Landmark คำพิพากษาสำคัญ Criminal Codeป.อ. Decision 5328/2568 คำพิพากษาที่ 5328/2568 2025 (B.E. 2568)

Transfer of Marital Property Between Spouses Does Not Defraud Creditors When the Whole Property Remains Reachable การโอนสินสมรสระหว่างคู่สมรส ไม่เป็นการโกงเจ้าหนี้เมื่อเจ้าหนี้ยังคงยึดทรัพย์ได้ทั้งแปลง

Criminal Code Sections: มาตรา ป.อ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

The offence of defrauding a creditor under Penal Code section 350 requires the removal of property. Where mortgaged land titled in one spouse is in fact sin somros, a transfer of the title to the other spouse removes nothing: the property was jointly owned throughout and the creditor may still seize the whole of it and sell it towards the debt. Continuing to service the mortgage only increases what will remain for the creditor once the mortgagee is paid, and the couple continuing to live together tells against a fraudulent purpose. The offence is not made out.

ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ต้องมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ เมื่อทรัพย์ที่โอนเป็นสินสมรสของจำเลยทั้งสอง แม้จำเลยที่ 1 จะโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยที่ 2 ผู้ร้องยังคงมีสิทธิยึดที่ดินทั้งแปลงออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ได้ การโอนระหว่างคู่สมรสจึงไม่ทำให้สิทธิของผู้ร้องเสียหาย ทั้งการที่จำเลยทั้งสองชำระหนี้แก่ผู้รับจำนองมาโดยตลอดยิ่งทำให้เงินส่วนที่เหลือมาถึงผู้ร้องมากขึ้น และจำเลยทั้งสองยังคงอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยา การกระทำจึงไม่เป็นการยักย้ายถ่ายเททรัพย์เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ ไม่เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

This is a criminal case, not a civil one. The husband and wife were prosecuted for defrauding a creditor under Penal Code section 350 with section 83, after the husband transferred their mortgaged land and house into the wife's name while a judgment debt against him was unpaid. The trial court convicted both and imposed six months' imprisonment each; the Court of Appeal Region 7 reversed and dismissed the charge, and the Supreme Court agreed. The offence requires the removal of property. The land was acquired during the marriage and was the couple's sin somros throughout, the title standing in the husband's name only because the cooperative that lent on it required a member domiciled in its district. Whether the title stood in his name or hers, the creditor could still seize the whole property and sell it towards the balance of the judgment debt. The couple also kept paying the cooperative that held the mortgage, which only increased what would be left over for the creditor, and they went on living together as husband and wife after the transfer. Nothing was put beyond the creditor's reach, so the offence was not made out.
คดีนี้เป็นคดีอาญา มิใช่คดีแพ่ง จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นสามีภริยาถูกฟ้องว่าโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ประกอบมาตรา 83 จากการที่จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จำนองไว้ให้แก่จำเลยที่ 2 ในขณะที่ยังมีหนี้ตามคำพิพากษาค้างชำระ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่ามีความผิด จำคุกคนละ 6 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง และศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ต้องมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ เมื่อที่ดินได้มาระหว่างสมรสจึงเป็นสินสมรสของจำเลยทั้งสองตลอดมา ที่ใส่ชื่อจำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียวก็เพราะระเบียบของสหกรณ์ผู้ให้กู้กำหนดให้ผู้กู้เป็นสมาชิกที่มีภูมิลำเนาในเขตนั้น ไม่ว่าที่ดินจะอยู่ในชื่อของฝ่ายใด ผู้ร้องยังคงมีสิทธิยึดที่ดินทั้งแปลงออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ที่ค้างได้ ทั้งจำเลยทั้งสองยังชำระหนี้ให้สหกรณ์ผู้รับจำนองมาโดยตลอด ซึ่งยิ่งทำให้เงินส่วนที่เหลือมาถึงผู้ร้องมากขึ้น และยังคงอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาภายหลังการโอน การกระทำจึงไม่เป็นการยักย้ายถ่ายเททรัพย์เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

The offence of defrauding a creditor under Penal Code section 350 requires the removal of property. Where mortgaged land titled in one spouse is in fact sin somros, a transfer of the title to the other spouse removes nothing: the property was jointly owned throughout and the creditor may still seize the whole of it and sell it towards the debt. Continuing to service the mortgage only increases what will remain for the creditor once the mortgagee is paid, and the couple continuing to live together tells against a fraudulent purpose. The offence is not made out.
ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ต้องมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ เมื่อทรัพย์ที่โอนเป็นสินสมรสของจำเลยทั้งสอง แม้จำเลยที่ 1 จะโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยที่ 2 ผู้ร้องยังคงมีสิทธิยึดที่ดินทั้งแปลงออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ได้ การโอนระหว่างคู่สมรสจึงไม่ทำให้สิทธิของผู้ร้องเสียหาย ทั้งการที่จำเลยทั้งสองชำระหนี้แก่ผู้รับจำนองมาโดยตลอดยิ่งทำให้เงินส่วนที่เหลือมาถึงผู้ร้องมากขึ้น และจำเลยทั้งสองยังคงอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยา การกระทำจึงไม่เป็นการยักย้ายถ่ายเททรัพย์เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ ไม่เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 5328/2568. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5328/2568 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

English translation is being prepared and will be available soon.

ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ต้องมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ เมื่อทรัพย์ดังกล่าวได้มาระหว่างสมรสจึงถือว่าเป็นสินสมรสของจำเลยทั้งสอง แต่เหตุที่ใส่ชื่อจำเลยที่ 1 เพียงคนเดียวในหนังสือสัญญากู้เงินพิเศษและสัญญาจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างน่าเชื่อว่าเป็นเพราะจำเลยที่ 1 เป็นสมาชิกของสหกรณ์ ค. และมีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ตามระเบียบของสหกรณ์ ค. ดังนั้นไม่ว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องจะเป็นชื่อของจำเลยที่ 1 หรือที่ 2 เมื่อเป็นสินสมรสของจำเลยทั้งสอง ไม่ว่าจำเลยที่ 1 จะโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องให้แก่จำเลยที่ 2 หรือไม่ก็ตาม ผู้ร้องยังคงมีสิทธิยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระได้ อีกทั้งยังปรากฏว่าจำเลยทั้งสองชำระหนี้ให้แก่สหกรณ์ ค. มาโดยตลอด กรณีย่อมทำให้จำนวนหนี้ที่จำเลยทั้งสองจะต้องชำระให้แก่สหกรณ์ ค. ลดลง ผู้ร้องก็ยิ่งมีสิทธิได้รับเงินส่วนที่เหลือจากการชำระหนี้ให้แก่ผู้รับจำนองมาชำระหนี้แก่ผู้ร้องเพิ่มขึ้น ประกอบกับภายหลังการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องให้แก่จำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยทั้งสองก็ยังอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาตลอดมา ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่ทำให้สิทธิของผู้ร้องได้รับความเสียหาย กรณีจึงไม่เป็นการยักย้ายถ่ายเททรัพย์เพื่อมิให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ไม่เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตาม ป.อ. มาตรา 350 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 350 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา ธนาคาร อ. ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการที่จำเลยทั้งสองทำให้ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ไม่ได้รับชำระหนี้ และไม่สามารถบังคับคดีได้ จนทำให้เกิดหนี้ค้างชำระและได้รับความเสียหาย รวมทั้งสิ้น 1,421,113.98 บาท จำเลยทั้งสองไม่ให้การในคดีส่วนแพ่ง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 6 เดือน ยกคำร้องในคดีส่วนแพ่งของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งรับฟังเป็นยุติว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 กับนางสาวหรือนางณมิตา ตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดนครปฐม แต่จำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ ผู้ร้องจึงยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดในราคา 930,000 บาท คงเหลือยอดหนี้ตามคำพิพากษา 1,056,775.58 บาท จำเลยทั้งสองจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 ต่อมา วันที่ 28 กันยายน 2564 ผู้ร้องยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 116294 พร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้อง ซึ่งมีสหกรณ์ ค. เป็นผู้รับจำนองเพื่อบังคับชำระหนี้ที่เหลือ วันที่ 29 กันยายน 2564 จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 116294 ตามฟ้องให้แก่จำเลยที่ 2 โดยความยินยอมของผู้รับจำนอง คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในคดีส่วนแพ่ง คู่ความไม่อุทธรณ์จึงยุติไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่จำเลยที่ 1 โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 116294 ให้แก่จำเลยที่ 2 เป็นการยักย้ายถ่ายเททรัพย์เพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน อันจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 หรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 บัญญัติว่า "ผู้ใดเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนเองหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ซึ่งได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้นหรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใดก็ดี แกล้งให้ตนเองเป็นหนี้จำนวนใดอันไม่เป็นความจริงก็ดี..." ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้จึงต้องมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ ข้อเท็จจริงคดีนี้ได้ความว่าเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2561 จำเลยทั้งสองจองซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 116294 ตามฟ้อง และในวันดังกล่าวจำเลยทั้งสองลงลายมือชื่อในเอกสารขอซื้อทรัพย์สินรอการขายของสหกรณ์ ค. นอกจากนี้จำเลยทั้งสองยังลงลายมือชื่อร่วมกันในสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินโฉนดเลขที่ 116294 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2561 อันเป็นเวลาภายหลังจากที่จำเลยทั้งสองจดทะเบียนสมรสกันแล้ว โดยต่อมาจำเลยที่ 1 ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 แม้หนังสือคำร้องขอกู้เงินพิเศษ มีชื่อจำเลยที่ 1 เพียงคนเดียว แต่ก็ระบุว่าทำร่วมกับคู่สมรสคือจำเลยที่ 2 ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย เมื่อทรัพย์ดังกล่าวได้มาระหว่างสมรสจึงถือว่าเป็นสินสมรสของจำเลยทั้งสอง แต่เหตุที่ใส่ชื่อจำเลยที่ 1 เพียงคนเดียวในหนังสือสัญญากู้เงินพิเศษและสัญญาจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างน่าเชื่อว่าเป็นเพราะจำเลยที่ 1 เป็นสมาชิกของสหกรณ์ ค. และมีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ตามระเบียบของสหกรณ์ ค. ดังนั้นไม่ว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องจะเป็นชื่อของจำเลยที่ 1 หรือที่ 2 เมื่อเป็นสินสมรสของจำเลยทั้งสอง ไม่ว่าจำเลยที่ 1 จะโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องให้แก่จำเลยที่ 2 หรือไม่ก็ตาม ผู้ร้องยังคงมีสิทธิยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระได้ อีกทั้งยังปรากฏว่าจำเลยทั้งสองชำระหนี้ให้แก่สหกรณ์ ค. มาโดยตลอด กรณีย่อมทำให้จำนวนหนี้ที่จำเลยทั้งสองจะต้องชำระให้แก่สหกรณ์ ค. ลดลง ผู้ร้องก็ยิ่งมีสิทธิได้รับเงินส่วนที่เหลือจากการชำระหนี้ให้แก่ผู้รับจำนองมาชำระหนี้แก่ผู้ร้องเพิ่มขึ้น ประกอบกับภายหลังการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องให้แก่จำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยทั้งสองก็ยังอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาตลอดมา ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่ทำให้สิทธิของผู้ร้องได้รับความเสียหาย กรณีจึงไม่เป็นการยักย้ายถ่ายเททรัพย์เพื่อมิให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

Frequently Asked Questions คำถามที่พบบ่อย

What is the legal principle in Decision 5328/2568? คำพิพากษาฎีกาที่ 5328/2568 วินิจฉัยอย่างไร?

Where mortgaged land titled in one spouse is in fact sin somros (marital property), and that spouse transfers title to the other spouse, the creditor's right to seize the entire property is unimpaired. The transfer does not 'remove' the property from creditor reach, both spouses owned it jointly throughout, and therefore is not 'defrauding a creditor' (โกงเจ้าหนี้) under criminal §350. The fact that the couple continued cohabiting after the transfer and continued making payments on the mortgage further confirms no fraudulent purpose.

ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ต้องมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ เมื่อทรัพย์ดังกล่าวเป็นสินสมรสของจำเลยทั้งสอง แม้จำเลยที่ 1 จะโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยที่ 2 ผู้ร้องยังคงมีสิทธิยึดที่ดินทั้งแปลงเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ การโอนระหว่างคู่สมรสจึงไม่ทำให้สิทธิของผู้ร้องเสียหาย และจำเลยทั้งสองยังคงอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยา การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการยักย้ายถ่ายเททรัพย์เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้

Which law was Decision 5328/2568 decided under, and does the Civil and Commercial Code apply? คำพิพากษาฎีกาที่ 5328/2568 วินิจฉัยตามกฎหมายใด และนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับหรือไม่

Penal Code section 350, the offence of defrauding a creditor, together with section 83 for acting as co-principals. The Civil and Commercial Code is not cited anywhere in the judgment. That the land was sin somros is a finding of fact about the property, and it is what defeats the charge, because a transfer between spouses of something they already owned jointly removes nothing from the creditor's reach. It is not a provision the case was decided under.

วินิจฉัยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ ประกอบมาตรา 83 คำพิพากษามิได้อ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แต่อย่างใด ข้อที่ว่าที่ดินเป็นสินสมรสเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวทรัพย์ ซึ่งเป็นเหตุให้การกระทำไม่เป็นความผิด เพราะการโอนระหว่างคู่สมรสในทรัพย์ที่เป็นเจ้าของร่วมกันอยู่แล้วมิได้ทำให้ทรัพย์พ้นจากการบังคับคดีของเจ้าหนี้

defrauding creditor thailand section 350 criminal thailand sin somros transfer thailand marital property creditor thailand

📖 Further Reading on ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Foreign Legal Consultant
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Thai Attorney and Notary

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Scroll to Top
WhatsApp LINE Call Book