Landmark คำพิพากษาสำคัญ Civil & Commercial Codeป.พ.พ. Decision 6631/2568 คำพิพากษาที่ 6631/2568 2025 (B.E. 2568)

Refinancing With a New Lender via Fresh Mortgage is Not Assignment of Claim — No §306 Written Notice Required การรีไฟแนนซ์โดยทำสัญญาจำนองใหม่กับเจ้าหนี้รายใหม่ — ไม่ใช่การโอนสิทธิเรียกร้องตามมาตรา 306

CCC Sections: มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Where a debtor refinances by discharging the old mortgage to creditor A, signing a fresh loan with creditor B, and granting B a new mortgage over the same property, the debtor has directly entered into a new contract with B. This is novation, not an assignment of A's claim to B. The strict written-notice/written-consent rules in CCC §306 (assignment of claims) do not apply. B's claim against the debtor stands without any §306 formalities.

เดิมจำเลยกู้ยืมเงินจาก พ. ต่อมามีการนำเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างชำระมาทำสัญญาใหม่เปลี่ยนตัวเจ้าหนี้จาก พ. เป็นโจทก์ โดยจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองเดิมและจำนองใหม่กับโจทก์ แสดงว่าจำเลยได้ตกลงทำสัญญาจำนองกับโจทก์โดยตรง การทำสัญญาจำนองจึงไม่ใช่การโอนสิทธิเรียกร้องที่ต้องทำตามมาตรา 306

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

The debtor originally borrowed from creditor P. Later, the debt was refinanced: the original mortgage was discharged and registered as released, a fresh loan contract was signed with the new creditor (the plaintiff), and a new mortgage was registered in favour of the plaintiff over the same land. When the plaintiff sued to enforce, the debtor argued the transaction was an assignment of P's claim to the plaintiff that required §306 written notice. The Supreme Court disagreed: this is a fresh direct contract between debtor and new lender (novation), not an assignment of claim. The §306 formalities do not apply.
เดิมจำเลยกู้ยืมจาก พ. ต่อมารีไฟแนนซ์ — ไถ่ถอนจำนองเดิม ทำสัญญากู้ใหม่กับโจทก์ และจดทะเบียนจำนองใหม่เป็นประกันให้โจทก์ เมื่อโจทก์ฟ้องบังคับ จำเลยอ้างว่าเป็นการโอนสิทธิเรียกร้องจาก พ. ต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือตามมาตรา 306 ศาลฎีกาปฏิเสธ — เป็นการที่จำเลยทำสัญญาใหม่กับเจ้าหนี้ใหม่โดยตรง เป็นการแปลงหนี้ใหม่ (novation) ไม่ใช่การโอนสิทธิเรียกร้อง มาตรา 306 จึงไม่ใช้บังคับ

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Where a debtor refinances by discharging the old mortgage to creditor A, signing a fresh loan with creditor B, and granting B a new mortgage over the same property, the debtor has directly entered into a new contract with B. This is novation, not an assignment of A's claim to B. The strict written-notice/written-consent rules in CCC §306 (assignment of claims) do not apply. B's claim against the debtor stands without any §306 formalities.
เดิมจำเลยกู้ยืมเงินจาก พ. ต่อมามีการนำเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างชำระมาทำสัญญาใหม่เปลี่ยนตัวเจ้าหนี้จาก พ. เป็นโจทก์ โดยจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองเดิมและจำนองใหม่กับโจทก์ แสดงว่าจำเลยได้ตกลงทำสัญญาจำนองกับโจทก์โดยตรง การทำสัญญาจำนองจึงไม่ใช่การโอนสิทธิเรียกร้องที่ต้องทำตามมาตรา 306

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 6631/2568. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6631/2568 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

English translation is being prepared and will be available soon.

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้ยืมเงินเพิ่มไปจากโจทก์ในวันจดทะเบียนจำนองนั้น ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เมื่อโจทก์ไม่อุทธรณ์ คดีในส่วนหนี้เงินกู้ดังกล่าวจึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ที่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า การกู้เงินตามฟ้องเป็นแปลงหนี้ใหม่หรือโอนสิทธิเรียกร้องหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ว่า เดิมจำเลยกู้ยืมเงินจากนาง พ. กรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ ต่อมาจึงมีการนำเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างชำระรวมกันเป็นเงินต้นและทำสัญญาใหม่เปลี่ยนตัวเจ้าหนี้จากนาง พ. เป็นโจทก์ การตกลงกันดังกล่าวนั้นมีการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินที่จำเลยจดทะเบียนจำนองไว้เป็นประกันหนี้ต่อนาง พ. และจำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินแปลงดังกล่าวไว้เป็นประกันหนี้ต่อโจทก์โดยใช้สัญญาจำนองเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงิน กรณีจึงถือได้ว่าเป็นการแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวเจ้าหนี้ ซึ่งกฎหมายให้บังคับด้วยบทบัญญัติทั้งหลายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยโอนสิทธิเรียกร้องตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 349 วรรคสาม ก็ตาม แต่จำเลยให้การต่อสู้คดีนี้แต่เพียงว่าจำเลยไม่ได้กู้ยืมเงินโจทก์ การโอนหนี้ระหว่างนาง พ. กับโจทก์เป็นการโอนหนี้อันพึงต้องชำระแก่เจ้าหนี้คนหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจงแต่นาง พ. และโจทก์มิได้มีคำบอกกล่าวเป็นหนังสือหรือได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากจำเลย โดยจำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ว่าการโอนหนี้ระหว่างนาง พ. กับโจทก์ไม่ได้ทำเป็นหนังสือจึงไม่สมบูรณ์ คดีจึงไม่มีประเด็นข้อพิพาทเรื่องการโอนหนี้ระหว่างนาง พ. กับโจทก์ไม่ได้ทำเป็นหนังสืออันจะทำให้การโอนหนี้ไม่สมบูรณ์ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 349 วรรคสาม แต่อย่างใด เมื่อข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่านาง พ. ในฐานะส่วนตัว โจทก์โดยนาง พ. ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ และจำเลยตกลงกันให้นำมูลหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยค้างชำระที่จำเลยเป็นลูกหนี้นาง พ. ตามสัญญาจำนองที่ใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินระหว่างจำเลยกับนาง พ. เป็นเงินต้นตามสัญญาจำนองที่ใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินระหว่างจำเลยกับโจทก์ มูลหนี้ตามสัญญาจำนองที่ใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินระหว่างจำเลยกับโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมาย และถือได้ว่าจำเลยได้รับเงินกู้ตามสัญญากู้ไปจากโจทก์ครบถ้วนแล้ว สัญญาจำนองที่ใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินระหว่างจำเลยกับโจทก์ซึ่งเป็นการแปลงหนี้ใหม่ด้วยเปลี่ยนตัวเจ้าหนี้จึงมีผลบังคับตามกฎหมาย และการแปลงหนี้ใหม่ด้วยเปลี่ยนตัวเจ้าหนี้ ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยทำสัญญาจำนองที่ดินกับโจทก์และใช้สัญญาจำนองเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมระหว่างจำเลยกับโจทก์ โดยจำเลยลงชื่อในฐานะผู้จำนองและลงชื่อในช่องผู้รับจำนองในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ ข้อเท็จจริงดังกล่าวแสดงว่าจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ได้ตกลงทำสัญญาจำนองกับโจทก์โดยตรง โดยจำเลยยินยอมให้เปลี่ยนตัวเจ้าหนี้จากนาง พ. มาเป็นโจทก์แล้ว การทำสัญญาจำนองจึงไม่ใช่การโอนสิทธิเรียกร้องที่จะต้องมีการทำเป็นหนังสือหรือทำคำบอกกล่าวหรือความยินยอมเป็นหนังสืออีกต่างหาก ข้อต่อสู้ของจำเลยจึงฟังไม่ขึ้น ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ และโจทก์มอบหมายให้ทนายความมีหนังสือทวงถามและบอกกล่าวบังคับจำนองไปยังจำเลยให้ชำระหนี้และจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองภายใน 60 วัน ตามหนังสือฉบับลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 จำเลยได้รับหนังสือเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 แต่จำเลยเพิกเฉย จำเลยจึงตกเป็นผู้ผิดนัดผิดสัญญาต้องรับผิดชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง และมาตรา 654 ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

Frequently Asked Questions คำถามที่พบบ่อย

What is the legal principle in Decision 6631/2568? คำพิพากษาฎีกาที่ 6631/2568 วินิจฉัยอย่างไร?

Where a debtor refinances by discharging the old mortgage to creditor A, signing a fresh loan with creditor B, and granting B a new mortgage over the same property, the debtor has directly entered into a new contract with B. This is novation, not an assignment of A's claim to B…

เดิมจำเลยกู้ยืมเงินจาก พ. ต่อมามีการนำเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างชำระมาทำสัญญาใหม่เปลี่ยนตัวเจ้าหนี้จาก พ. เป็นโจทก์ โดยจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองเดิมและจำนองใหม่กับโจทก์ แสดงว่าจำเลยได้ตกลงทำสัญญาจำนองกับโจทก์โดยตรง การทำสัญญาจำนองจึงไม่ใช่การโอนส…

Which CCC section applies? มาตราใดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง?

CCC Section 349 (also §306)

มาตรา 349 (และมาตรา 306)

mortgage refinance thailand section 306 ccc assignment of claim thailand novation thailand mortgage substitution thailand

📖 Further Reading on ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Foreign Legal Consultant
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Thai Attorney and Notary

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content — including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis — is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Start Your Case
Scroll to Top