลงออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ได้ การโอนระหว่างคู่สมรสจึงไม่ทำให้สิทธิของผู้ร้องเสียหาย ทั้งการที่จำเลยทั้งสองชำระหนี้แก่ผู้รับจำนองมาโดยตลอดยิ่งทำให้เงินส่วนที่เหลือมาถึงผู้ร้องมากขึ้น และจำเลยทั้งสองยังคงอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยา การกระทำจึงไม่เป็นการยักย้ายถ่ายเททรัพย์เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ ไม่เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้

Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร

Il s’agit d’un cas pénal, et non civil. Le mari et la femme ont été poursuivis pour avoir fraudé un créancier en vertu de l’article 350 du Code pénal, en application de l’article 83, après que le mari avait transféré leurs biens immobiliers et leur maison à la femme alors que la dette envers lui était impayée. Le tribunal de première instance les a condamnés et leur a imposé chacun six mois d’emprisonnement ; la Cour d’appel de la région 7 a annulé cette condamnation et rejeté l’accusation, tandis que la Cour suprême a statué en faveur de l’accusation initiale. Cette infraction exige la confiscation des biens. Les biens immobiliers ont été acquis pendant le mariage et constituaient le péché somers de la couple tout au long de leur vie commune ; le titre était inscrit au nom du mari uniquement parce que la coopérative qui avait prêté sur ces biens exigeait que le membre résidant dans son district soit domicilié dans son district. Que le titre soit inscrit au nom de lui ou de sa femme, le créancier pouvait néanmoins saisir l’ensemble des biens et les vendre pour régler le reste de la dette. Le couple a également continué de payer la coopérative qui détenait la hypothèque, ce qui n'a fait qu'accroître le montant qui restait à la charge du créancier ; ils ont ensuite vécu ensemble comme mari et femme après le transfert. Rien n'a été laissé au créancier, de sorte que l'infraction n'a pas été établie.
คดีนี้เป็นคดีอาญา มิใช่คดีแพ่ง จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นสามีภริยาถูกฟ้องว่าโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ประกอบมาตรา 83 จากการที่จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จำนองไว้ให้แก่จำเลยที่ 2 ในขณะที่ยังมีหนี้ตามคำพิพากษาค้างชำระ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่ามีความผิด จำคุกคนละ 6 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง และศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ต้องมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ เมื่อที่ดินได้มาระหว่างสมรสจึงเป็นสินสมรสของจำเลยทั้งสองตลอดมา ที่ใส่ชื่อจำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียวก็เพราะระเบียบของสหกรณ์ผู้ให้กู้กำหนดให้ผู้กู้เป็นสมาชิกที่มีภูมิลำเนาในเขตนั้น ไม่ว่าที่ดินจะอยู่ในชื่อของฝ่ายใด ผู้ร้องยังคงมีสิทธิยึดที่ดินทั้งแปลงออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ที่ค้างได้ ทั้งจำเลยทั้งสองยังชำระหนี้ให้สหกรณ์ผู้รับจำนองมาโดยตลอด ซึ่งยิ่งทำให้เงินส่วนที่เหลือมาถึงผู้ร้องมากขึ้น และยังคงอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาภายหลังการโอน การกระทำจึงไม่เป็นการยักย้ายถ่ายเททรัพย์เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้

Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

L’infraction de fraude à un créancier prévue à l’article 350 du Code pénal exige la saisie des biens. Dans le cas où un bien hypothéqué dont l’un des époux est propriétaire est en fait en sommers, un transfert du titre à l’autre époux n’élimine rien : le bien était copropriété et le créancier peut toujours s’en saisir dans sa totalité et le vendre pour payer la dette. Continuer à honorer la dette ne fait qu’accroître ce qui restera au créancier une fois que le prêteur immobilier aura été payé, et le fait que le couple continue de vivre ensemble indique une intention frauduleuse. L’infraction n’est pas établie.
ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ต้องมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ เมื่อทรัพย์ที่โอนเป็นสินสมรสของจำเลยทั้งสอง แม้จำเลยที่ 1 จะโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยที่ 2 ผู้ร้องยังคงมีสิทธิยึดที่ดินทั้งแปลงออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ได้ การโอนระหว่างคู่สมรสจึงไม่ทำให้สิทธิของผู้ร้องเสียหาย ทั้งการที่จำเลยทั้งสองชำระหนี้แก่ผู้รับจำนองมาโดยตลอดยิ่งทำให้เงินส่วนที่เหลือมาถึงผู้ร้องมากขึ้น และจำเลยทั้งสองยังคงอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยา การกระทำจึงไม่เป็นการยักย้ายถ่ายเททรัพย์เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ ไม่เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้

Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม

Voici le texte intégral de l'arrêt n° 5328/2568 de la Cour suprême. Source : deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5328/2568 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.

ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ต้องมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ เมื่อทรัพย์ดังกล่าวได้มาระหว่างสมรสจึงถือว่าเป็นสินสมรสของจำเลยทั้งสอง แต่เหตุที่ใส่ชื่อจำเลยที่ 1 เพียงคนเดียวในหนังสือสัญญากู้เงินพิเศษและสัญญาจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างน่าเชื่อว่าเป็นเพราะจำเลยที่ 1 เป็นสมาชิกของสหกรณ์ ค. และมีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ตามระเบียบของสหกรณ์ ค. ดังนั้นไม่ว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องจะเป็นชื่อของจำเลยที่ 1 หรือที่ 2 เมื่อเป็นสินสมรสของจำเลยทั้งสอง ไม่ว่าจำเลยที่ 1 จะโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องให้แก่จำเลยที่ 2 หรือไม่ก็ตาม ผู้ร้องยังคงมีสิทธิยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระได้ อีกทั้งยังปรากฏว่าจำเลยทั้งสองชำระหนี้ให้แก่สหกรณ์ ค. มาโดยตลอด กรณีย่อมทำให้จำนวนหนี้ที่จำเลยทั้งสองจะต้องชำระให้แก่สหกรณ์ ค. ลดลง ผู้ร้องก็ยิ่งมีสิทธิได้รับเงินส่วนที่เหลือจากการชำระหนี้ให้แก่ผู้รับจำนองมาชำระหนี้แก่ผู้ร้องเพิ่มขึ้น ประกอบกับภายหลังการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องให้แก่จำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยทั้งสองก็ยังอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาตลอดมา ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่ทำให้สิทธิของผู้ร้องได้รับความเสียหาย กรณีจึงไม่เป็นการยักย้ายถ่ายเททรัพย์เพื่อมิให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ไม่เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตาม ป.อ. มาตรา 350 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 350 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา ธนาคาร อ. ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการที่จำเลยทั้งสองทำให้ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ไม่ได้รับชำระหนี้ และไม่สามารถบังคับคดีได้ จนทำให้เกิดหนี้ค้างชำระและได้รับความเสียหาย รวมทั้งสิ้น 1,421,113.98 บาท จำเลยทั้งสองไม่ให้การในคดีส่วนแพ่ง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 6 เดือน ยกคำร้องในคดีส่วนแพ่งของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งรับฟังเป็นยุติว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 กับนางสาวหรือนางณมิตา ตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดนครปฐม แต่จำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ ผู้ร้องจึงยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดในราคา 930,000 บาท คงเหลือยอดหนี้ตามคำพิพากษา 1,056,775.58 บาท จำเลยทั้งสองจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 ต่อมา วันที่ 28 กันยายน 2564 ผู้ร้องยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 116294 พร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้อง ซึ่งมีสหกรณ์ ค. เป็นผู้รับจำนองเพื่อบังคับชำระหนี้ที่เหลือ วันที่ 29 กันยายน 2564 จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 116294 ตามฟ้องให้แก่จำเลยที่ 2 โดยความยินยอมของผู้รับจำนอง คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในคดีส่วนแพ่ง คู่ความไม่อุทธรณ์จึงยุติไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่จำเลยที่ 1 โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 116294 ให้แก่จำเลยที่ 2 เป็นการยักย้ายถ่ายเททรัพย์เพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน อันจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 หรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 บัญญัติว่า "ผู้ใดเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนเองหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ซึ่งได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้นหรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใดก็ดี แกล้งให้ตนเองเป็นหนี้จำนวนใดอันไม่เป็นความจริงก็ดี..." ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้จึงต้องมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ ข้อเท็จจริงคดีนี้ได้ความว่าเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2561 จำเลยทั้งสองจองซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 116294 ตามฟ้อง และในวันดังกล่าวจำเลยทั้งสองลงลายมือชื่อในเอกสารขอซื้อทรัพย์สินรอการขายของสหกรณ์ ค. นอกจากนี้จำเลยทั้งสองยังลงลายมือชื่อร่วมกันในสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินโฉนดเลขที่ 116294 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2561 อันเป็นเวลาภายหลังจากที่จำเลยทั้งสองจดทะเบียนสมรสกันแล้ว โดยต่อมาจำเลยที่ 1 ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 แม้หนังสือคำร้องขอกู้เงินพิเศษ มีชื่อจำเลยที่ 1 เพียงคนเดียว แต่ก็ระบุว่าทำร่วมกับคู่สมรสคือจำเลยที่ 2 ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย เมื่อทรัพย์ดังกล่าวได้มาระหว่างสมรสจึงถือว่าเป็นสินสมรสของจำเลยทั้งสอง แต่เหตุที่ใส่ชื่อจำเลยที่ 1 เพียงคนเดียวในหนังสือสัญญากู้เงินพิเศษและสัญญาจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างน่าเชื่อว่าเป็นเพราะจำเลยที่ 1 เป็นสมาชิกของสหกรณ์ ค. และมีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ตามระเบียบของสหกรณ์ ค. ดังนั้นไม่ว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องจะเป็นชื่อของจำเลยที่ 1 หรือที่ 2 เมื่อเป็นสินสมรสของจำเลยทั้งสอง ไม่ว่าจำเลยที่ 1 จะโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องให้แก่จำเลยที่ 2 หรือไม่ก็ตาม ผู้ร้องยังคงมีสิทธิยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระได้ อีกทั้งยังปรากฏว่าจำเลยทั้งสองชำระหนี้ให้แก่สหกรณ์ ค. มาโดยตลอด กรณีย่อมทำให้จำนวนหนี้ที่จำเลยทั้งสองจะต้องชำระให้แก่สหกรณ์ ค. ลดลง ผู้ร้องก็ยิ่งมีสิทธิได้รับเงินส่วนที่เหลือจากการชำระหนี้ให้แก่ผู้รับจำนองมาชำระหนี้แก่ผู้ร้องเพิ่มขึ้น ประกอบกับภายหลังการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องให้แก่จำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยทั้งสองก็ยังอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาตลอดมา ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่ทำให้สิทธิของผู้ร้องได้รับความเสียหาย กรณีจึงไม่เป็นการยักย้ายถ่ายเททรัพย์เพื่อมิให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง

Foire aux questions คำถามที่พบบ่อย

Quel est le principe juridique énoncé dans la décision 5328/2568 ? คำพิพากษาฎีกาที่ 5328/2568 วินิจฉัยอย่างไร?

Lorsque le bien immobilier hypothéqué appartenant à un des époux est en fait une propriété matrimoniale, et que le conjoint transfère le titre à l’autre époux, le droit du créancier à saisir l’ensemble de la propriété demeure intact. Le transfert ne ' retire ' pas la propriété de la portée du créancier ; les deux époux l’avaient en effet en commun tout au long de leur vie commune, et donc n’est pas un ' escroquerie ' au sens de l’article 350 du Code pénal. Le fait que le couple ait continué à vivre ensemble après le transfert et ait continué de payer la dette hypothécaire confirme également que cette situation n’avait pas pour but frauduleux.

ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ต้องมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ เมื่อทรัพย์ดังกล่าวเป็นสินสมรสของจำเลยทั้งสอง แม้จำเลยที่ 1 จะโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยที่ 2 ผู้ร้องยังคงมีสิทธิยึดที่ดินทั้งแปลงเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ การโอนระหว่างคู่สมรสจึงไม่ทำให้สิทธิของผู้ร้องเสียหาย และจำเลยทั้งสองยังคงอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยา การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการยักย้ายถ่ายเททรัพย์เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้

Quelle loi a été appliquée dans l’affaire 5328/2568, et s’applique-t-il le Code civil et commercial ? คำพิพากษาฎีกาที่ 5328/2568 วินิจฉัยตามกฎหมายใด และนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับหรือไม่

L’article 350 du Code pénal, qui traite de l’infraction de tromper un créancier, ainsi que l’article 83 qui concerne la participation à une fraude, sont invoqués dans le jugement. Le Code civil et commercial n’est pas cité nulle part dans l’arrêt. Le fait que les terres appartenaient à somros est une constatation de fait concernant la propriété, et c’est ce qui contredit l’accusation, car un transfert entre époux de quelque chose qui leur appartenait déjà en commun ne retire rien à la portée du créancier. Il ne s’agit pas d’une disposition dont le jugement était fondé.

วินิจฉัยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ ประกอบมาตรา 83 คำพิพากษามิได้อ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แต่อย่างใด ข้อที่ว่าที่ดินเป็นสินสมรสเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวทรัพย์ ซึ่งเป็นเหตุให้การกระทำไม่เป็นความผิด เพราะการโอนระหว่างคู่สมรสในทรัพย์ที่เป็นเจ้าของร่วมกันอยู่แล้วมิได้ทำให้ทรัพย์พ้นจากการบังคับคดีของเจ้าหนี้

créancier frauduleux en Thaïlande article 350 du code pénal thaïlandais transfert de Sin Somros en Thaïlande créancier matrimonial en Thaïlande

📖 Pour en savoir plus, consultez ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Consultant juridique étranger
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Avocat et notaire thaïlandais

Examiné et annoté par des professionnels du droit qualifiés ayant plus de 18 ans d'expérience en droit thaïlandais.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Avertissement : Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.

Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Retour en haut de la page
WhatsApp LINE Appeler Rendez-vous