Shares Are Not Property That Can Be Misappropriated Under Section 352 คำพิพากษาฎีกาที่ 13089-13090/2558: หุ้นไม่ใช่ทรัพย์ที่จะยักยอกได้ตามมาตรา 352 เพราะมิใช่วัตถุที่มีรูปร่างหรือจับต้องสัมผัสได้
⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ
The Supreme Court held that property capable of being misappropriated under Section 352 must be corporeal, that is tangible or able to be physically handled. Shares merely evidence the rights, duties and interests a shareholder holds in the company, so they are not property that can be misappropriated. Applying to the registrar to amend the list of shareholders does not by itself transfer ownership of the shares. The Court raised the point of its own motion as a question of law concerning public order under Criminal Procedure Code Section 195 paragraph 2 with Section 225, and ACQUITTED all three defendants of the Section 352 charge, also dismissing the claim that the second defendant return the shares or their value.
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งการกระทำความผิดฐานยักยอกตาม ป.อ. มาตรา 352 จะต้องเป็นวัตถุที่มีรูปร่างหรือจับต้องสัมผัสได้ แต่หุ้นเป็นเพียงสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงสิทธิและหน้าที่หรือส่วนได้เสียของผู้ถือหุ้นที่มีอยู่ในบริษัท จึงไม่ใช่ทรัพย์ที่จะเบียดบังยักยอกได้ ทั้งการยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นต่อนายทะเบียนก็ยังไม่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ในหุ้น ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 จึงพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งสามในความผิดตาม ป.อ. มาตรา 352 และยกคำขอที่ให้จำเลยที่ 2 คืนหรือใช้ราคาหุ้นแก่โจทก์ร่วมทั้งสอง
Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร
Facts of the Case ข้อเท็จจริง
Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
The Supreme Court held that property capable of being misappropriated under Section 352 must be corporeal, that is tangible or able to be physically handled. Shares merely evidence the rights, duties and interests a shareholder holds in the company, so they are not property that can be misappropriated. Applying to the registrar to amend the list of shareholders does not by itself transfer ownership of the shares. The Court raised the point of its own motion as a question of law concerning public order under Criminal Procedure Code Section 195 paragraph 2 with Section 225, and ACQUITTED all three defendants of the Section 352 charge, also dismissing the claim that the second defendant return the shares or their value.
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งการกระทำความผิดฐานยักยอกตาม ป.อ. มาตรา 352 จะต้องเป็นวัตถุที่มีรูปร่างหรือจับต้องสัมผัสได้ แต่หุ้นเป็นเพียงสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงสิทธิและหน้าที่หรือส่วนได้เสียของผู้ถือหุ้นที่มีอยู่ในบริษัท จึงไม่ใช่ทรัพย์ที่จะเบียดบังยักยอกได้ ทั้งการยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นต่อนายทะเบียนก็ยังไม่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ในหุ้น ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 จึงพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งสามในความผิดตาม ป.อ. มาตรา 352 และยกคำขอที่ให้จำเลยที่ 2 คืนหรือใช้ราคาหุ้นแก่โจทก์ร่วมทั้งสอง
Legal Analysis การวิเคราะห์ทางกฎหมาย
Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 13089-13090/2558. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13089-13090/2558 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
English translation is being prepared and will be available soon.
คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษาคดีเข้าด้วยกัน โดยคงเรียกโจทก์และจำเลยทั้งสามทั้งสองสำนวนว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับ
โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องและแก้ฟ้องสำนวนหลังขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 352 กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาหุ้นที่ยังไม่ได้คืน 24,095,000 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1 กับ 1,500,000 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 2 และนับโทษจำเลยที่ 3 ทั้งสองสำนวนติดต่อกัน
จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน แต่จำเลยที่ 3 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 3 ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ
ระหว่างพิจารณานายสมใจนึกหรือสมนึกและนายจีราวัฒน์หรือทวีวัฒน์ ผู้เสียหายทั้งสองสำนวนยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต โดยให้เรียกผู้เสียหายทั้งสองว่า โจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก, 83 การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวมสองกระทง ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 กระทงละ 6,000 บาท รวมปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 12,000 บาท จำเลยที่ 2 จำนวน 12,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 3 จำคุกกระทงแรก 3 ปี กระทงที่สอง 2 ปี รวมจำคุก 5 ปี จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหุ้นหรือใช้ราคาหุ้นเป็นเงิน 24,095,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 1 และ 1,500,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 2
จำเลยทั้งสามอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอที่ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันคืนหรือใช้ราคาหุ้นแก่โจทก์ร่วมทั้งสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยทั้งสามฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งในชั้นนี้ว่า เมื่อปี 2531 นายอัณณพกับพวกตั้งบริษัทจำเลยที่ 1 มีนายอัณณพ จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นน้องของนายอัณณพ นายสุรินทร์และนายจีราวัฒน์หรือทวีวัฒน์ โจทก์ร่วมที่ 2 เป็นผู้ถือหุ้น จำเลยที่ 1 โดยนายอัณณพและนายสุรินทร์กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราของจำเลยที่ 1 ยื่นคำขอจดทะเบียนเพิ่มทุนเป็น 50,000,000 บาท มีหุ้น 500,000 หุ้น หุ้นละ 100 บาท และจดทะเบียนเพิ่มให้นายสมใจนึกหรือสมนึก โจทก์ร่วมที่ 1 เป็นกรรมการอีกคนหนึ่ง โดยให้กรรมการสองในสามคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราของจำเลยที่ 1 มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 ได้ พร้อมแนบบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 ซึ่งมีโจทก์ร่วมที่ 1 ถือหุ้น 280,950 หุ้น โจทก์ร่วมที่ 2 ถือหุ้น 20,000 หุ้น จำเลยที่ 2 ถือหุ้น 50,000 หุ้น จำเลยที่ 3 ถือหุ้น 10,000 หุ้น นายอัณณพถือหุ้น 40,000 หุ้น นายสุรินทร์ถือหุ้น 20,000 หุ้น และผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ ไปด้วย จำเลยที่ 1 โดยนายอัณณพ กรรมการผู้มีอำนาจเพียงคนเดียวลงลายมือชื่อและประทับตราของจำเลยที่ 1 ยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขให้โจทก์ร่วมที่ 1 ออกจากการเป็นกรรมการของจำเลยที่ 1 และแนบบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่โจทก์ร่วมที่ 1 ถือหุ้นลดลงเหลือเพียง 40,000 หุ้น โจทก์ร่วมที่ 2 ถือหุ้นลดลงเหลือเพียง 5,000 หุ้น ส่วนจำเลยที่ 2 ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 400,000 หุ้น ครั้นนายอัณณพถึงแก่ความตาย
มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสามว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำความผิดฐานยักยอกตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมทั้งสองต่างเป็นเพื่อนของนายอัณณพ โดยเฉพาะโจทก์ร่วมที่ 2 ได้ร่วมกับนายอัณณพและพวกก่อตั้งบริษัทจำเลยที่ 1 และบริษัทจำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือหุ้นมาตั้งแต่ต้น การที่นายอัณณพและนายสุรินทร์ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 ยื่นคำขอจดทะเบียนเพิ่มทุนและแนบบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นในส่วนของโจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 จำนวน 280,950 หุ้น และ 20,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท ตามลำดับนั้น เป็นจำนวนเงินใกล้เคียงกับเงินที่โจทก์ร่วมทั้งสองให้นายอัณณพกู้ไป จึงเชื่อว่านายอัณณพได้นำหุ้นบริษัทจำเลยที่ 1 มาตีใช้หนี้เงินกู้แก่โจทก์ร่วมทั้งสองจริง ทั้งได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการ โดยเพิ่มชื่อโจทก์ร่วมที่ 1 ให้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 ด้วย หากนายอัณณพไม่ได้เป็นหนี้เงินกู้โจทก์ร่วมทั้งสอง ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการผู้ถือหุ้นและกรรมการตามเอกสารดังกล่าว ทั้งยังสอดคล้องกับบันทึกคำให้การของนายสุรินทร์ที่ให้การว่า นายอัณณพได้มอบใบหุ้นจำนวน 280,950 หุ้น แก่โจทก์ร่วมที่ 1 ทำให้พยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ร่วมทั้งสองเป็นเจ้าของหุ้นจริง ส่วนหุ้นของโจทก์ร่วมทั้งสองที่หายไปจากบัญชีผู้ถือหุ้น คงเหลือ จำนวน 40,000 หุ้น และ 5,000 หุ้น ตามลำดับ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การดำเนินการโอนหุ้นของโจทก์ร่วมทั้งสองที่มีอยู่ในบริษัทจำเลยที่ 1 เปลี่ยนเป็นชื่อของจำเลยที่ 2 เป็นการกระทำของนายอัณณพ ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 1 และที่ 2 และอยู่ในความรู้เห็นของจำเลยที่ 3 มาโดยตลอด แม้ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 3 มิได้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ก็ตาม แต่ได้ความจากคำเบิกความของจำเลยที่ 3 ตอบทนายจำเลยทั้งสามว่า จำเลยที่ 3 มีหน้าที่ในการทำบัญชีและติดต่อธนาคาร ย่อมต้องรู้ฐานะทางการเงินของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นอย่างดี ทั้งได้ความว่า ก่อนที่นายอัณณพถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 3 ก็ร่วมบริหารงานกับนายอัณณพ โดยไปติดต่อธนาคารขอสินเชื่อเพิ่มและดำเนินการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นซึ่งไม่ตรงต่อความเป็นจริง จนกระทั่งมีการโอนหุ้นของโจทก์ร่วมทั้งสองบางส่วนเป็นชื่อของจำเลยที่ 2 อันเป็นคำวินิจฉัยที่ชอบด้วยเหตุผลแล้ว ศาลฎีกาไม่จำต้องกล่าวซ้ำอีก ฎีกาของจำเลยทั้งสามที่ว่า พยานโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองมีผลประโยชน์ร่วมกัน จึงให้การปรักปรำจำเลยทั้งสาม ไม่อาจหักล้างเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ได้ ที่จำเลยทั้งสามฎีกาว่า คำให้การในชั้นสอบสวนของนายกัณฐ์และนายสุรินทร์ มีข้อความเหมือนกันทุกตัวอักษรนั้น ก็หาเป็นเหตุให้การสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นเหตุให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตามที่จำเลยทั้งสามอ้างในฎีกาไม่ อย่างไรก็ดี การที่จะเป็นความผิดฐานยักยอก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 นั้น ทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งการกระทำที่ผู้กระทำความผิดครอบครองอยู่จะต้องเป็นวัตถุที่มีรูปร่างหรือจับต้องสัมผัสได้ แต่หุ้นตามฟ้องเป็นเพียงสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงสิทธิและหน้าที่หรือส่วนได้เสียของโจทก์ร่วมทั้งสองที่มีอยู่ในบริษัทจำเลยที่ 1 จึงไม่ใช่ทรัพย์ที่จะเบียดบังยักยอกได้ ทั้งปรากฏว่าการกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นเพียงการยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นต่อนายทะเบียนเท่านั้น ยังหามีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ในหุ้นของโจทก์ร่วมทั้งสองไม่ ดังนี้ การกระทำของจำเลยทั้งสามตามฟ้องจึงไม่เป็นความผิดฐานยักยอก ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องคืนหรือใช้ราคาหุ้นแก่โจทก์ร่วมทั้งสอง
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งสามในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และยกคำขอที่ให้จำเลยที่ 2 คืนหรือใช้ราคาหุ้นแก่โจทก์ร่วมทั้งสองเสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง
💡 What This Means for You 💡 สิ่งที่หมายถึงสำหรับคุณ
Frequently Asked Questions คำถามที่พบบ่อย
Can shares in a company be misappropriated under Section 352? หุ้นในบริษัทเป็นทรัพย์ที่ยักยอกได้ตามมาตรา 352 หรือไม่?
No. In Decision 13089-13090/2558 the Supreme Court held that property capable of being misappropriated under Section 352 must be corporeal. Shares merely evidence a shareholder's rights, duties and interests in the company, and applying to the registrar to amend the shareholder list does not transfer ownership of them. All three defendants were acquitted of the Section 352 charge.
ไม่ได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยในคำพิพากษาที่ 13089-13090/2558 ว่า ทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งความผิดฐานยักยอกตามมาตรา 352 ต้องเป็นวัตถุที่มีรูปร่าง แต่หุ้นเป็นเพียงสิ่งที่แสดงสิทธิและหน้าที่หรือส่วนได้เสียของผู้ถือหุ้นในบริษัท และการยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ในหุ้น ศาลฎีกาจึงพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสามในความผิดฐานดังกล่าว
📖 Further Reading on ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline
Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.
Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต