Landmark คำพิพากษาสำคัญ Civil & Commercial Codeป.พ.พ. Decision 186/2565 คำพิพากษาที่ 186/2565 2022 (B.E. 2565)

Land Given by One Spouse to the Other Without 'Sin Somros' Designation Becomes the Recipient's Separate Property ที่ดินที่สามียกให้ภริยา (หรือกลับกัน) โดยไม่ระบุว่าเป็นสินสมรส ตกเป็นสินส่วนตัวของผู้รับ

CCC Sections: มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Land that one spouse owns as separate property (sin suan tua) and then transfers to the other by registered gift, without declaring the gift to be sin somros, becomes the recipient's own separate property under Civil and Commercial Code sections 1471(3) and 1474(2). The recipient alone has power to manage it under section 1473, so a sale to a third party is complete and valid and it is unnecessary to ask whether the donor spouse consented. Such a gift is nonetheless a contract concerning property made between husband and wife during the marriage, which either of them may avoid while the marriage subsists under section 1469. That right does not reach a sale the recipient had already completed before the donor brought the action. Here the donor's own testimony, that he had stopped paying child support because the recipient held the price of the land, showed he had impliedly agreed that the money be used to maintain her and his son, and his claim for its return therefore failed.

โจทก์ยกที่ดินพิพาททั้ง 5 แปลง ให้แก่จำเลย มิใช่ให้จำเลยถือครองที่ดินแทนโจทก์ และตามสำเนาโฉนดที่ดินระบุว่า โจทก์ได้รับที่ดินโฉนดเลขที่ 30376 มาโดยการรับโอนมรดก ที่ดินจึงเป็นสินส่วนตัวของโจทก์ เมื่อโจทก์จดทะเบียนให้ที่ดินแก่จำเลยโดยไม่ได้ระบุว่า ให้เป็นสินสมรส ที่ดินจึงเป็นสินส่วนตัวของจำเลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1471 (3) และ 1474 (2) จำเลยย่อมเป็นผู้มีอำนาจจัดการที่ดินดังกล่าวได้เอง ตามมาตรา 1473 การที่จำเลยจดทะเบียนขายที่ดินดังกล่าวให้แก่บริษัทไปในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 นิติกรรมการขายจึงเป็นอันเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว โดยไม่จำต้องพิจารณาว่าโจทก์ได้ให้ความยินยอมในการขายหรือไม่ แม้การที่โจทก์จดทะเบียนให้ที่ดินแก่จำเลยในระหว่างสมรส จะเป็นสัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่ได้ทำไว้ต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยากัน ซึ่งฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะบอกล้างเสียในระหว่างที่เป็นสามีภริยากันอยู่ก็ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1469 ก็ตาม แต่เมื่อจำเลยได้ขายที่ดินไปเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วก่อนวันที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ ประกอบกับคำเบิกความของโจทก์เอง ถือได้ว่าโจทก์ได้ตกลงยินยอมโดยปริยายให้นำเงินที่ได้จากการขายที่ดินเป็นค่าใช้จ่ายในการอุปการะเลี้ยงดูจำเลยและบุตรของโจทก์ โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินที่ได้รับจากการขายที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ไม่ได้

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

During the marriage the plaintiff registered gifts of five plots of land to the defendant, his wife. One of them, title deed 30376, was shown by the deed copy to have come to him by inheritance, so it was his separate property (sin suan tua) until he gave it away. On 8 November 2559 (2016) the defendant sold that plot to a company for 6,650,000 baht, and on 14 June 2560 (2017) the plaintiff sued for divorce, for revocation of the gifts and for the proceeds of that sale. The Central Juvenile and Family Court revoked the gifts of the four plots the defendant still held and dismissed the rest of the claim, including the demand for the money. The Court of Appeal for Specialised Cases varied that judgment and ordered the defendant to repay 6,650,000 baht with interest at 7.5 per cent a year from the day after filing. The Supreme Court restored the judgment of the Court of First Instance. Because the gift was not declared to be sin somros, the land had become the defendant's own separate property under sections 1471(3) and 1474(2) and she alone could deal with it under section 1473, so the sale was complete and valid. The plaintiff's right under section 1469 to avoid a property agreement made between spouses during the marriage could not undo a sale finished before he sued, and his own evidence showed he had impliedly agreed that the proceeds be spent on maintaining her and his son.
ระหว่างสมรส โจทก์จดทะเบียนยกที่ดินให้จำเลยซึ่งเป็นภริยารวม 5 แปลง ที่ดินโฉนดเลขที่ 30376 นั้น สำเนาโฉนดระบุว่าโจทก์ได้รับมาโดยการรับโอนมรดก จึงเป็นสินส่วนตัวของโจทก์ก่อนยกให้ ต่อมาวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 จำเลยจดทะเบียนขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่บริษัท ผ. ในราคา 6,650,000 บาท โจทก์จึงฟ้องเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2560 ขอหย่า ขอเพิกถอนนิติกรรมการให้ และขอให้จำเลยคืนเงินค่าที่ดิน ศาลชั้นต้นพิพากษาเพิกถอนนิติกรรมการให้ที่ดิน 4 แปลงที่จำเลยยังถือครองอยู่ และยกคำขออื่นรวมทั้งคำขอเรื่องเงิน ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษาแก้ให้จำเลยคืนเงิน 6,650,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เพราะเมื่อยกให้โดยไม่ระบุว่าเป็นสินสมรส ที่ดินย่อมตกเป็นสินส่วนตัวของจำเลย ตามมาตรา 1471 (3) และ 1474 (2) จำเลยจัดการได้เองตามมาตรา 1473 การขายจึงเสร็จสิ้นสมบูรณ์ แม้โจทก์จะมีสิทธิบอกล้างสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ทำไว้ต่อกันในระหว่างสมรสตามมาตรา 1469 แต่จำเลยขายที่ดินไปเสร็จสิ้นก่อนวันฟ้อง ทั้งถือได้ว่าโจทก์ตกลงยินยอมโดยปริยายให้นำเงินนั้นไปเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูจำเลยและบุตรของโจทก์

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Land that one spouse owns as separate property (sin suan tua) and then transfers to the other by registered gift, without declaring the gift to be sin somros, becomes the recipient's own separate property under Civil and Commercial Code sections 1471(3) and 1474(2). The recipient alone has power to manage it under section 1473, so a sale to a third party is complete and valid and it is unnecessary to ask whether the donor spouse consented. Such a gift is nonetheless a contract concerning property made between husband and wife during the marriage, which either of them may avoid while the marriage subsists under section 1469. That right does not reach a sale the recipient had already completed before the donor brought the action. Here the donor's own testimony, that he had stopped paying child support because the recipient held the price of the land, showed he had impliedly agreed that the money be used to maintain her and his son, and his claim for its return therefore failed.
โจทก์ยกที่ดินพิพาททั้ง 5 แปลง ให้แก่จำเลย มิใช่ให้จำเลยถือครองที่ดินแทนโจทก์ และตามสำเนาโฉนดที่ดินระบุว่า โจทก์ได้รับที่ดินโฉนดเลขที่ 30376 มาโดยการรับโอนมรดก ที่ดินจึงเป็นสินส่วนตัวของโจทก์ เมื่อโจทก์จดทะเบียนให้ที่ดินแก่จำเลยโดยไม่ได้ระบุว่า ให้เป็นสินสมรส ที่ดินจึงเป็นสินส่วนตัวของจำเลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1471 (3) และ 1474 (2) จำเลยย่อมเป็นผู้มีอำนาจจัดการที่ดินดังกล่าวได้เอง ตามมาตรา 1473 การที่จำเลยจดทะเบียนขายที่ดินดังกล่าวให้แก่บริษัทไปในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 นิติกรรมการขายจึงเป็นอันเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว โดยไม่จำต้องพิจารณาว่าโจทก์ได้ให้ความยินยอมในการขายหรือไม่ แม้การที่โจทก์จดทะเบียนให้ที่ดินแก่จำเลยในระหว่างสมรส จะเป็นสัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่ได้ทำไว้ต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยากัน ซึ่งฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะบอกล้างเสียในระหว่างที่เป็นสามีภริยากันอยู่ก็ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1469 ก็ตาม แต่เมื่อจำเลยได้ขายที่ดินไปเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วก่อนวันที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ ประกอบกับคำเบิกความของโจทก์เอง ถือได้ว่าโจทก์ได้ตกลงยินยอมโดยปริยายให้นำเงินที่ได้จากการขายที่ดินเป็นค่าใช้จ่ายในการอุปการะเลี้ยงดูจำเลยและบุตรของโจทก์ โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินที่ได้รับจากการขายที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ไม่ได้

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 186/2565. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 186/2565 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

English translation is being prepared and will be available soon.

โจทก์ยกที่ดินพิพาททั้ง 5 แปลง ให้แก่จำเลย มิใช่ให้จำเลยถือครองที่ดินแทนโจทก์ และตามสำเนาโฉนดที่ดินระบุว่า โจทก์ได้รับที่ดินโฉนดเลขที่ 30376 ดังกล่าวมาโดยการรับโอนมรดก ที่ดินจึงเป็นสินส่วนตัวของโจทก์ เมื่อโจทก์จดทะเบียนให้ที่ดินแก่จำเลยโดยไม่ได้ระบุว่า ให้เป็นสินสมรส ที่ดินจึงเป็นสินส่วนตัวของจำเลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1471 (3) และ 1474 (2) จำเลยย่อมเป็นผู้มีอำนาจจัดการที่ดินดังกล่าวได้เอง ตามมาตรา 1473 ดังนั้น การที่จำเลยจดทะเบียนขายที่ดินดังกล่าวให้แก่บริษัท ผ. ไปในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 นิติกรรมการขายที่ดินดังกล่าวจึงเป็นอันเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว โดยไม่จำต้องพิจารณาว่า โจทก์ได้ให้ความยินยอมในการขายที่ดินของจำเลยหรือไม่ ดังนั้น แม้โจทก์ได้จดทะเบียนให้ที่ดินดังกล่าวแก่จำเลยในระหว่างสมรส อันเป็นสัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่ได้ทำไว้ต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยากัน ซึ่งฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะบอกล้างเสียในระหว่างที่เป็นสามีภริยากันอยู่ก็ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1469 ก็ตาม แต่เมื่อจำเลยได้ขายที่ดินไปเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วก่อนวันที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ ประกอบกับหลังจากปี 2559 โจทก็ไม่ได้ส่งค่าเลี้ยงดูบุตรให้แก่จำเลย เนื่องจากจำเลยผิดข้อตกลงเรื่องหย่า และโจทก์คิดว่าจำเลยมีเงินส่งเสียบุตร เพราะจำเลยขายที่ดินที่โจทก์ยกให้ไปแล้ว ถือได้ว่าโจทก์ได้ตกลงยินยอมโดยปริยายให้นำเงินที่ได้จากการขายที่ดินเป็นค่าใช้จ่ายในการอุปการะเลี้ยงดูจำเลยและบุตรของโจทก์ เฉพาะอย่างยิ่งบุตรโจทก์กำลังศึกษาอยู่ที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จึงไม่เป็นกรณีที่โจทก์จะฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินที่ได้รับจากการขายที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์อีก
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้พิพากษาให้โจทก์กับจำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน ให้แบ่งกรรมสิทธิ์ในสินสมรส 48 รายการ ให้โจทก์และจำเลยคนละครึ่ง หากไม่สามารถแบ่งได้ให้นำสินสมรสออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันคนละครึ่ง ให้เพิกถอนนิติกรรมการให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 7113 ที่ดินโฉนดเลขที่ 6322, 6324 และ 6325 โดยให้ที่ดินดังกล่าวกลับมาเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ หากจำเลยขายที่ดินดังกล่าวให้คืนเงินที่ได้จากการขายให้แก่โจทก์ และให้จำเลยคืนโฉนดที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ หากไม่ส่งคืนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการขอออกใบแทนโฉนดที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ ให้จำเลยคืนเงินที่ได้จากการขายที่ดินโฉนดเลขที่ 30376 6,650,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยคืนสินส่วนตัว 38 รายการ ให้แก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน 550,000 บาท ให้จำเลยคืนโฉนดที่ดินเลขที่ 6323 ให้แก่โจทก์ หากไม่ส่งคืนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการขอออกใบแทนโฉนดที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเตียงนอนหลุยส์ เก้าอี้หนังหลุยส์ ชุดรับแขกไม้แกะสลัก ถาดทองเหลือง พานทองเหลือง เตียงไม้ชิงชันสำหรับนอนเล่นและตู้โชว์ไม้ชิงชัน สินส่วนตัวของโจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา 110,000 บาท กับให้เพิกถอนนิติกรรมการให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 6322, 6324 และ 6325 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2544 และที่ดินโฉนดเลขที่ 7113 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2543 และให้จำเลยส่งมอบคืนโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ หากไม่ส่งคืนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ให้เจ้าพนักงานที่ดินออกใบแทนโฉนดที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ตามทุนทรัพย์เท่าที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยคืนเงิน 6,650,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 14 มิถุนายน 2560) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังได้ว่า โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากันโดยจดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2530 ระหว่างสมรสโจทก์มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับนางอัญชลี มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ นายรัฐนันท์ หลังจากโจทก์เลิกความสัมพันธ์กับนางอัญชลีเมื่อปี 2543 แล้วโจทก์และจำเลยได้รับนายรัฐนันท์มาเลี้ยงดูโจทก์ได้จดทะเบียนให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 7113 โฉนดที่ดินเลขที่ 6322, 6324 และ 6325 โฉนดที่ดินเลขที่ 30376 แก่จำเลย ต่อมาวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 จำเลยจดทะเบียนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 30376 แก่บริษัท ผ. ไปในราคา 6,650,000 บาท มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาจากศาลฎีกาว่า โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินที่ได้รับจากการขายที่ดินโฉนดเลขที่ 30376 แก่โจทก์ได้หรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ยกที่ดินพิพาททั้ง 5 แปลง ให้แก่จำเลย มิใช่ให้จำเลยถือครองที่ดินแทนโจทก์ โจทก์อุทธรณ์เพียงว่า โจทก์ยกที่ดินโฉนดเลขที่ 30376 ให้แก่จำเลยย่อมเป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสมรสเช่นกัน โจทก์ย่อมมีสิทธิบอกล้างได้ ข้อเท็จจริงจึงยุติตามศาลชั้นต้นว่า โจทก์ยกที่ดินให้แก่จำเลยมิใช่ให้จำเลยถือครองที่ดินแทนโจทก์ ซึ่งระบุว่า โจทก์ได้รับที่ดินโฉนดเลขที่ 30376 ดังกล่าวมาโดยการรับโอนมรดก ที่ดินจึงเป็นสินส่วนตัวของโจทก์ เมื่อโจทก์จดทะเบียนให้ที่ดินแก่จำเลยโดยไม่ได้ระบุว่า ให้เป็นสินสมรส ที่ดินจึงเป็นสินส่วนตัวของจำเลย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1471 (3) และ 1474 (2) จำเลยย่อมเป็นผู้มีอำนาจจัดการที่ดินดังกล่าวได้เอง ตามมาตรา 1473 ดังนั้น การที่จำเลยจดทะเบียนขายที่ดินดังกล่าวให้แก่บริษัท ผ. ไปในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 นิติกรรมการขายที่ดินดังกล่าวจึงเป็นอันเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว โดยไม่จำต้องพิจารณาว่า โจทก์ได้ให้ความยินยอมในการขายที่ดินของจำเลยหรือไม่ ดังนั้น แม้โจทก์ได้จดทะเบียนให้ที่ดินดังกล่าวแก่จำเลยในระหว่างสมรส อันเป็นสัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่ได้ทำไว้ต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยากันซึ่งฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะบอกล้างเสียในระหว่างที่เป็นสามีภริยากันอยู่ก็ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 ก็ตาม แต่เมื่อจำเลยได้ขายที่ดินไปเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วก่อนวันที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ ประกอบกับโจทก์เบิกความตอบทนายโจทก์ถามติงว่าหลังจากปี 2559 โจทก์ไม่ได้ส่งค่าเลี้ยงดูบุตรให้แก่จำเลย เนื่องจากจำเลยผิดข้อตกลงเรื่องหย่าและโจทก์คิดว่าจำเลยมีเงินส่งเสียบุตร เพราะจำเลยขายที่ดินที่โจทก์ยกให้ไปแล้ว ถือได้ว่าโจทก์ได้ตกลงยินยอมโดยปริยายให้นำเงินที่ได้จากการขายที่ดินเป็นค่าใช้จ่ายในการอุปการะเลี้ยงดูจำเลยและบุตรของโจทก์ เฉพาะอย่างยิ่งบุตรโจทก์กำลังศึกษาอยู่ที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จึงไม่เป็นกรณีที่โจทก์จะฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินที่ได้รับจากการขายที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์อีก ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษาให้จำเลยคืนเงินที่ได้รับจากการขายที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นคดีไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาข้ออื่น ๆ ตามฎีกาของจำเลยต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

Frequently Asked Questions คำถามที่พบบ่อย

What is the legal principle in Decision 186/2565? คำพิพากษาฎีกาที่ 186/2565 วินิจฉัยอย่างไร?

Land that one spouse owns as separate property (sin suan tua) and then transfers to the other by registered gift, without declaring the gift to be sin somros, becomes the recipient's own separate property under Civil and Commercial Code sections 1471(3) and 1474(2). The recipient alone has power to manage it under section 1473, so a sale to a third party is complete and valid and it is unnecessary to ask whether the donor spouse consented. Such a gift is nonetheless a contract concerning property made between husband and wife during the marriage, which either of them may avoid while the marriage subsists under section 1469. That right does not reach a sale the recipient had already completed before the donor brought the action. Here the donor's own testimony, that he had stopped paying child support because the recipient held the price of the land, showed he had impliedly agreed that the money be used to maintain her and his son, and his claim for its return therefore failed.

โจทก์ยกที่ดินพิพาททั้ง 5 แปลง ให้แก่จำเลย มิใช่ให้จำเลยถือครองที่ดินแทนโจทก์ และตามสำเนาโฉนดที่ดินระบุว่า โจทก์ได้รับที่ดินโฉนดเลขที่ 30376 มาโดยการรับโอนมรดก ที่ดินจึงเป็นสินส่วนตัวของโจทก์ เมื่อโจทก์จดทะเบียนให้ที่ดินแก่จำเลยโดยไม่ได้ระบุว่า ให้เป็นสินสมรส ที่ดินจึงเป็นสินส่วนตัวของจำเลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1471 (3) และ 1474 (2) จำเลยย่อมเป็นผู้มีอำนาจจัดการที่ดินดังกล่าวได้เอง ตามมาตรา 1473 การที่จำเลยจดทะเบียนขายที่ดินดังกล่าวให้แก่บริษัทไปในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 นิติกรรมการขายจึงเป็นอันเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว โดยไม่จำต้องพิจารณาว่าโจทก์ได้ให้ความยินยอมในการขายหรือไม่ แม้การที่โจทก์จดทะเบียนให้ที่ดินแก่จำเลยในระหว่างสมรส จะเป็นสัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่ได้ทำไว้ต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยากัน ซึ่งฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะบอกล้างเสียในระหว่างที่เป็นสามีภริยากันอยู่ก็ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1469 ก็ตาม แต่เมื่อจำเลยได้ขายที่ดินไปเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วก่อนวันที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ ประกอบกับคำเบิกความของโจทก์เอง ถือได้ว่าโจทก์ได้ตกลงยินยอมโดยปริยายให้นำเงินที่ได้จากการขายที่ดินเป็นค่าใช้จ่ายในการอุปการะเลี้ยงดูจำเลยและบุตรของโจทก์ โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินที่ได้รับจากการขายที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ไม่ได้

Can the spouse who gave the land take the gift back under Section 1469? ผู้ให้จะบอกล้างการยกให้ตามมาตรา 1469 ได้หรือไม่

Section 1469 lets either spouse avoid a contract concerning property made between them during the marriage, and a registered gift of land between spouses is such a contract, so the donor can act while the marriage lasts. In Decision 186/2565 the gifts of the four plots the recipient still held were revoked and that part of the judgment stood. It gave the donor nothing on the fifth plot, which the recipient had already sold to a company before the action began and whose price the donor was held to have impliedly agreed she could spend on maintaining herself and his son.

มาตรา 1469 ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดบอกล้างสัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่ทำไว้ต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยาได้ในระหว่างที่ยังเป็นสามีภริยากันอยู่ และการจดทะเบียนยกที่ดินให้ระหว่างสมรสก็เป็นสัญญาเช่นว่านั้น ในคดี 186/2565 นิติกรรมการให้ที่ดิน 4 แปลงที่จำเลยยังถือครองอยู่ถูกเพิกถอน และคำพิพากษาส่วนนี้คงอยู่ แต่ไม่เป็นผลแก่ที่ดินแปลงที่ห้า เพราะจำเลยขายให้บริษัทเสร็จสิ้นไปก่อนฟ้อง และถือได้ว่าโจทก์ยินยอมโดยปริยายให้จำเลยนำเงินนั้นไปเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูจำเลยและบุตรของโจทก์

spousal gift thailand section 1471 ccc section 1474 ccc sin suan tua gift thailand spouse separate property

📖 Further Reading on ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Foreign Legal Consultant
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Thai Attorney and Notary

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Scroll to Top
WhatsApp LINE Call Book