Landmark คำพิพากษาสำคัญ Criminal Codeป.อ. Decision 3312/2548 คำพิพากษาที่ 3312/2548 2005 (B.E. 2548)

The Supreme Court convicted all three of gang robbery under Section 340 bis คำพิพากษาฎีกาที่ 3312/2548: จำเลยสามคนร่วมกันปล้นร้านทอง คนหนึ่งข่มขู่เจ้าของร้าน อีกคนเก็บทอง และ

Criminal Code Sections: มาตรา ป.อ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

The Supreme Court convicted all three of gang robbery under Section 340 bis.

ศาลฎีกาพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามมาตรา 340 ทวิ เมื่อบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปร่วมกันกระทำการปล้นทรัพย์ ผู้ร่วมกระทำแต่ละคนไม่จำต้องใช้กำลังหรือพกอาวุธด้วยตนเอง เพียงร่วมกันกระทำตามแผนร่วมก็เพียงพอ บทบาทของผู้ร่วมกระทำอาจแตกต่างกัน แต่ทุกคนต้องรับผิดเท่ากันในฐานะตัวการ

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

Three defendants acted together to rob a gold shop, with one threatening the shop owner, another collecting the gold, and the third serving as lookout. The Supreme Court convicted all three of gang robbery under Section 340 bis. The Court held that gang robbery is established when three or more persons act together in the commission of a robbery. Each participant need not personally use force or carry weapons; it is sufficient that they act in concert pursuant to a common plan. The roles of each participant may differ, but all are equally liable as principals in the offense when they act as part of a joint enterprise.
จำเลยสามคนร่วมกันปล้นร้านทอง คนหนึ่งข่มขู่เจ้าของร้าน อีกคนเก็บทอง และอีกคนเฝ้าระวัง ศาลฎีกาพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามมาตรา 340 ทวิ เมื่อบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปร่วมกันกระทำการปล้นทรัพย์ ผู้ร่วมกระทำแต่ละคนไม่จำต้องใช้กำลังหรือพกอาวุธด้วยตนเอง เพียงร่วมกันกระทำตามแผนร่วมก็เพียงพอ บทบาทของผู้ร่วมกระทำอาจแตกต่างกัน แต่ทุกคนต้องรับผิดเท่ากันในฐานะตัวการ

Facts of the Case ข้อเท็จจริง

Three defendants acted together to rob a gold shop, with one threatening the shop owner, another collecting the gold, and the third serving as lookout. The Supreme Court convicted all three of gang robbery under Section 340 bis.
จำเลยสามคนร่วมกันปล้นร้านทอง คนหนึ่งข่มขู่เจ้าของร้าน อีกคนเก็บทอง และอีกคนเฝ้าระวัง

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

The Supreme Court convicted all three of gang robbery under Section 340 bis.
ศาลฎีกาพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามมาตรา 340 ทวิ เมื่อบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปร่วมกันกระทำการปล้นทรัพย์ ผู้ร่วมกระทำแต่ละคนไม่จำต้องใช้กำลังหรือพกอาวุธด้วยตนเอง เพียงร่วมกันกระทำตามแผนร่วมก็เพียงพอ บทบาทของผู้ร่วมกระทำอาจแตกต่างกัน แต่ทุกคนต้องรับผิดเท่ากันในฐานะตัวการ

Legal Analysis การวิเคราะห์ทางกฎหมาย

The Court held that gang robbery is established when three or more persons act together in the commission of a robbery. Each participant need not personally use force or carry weapons; it is sufficient that they act in concert pursuant to a common plan. The roles of each participant may differ, but all are equally liable as principals in the offense when they act as part of a joint enterprise.
ศาลฎีกาพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามมาตรา 340 ทวิ เมื่อบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปร่วมกันกระทำการปล้นทรัพย์ ผู้ร่วมกระทำแต่ละคนไม่จำต้องใช้กำลังหรือพกอาวุธด้วยตนเอง เพียงร่วมกันกระทำตามแผนร่วมก็เพียงพอ บทบาทของผู้ร่วมกระทำอาจแตกต่างกัน แต่ทุกคนต้องรับผิดเท่ากันในฐานะตัวการ

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 3312/2548. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3312/2548 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

SUPREME COURT DECISION No. 3312/2548
Year: 2005 (B.E. 2548)
Relevant Code Sections: Criminal — Section(s) 340, 83

SUMMARY
Three defendants acted together to rob a gold shop, with one threatening the shop owner, another collecting the gold, and the third serving as lookout. The Supreme Court convicted all three of gang robbery under Section 340 bis. The Court held that gang robbery is established when three or more persons act together in the commission of a robbery. Each participant need not personally use force or carry weapons; it is sufficient that they act in concert pursuant to a common plan. The roles of each participant may differ, but all are equally liable as principals in the offense when they act as part of a joint enterprise.

FACTS OF THE CASE
Three defendants acted together to rob a gold shop, with one threatening the shop owner, another collecting the gold, and the third serving as lookout. The Supreme Court convicted all three of gang robbery under Section 340 bis.

COURT'S HOLDING
The Supreme Court convicted all three of gang robbery under Section 340 bis.

LEGAL ANALYSIS
The Court held that gang robbery is established when three or more persons act together in the commission of a robbery. Each participant need not personally use force or carry weapons; it is sufficient that they act in concert pursuant to a common plan. The roles of each participant may differ, but all are equally liable as principals in the offense when they act as part of a joint enterprise.

PRACTICAL IMPLICATIONS
Self-defense claims must demonstrate proportionality between the threat and the defensive action. Preserve all evidence of the threat including witnesses and CCTV footage.

---
Note: This is an English-language summary of the Thai original judgment.
For the authoritative Thai text, please refer to the Thai version above
or visit deka.supremecourt.or.th.
ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยให้การว่า ได้ซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจาก ว. ในราคาถุงละ 6,000 บาท เพื่อนำไปจำหน่ายในราคาถุงละ 8,000 บาท เจ้าพนักงานตำรวจจึงนำสำเนาภาพถ่ายตามบัตรประจำตัวประชาชนของ ว. ให้จำเลยดู จำเลยรับรองว่าเป็นภาพถ่ายของ ว. จริง จนเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานตำรวจได้ออกหมายจับ ว. ไว้ จากข้อเท็จจริงดังกล่าวนับว่าจำเลยได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจ สมควรลงโทษจำเลยน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 100/2
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 371 และริบของกลางทั้งหมด
จำเลยให้การรับสารภาพข้อหามีและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต แต่ปฏิเสธข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคสอง พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 จำเลยอายุ 18 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 33 ปี 4 เดือน ฐานมีอาวุธปืน จำคุก 8 เดือน ฐานพาอาวุธปืนให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 8 เดือน ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน และทางนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ส่วนฐานมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณา เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 22 ปี 2 เดือน 20 วัน ฐานมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนลดโทษกึ่งหนึ่ง ฐานมีอาวุธปืน จำคุก 4 เดือน ฐานพาอาวุธปืน จำคุก 4 เดือน รวมจำคุก 22 ปี 10 เดือน 20 วัน ริบของกลางทั้งหมด
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ที่จำเลยฎีกาประการต่อมาขอให้ลงโทษจำคุกในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณารับฟังได้ว่า ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน จำเลยให้การว่า ได้ซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจากนายวิชิตหรือตุ๋ย อิ่มใจ ราคาถุงละ 6,000 บาท พื่อนำไปจำหน่ายในราคาถุงละ 8,000 บาท ปรากฏตามบันทึกการจับกุมและบันทึกคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนเอกสารหมาย จ.4 และ จ.8 เจ้าพนักงานตำรวจจึงนำสำเนาภาพถ่ายตามบัตรประจำตัวประชาชนของนายวิชิตให้จำเลยดู จำเลยรับรองว่าเป็นภาพถ่ายของนายวิชิตจริงปรากฏตามเอกสารหมาย จ.5 จนเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานตำรวจได้ออกหมายจับนายวิชิตไว้ปรากฏตามหมายจับเอกสารหมาย จ.12 จากข้อเท็จจริงดังกล่าวนับว่า จำเลยได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจ สมควรลงโทษจำเลยน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น"
พิพากษาแก้เป็นว่า เมื่อลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 แล้ว ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายให้ลงโทษจำคุกจำเลย 20 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 13 ปี 4 เดือน เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนแล้ว เป็นจำคุก 13 ปี 12 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

💡 What This Means for You 💡 สิ่งที่หมายถึงสำหรับคุณ

Self-defense claims must demonstrate proportionality between the threat and the defensive action. Preserve all evidence of the threat including witnesses and CCTV footage.
การอ้างป้องกันตัวต้องแสดงให้เห็นว่าการกระทำได้สัดส่วนกับภัยที่เผชิญ จำเลยควรเก็บรักษาหลักฐานเกี่ยวกับภัยคุกคาม

Frequently Asked Questions คำถามที่พบบ่อย

When is self-defense a valid defense under Thai criminal law? การป้องกันตัวเป็นข้อต่อสู้ที่ถูกต้องตามกฎหมายอาญาไทยเมื่อใด?

In Decision 3312/2548, The Supreme Court convicted all three of gang robbery under Section 340 bis.

ศาลฎีกาวินิจฉัยในคำพิพากษาที่ 3312/2548 เกี่ยวกับมาตรา 340, 83

gang robbery three or more persons joint enterprise common plan principal offenders
Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Foreign Legal Consultant
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Thai Attorney and Notary

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content — including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis — is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Start Your Case
Scroll to Top