Borrower Lacks Standing to Claim Vehicle Damage ผู้ยืมไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากรถที่ยืม
⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ
Borrower who is not owner lacks standing to claim property damage. Only owner may recover repair costs for damaged vehicle under Sections 420 and 438.
ผู้ยืมที่ไม่ใช่เจ้าของไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน เฉพาะเจ้าของเท่านั้นที่เรียกค่าซ่อมรถที่เสียหายได้ตามมาตรา 420 และ 438
Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร
Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
Borrower who is not owner lacks standing to claim property damage. Only owner may recover repair costs for damaged vehicle under Sections 420 and 438.
ผู้ยืมที่ไม่ใช่เจ้าของไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน เฉพาะเจ้าของเท่านั้นที่เรียกค่าซ่อมรถที่เสียหายได้ตามมาตรา 420 และ 438
Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 6683/2537. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6683/2537 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
Year: 1994 (B.E. 2537)
Relevant Code Sections: CCC — Section(s) 420, 438
SUMMARY
A borrower of a vehicle was rear-ended by a third party and sued for repair costs. The Court held that only the owner has standing to claim property damage.
COURT'S HOLDING
Borrower who is not owner lacks standing to claim property damage. Only owner may recover repair costs for damaged vehicle under Sections 420 and 438.
---
Note: This is an English-language summary of the Thai original judgment.
For the authoritative Thai text, please refer to the Thai version above
or visit deka.supremecourt.or.th.
โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสองรับผิดต่อโจทก์ฐานละเมิด
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธความรับผิดหลายประการ รวมทั้งต่อสู้คดีว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์คันที่เกิดเหตุชนกันและไม่ใช่ผู้เสียหาย ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองให้รับผิดใช้ค่าซ่อมรถยนต์คันที่โจทก์ยืมมาจากเจ้าของแล้วถูกจำเลยที่ 1ทำละเมิดขับรถยนต์ชนท้ายได้รับความเสียหายนั้นหรือไม่ ปัญหาข้อนี้โจทก์อ้างว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 647บัญญัติว่า "ค่าใช้จ่ายอันเป็นปกติแก่การบำรุงรักษาทรัพย์สินซึ่งยืมนั้นผู้ยืมต้องเป็นผู้เสีย" ดังนั้น เมื่อรถยนต์ที่โจทก์ยืมมาใช้ถูกจำเลยที่ 1 ทำละเมิดให้เสียหาย แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมซ่อมให้คืนสภาพเหมือนเดิม โจทก์จึงมีหน้าที่ซ่อมรถยนต์ดังกล่าวตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวแล้วโจทก์จึงเป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองให้รับผิดใช้ค่าซ่อมรถยนต์คันดังกล่าวให้คืนสภาพเหมือนเดิมได้นั้นเห็นว่า บทกฎหมายที่โจทก์อ้างอิงดังกล่าวนั้น มีความหมายเพียงว่า ผู้ยืมต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาทรัพย์สินที่ยืม อันเป็นปกติของการใช้ทรัพย์สินที่ยืมเท่านั้นมิใช่กรณีอันเกิดจากการถูกกระทำละเมิด ซึ่งเป็นเหตุอันผิดปกติที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ประกอบด้วยมาตรา 438 วรรคสอง บัญญัติให้ผู้ทำละเมิดต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนรวมทั้งค่าเสียหายอันจะพึงบังคับให้ใช้เพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันได้ก่อขึ้นนั้นเป็นการเฉพาะไว้แล้วโจทก์จึงไม่มีหน้าที่จะต้องซ่อมรถยนต์คันที่ถูกจำเลยที่ 1ทำละเมิดได้รับความเสียหายนั้น ดังนั้น โจทก์จึงมิใช่ผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองให้รับผิดใช้ค่าซ่อมรถยนต์ดังกล่าวให้คืนสภาพเหมือนเดิมได้ ฎีกาของโจทก์จึงฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง
Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.
Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content — including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis — is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต