Landmark คำพิพากษาสำคัญ Criminal Codeป.อ. Decision 5299/2562 คำพิพากษาที่ 5299/2562 2019 (B.E. 2562)

A defendant who used a firearm against multiple attackers who were throwing คำพิพากษาฎีกาที่ 5299/2562: ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ใช้อาวุธปืนต่อผู้ทำร้ายหลายคนที่ขว้างขวดและ

Criminal Code Sections: มาตรา ป.อ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

The Supreme Court ruled that a defendant who used a firearm against multiple attackers who were throwing bottles and pieces of wood committed excessive self-defense under Section 69. While the threat was real and imminent, using a firearm against bottle-throwing attackers exceeded proportionate response. The conviction was for attempted murder but with reduced sentencing under the excessive self-defense provision of Section 69.

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ใช้อาวุธปืนต่อผู้ทำร้ายหลายคนที่ขว้างขวดและไม้ เป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุตามมาตรา 69 แม้ภยันตรายจะมีจริงและใกล้จะถึง แต่การใช้อาวุธปืนต่อผู้ขว้างขวดและไม้เกินกว่าสมควร ลงโทษฐานพยายามฆ่าแต่ลดโทษตามบทป้องกันเกินสมควร

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

The Supreme Court ruled that a defendant who used a firearm against multiple attackers who were throwing bottles and pieces of wood committed excessive self-defense under Section 69. While the threat was real and imminent, using a firearm against bottle-throwing attackers exceeded proportionate response. The conviction was for attempted murder but with reduced sentencing under the excessive self-defense provision of Section 69.
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ใช้อาวุธปืนต่อผู้ทำร้ายหลายคนที่ขว้างขวดและไม้ เป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุตามมาตรา 69 แม้ภยันตรายจะมีจริงและใกล้จะถึง แต่การใช้อาวุธปืนต่อผู้ขว้างขวดและไม้เกินกว่าสมควร ลงโทษฐานพยายามฆ่าแต่ลดโทษตามบทป้องกันเกินสมควร

Facts of the Case ข้อเท็จจริง

The Supreme Court ruled that a defendant who used a firearm against multiple attackers who were throwing bottles and pieces of wood committed excessive self-defense under Section 69.
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ใช้อาวุธปืนต่อผู้ทำร้ายหลายคนที่ขว้างขวดและไม้ เป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุตามมาตรา 69 แม้ภย

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

The Supreme Court ruled that a defendant who used a firearm against multiple attackers who were throwing bottles and pieces of wood committed excessive self-defense under Section 69. While the threat was real and imminent, using a firearm against bottle-throwing attackers exceeded proportionate response. The conviction was for attempted murder but with reduced sentencing under the excessive self-defense provision of Section 69.
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ใช้อาวุธปืนต่อผู้ทำร้ายหลายคนที่ขว้างขวดและไม้ เป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุตามมาตรา 69 แม้ภยันตรายจะมีจริงและใกล้จะถึง แต่การใช้อาวุธปืนต่อผู้ขว้างขวดและไม้เกินกว่าสมควร ลงโทษฐานพยายามฆ่าแต่ลดโทษตามบทป้องกันเกินสมควร

Legal Analysis การวิเคราะห์ทางกฎหมาย

While the threat was real and imminent, using a firearm against bottle-throwing attackers exceeded proportionate response. The conviction was for attempted murder but with reduced sentencing under the excessive self-defense provision of Section 69.
ันตรายจะมีจริงและใกล้จะถึง แต่การใช้อาวุธปืนต่อผู้ขว้างขวดและไม้เกินกว่าสมควร ลงโทษฐานพยายามฆ่าแต่ลดโทษตามบทป้องกันเกินสมควร

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 5299/2562. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5299/2562 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

SUPREME COURT DECISION No. 5299/2562
Year: 2019 (B.E. 2562)
Relevant Code Sections: Criminal — Section(s) 68, 69, 288, 80

SUMMARY
The Supreme Court ruled that a defendant who used a firearm against multiple attackers who were throwing bottles and pieces of wood committed excessive self-defense under Section 69. While the threat was real and imminent, using a firearm against bottle-throwing attackers exceeded proportionate response. The conviction was for attempted murder but with reduced sentencing under the excessive self-defense provision of Section 69.

FACTS OF THE CASE
The Supreme Court ruled that a defendant who used a firearm against multiple attackers who were throwing bottles and pieces of wood committed excessive self-defense under Section 69.

COURT'S HOLDING
The Supreme Court ruled that a defendant who used a firearm against multiple attackers who were throwing bottles and pieces of wood committed excessive self-defense under Section 69. While the threat was real and imminent, using a firearm against bottle-throwing attackers exceeded proportionate response. The conviction was for attempted murder but with reduced sentencing under the excessive self-defense provision of Section 69.

LEGAL ANALYSIS
While the threat was real and imminent, using a firearm against bottle-throwing attackers exceeded proportionate response. The conviction was for attempted murder but with reduced sentencing under the excessive self-defense provision of Section 69.

PRACTICAL IMPLICATIONS
Criminal intent is assessed from all surrounding circumstances including the weapon used and body parts targeted. Defendants should preserve all evidence showing lack of intent to kill.

---
Note: This is an English-language summary of the Thai original judgment.
For the authoritative Thai text, please refer to the Thai version above
or visit deka.supremecourt.or.th.
การที่ผู้เสียหายกับพวกขว้างปาขวดสุราและไม้เข้าไปยังบริเวณที่จำเลยและ ว. หลบซ่อนอยู่โดยจำเลยและ ว. มิได้ก่อเหตุขึ้นก่อน ย่อมเป็นเหตุทำให้จำเลยสำคัญผิดว่าผู้เสียหายกับพวกซึ่งมีจำนวนมากกว่ามีเจตนาประทุษร้ายจำเลยและ ว. อันเป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง จำเลยจึงมีสิทธิกระทำการป้องกันเพื่อให้พ้นจากภยันตรายดังกล่าว แต่ไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายกับพวกมีอาวุธร้ายแรงอื่นใดอีก การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายกับพวกย่อมไม่ได้สัดส่วนกับการป้องกันตัวของจำเลย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุโดยสำคัญผิด เมื่อกระสุนปืนที่จำเลยยิงถูกผู้เสียหายเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายสาหัส จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นอันเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุโดยสำคัญผิด
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80, 83, 91, 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบอาวุธปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพข้อหาร่วมกันมีและพาอาวุธปืน ส่วนข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืน ติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพฐานร่วมกันมีและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร จำคุก 3 เดือน ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เห็นควรลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน รวมจำคุก 6 ปี 17 เดือน ริบอาวุธปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งในชั้นนี้ว่า เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 เวลาประมาณ 23 นาฬิกา นายอนุชิต ผู้เสียหายไปร่วมดื่มสุรากับนายกุ้ง กับพวกรวมประมาณ 10 คน ที่บ้านของนายกุ้ง สักพักนายกุ้งขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อไปรับภริยาที่สี่แยกคลินิกกลางหมู่บ้านที่เกิดเหตุ ต่อมานายกุ้งขับรถจักรยานยนต์กลับมาที่บ้านและบอกว่าถูกคนร้ายใช้หนังสติ๊กยิง ผู้เสียหายกับพวกจึงพากันเดินออกจากบ้านของนายกุ้งเพื่อช่วยกันตามหาคนร้ายโดยมุ่งหน้ามาทางห้องพักของจำเลย โดยบางคนถือขวดสุราบางคนถือไม้ติดตัวไปด้วย พร้อมกับตะโกนส่งเสียงดังขว้างปาขวดและไม้มาตลอดทาง เมื่อถึงสี่แยกที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายเห็นเงาคนอยู่ในบริเวณป่ามันสำปะหลัง ผู้เสียหายกับพวกจึงขว้างปาขวดสุราและไม้เข้าไปในบริเวณดังกล่าว แล้วจำเลยกับนายวายุร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงออกมาจากป่ามันสำปะหลัง 2 นัด กระสุนปืนถูกผู้เสียหายที่บริเวณชายโครงซ้าย ทำให้ผู้เสียหายตกเลือดในช่องท้อง 1,000 มิลลิลิตร มีบาดแผลทะลุที่กะบังลมซ้ายและตับกลีบซ้าย บาดแผลฉีกขาดที่ผนังชั้นนอกของกระเพาะอาหารและตับอ่อนส่วนปลาย ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายสาหัส จากนั้นจำเลยและนายวายุวิ่งหลบหนีไป นายวันชนะ เพื่อนของผู้เสียหายกับพวกพาผู้เสียหายไปส่งที่โรงพยาบาลประโคนชัย หลังเกิดเหตุพันตำรวจโทประวิตร พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรประโคนชัยกับพวกเดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ ทำแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุ บันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ถ่ายรูปที่เกิดเหตุและยึดปลอกกระสุนปืนซึ่งตกอยู่ในที่เกิดเหตุเป็นของกลาง ส่วนร้อยตำรวจเอกพรชัย รองสารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจภูธรประโคนชัยกับพวกเชิญจำเลยและนายวายุมาสอบถามข้อเท็จจริงเบื้องต้น แล้วจำเลยและนายวายุพาร้อยตำรวจเอกพรชัยกับพวกไปตรวจยึดอาวุธปืนสั้นแบบหักลำกล้อง 1 กระบอก อาวุธปืนปากกา 1 กระบอก และกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 7 นัด ซึ่งจำเลยและนายวายุนำไปซุกซ่อนไว้เป็นของกลาง จากนั้นร้อยตำรวจเอกพรชัยนำตัวจำเลยและนายวายุพร้อมของกลางส่งมอบให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีเป็นคดีนี้
มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองหรือไม่ เห็นว่า เหตุที่ผู้เสียหายกับพวกพากันเดินออกจากบ้านของนายกุ้งไปยังที่เกิดเหตุ ก็เพราะก่อนเกิดเหตุมีคนร้ายใช้หนังสติ๊กยิงนายกุ้งพวกของผู้เสียหาย เนื่องจากไม่พอใจที่นายกุ้งขับรถจักรยานยนต์เสียงดัง ผู้เสียหายกับพวกจึงออกตามหาคนร้ายดังกล่าวโดยผู้เสียหายกับพวกบางคนถือขวดสุราบางคนถือไม้ติดตัวไปด้วย พฤติการณ์ที่ผู้เสียหายกับพวกออกตามหาคนร้ายมุ่งหน้ามาทางห้องพักของจำเลยพร้อมกับตะโกนส่งเสียงดังขว้างปาขวดและไม้มาตลอดทางเช่นนี้ ย่อมก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่จำเลยซึ่งนอนอยู่ในห้องพักกับนายวายุพวกของจำเลยซึ่งนั่งเล่นอยู่ที่ร้านค้าตรงข้ามห้องพักของจำเลย เป็นเหตุให้จำเลยและนายวายุต้องหลบออกมาแอบซุ่มดูเหตุการณ์อยู่ในป่ามันสำปะหลัง แม้จำเลยและนายวายุจะนำอาวุธปืนติดตัวออกมาด้วย แต่จำเลยและนายวายุก็มิได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายกับพวกในทันทีที่เห็นผู้เสียหายกับพวก ที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายกับพวกก็เป็นการยิงสวนออกไปเพราะถูกผู้เสียหายกับพวกขว้างปาขวดสุราและไม้เข้าใส่ก่อน โดยได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายว่า ที่ผู้เสียหายกับพวกขว้างปาขวดสุราและไม้เข้าไปในป่ามันสำปะหลัง เนื่องจากผู้เสียหายเห็นเงาคนในบริเวณดังกล่าว เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายกับพวกและจำเลยกับนายวายุมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อนอันจะเป็นเหตุให้ต้องทะเลาะวิวาทกัน เชื่อว่าการที่จำเลยและนายวายุออกไปซุ่มดูเหตุการณ์โดยนำอาวุธปืนติดตัวไปด้วย ก็เพราะเข้าใจว่าอาจถูกผู้เสียหายกับพวกทำร้ายเอาได้ หาใช่เป็นการตระเตรียมอาวุธปืนเพื่อสมัครใจทะเลาะวิวาทกับพวกผู้เสียหายไม่ การที่ผู้เสียหายกับพวกขว้างปาขวดสุราและไม้เข้าไปยังบริเวณที่จำเลยและนายวายุหลบซ่อนอยู่โดยจำเลยและนายวายุมิได้ก่อเหตุขึ้นก่อน ย่อมเป็นเหตุทำให้จำเลยสำคัญผิดว่าผู้เสียหายกับพวกซึ่งมีจำนวนมากกว่ามีเจตนาประทุษร้ายจำเลยและนายวายุ อันเป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง จำเลยจึงมีสิทธิกระทำการป้องกันเพื่อให้พ้นจากภยันตรายดังกล่าว แต่ไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายกับพวกมีอาวุธร้ายแรงอื่นใดอีก การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายกับพวกย่อมไม่ได้สัดส่วนกับการป้องกันตัวของจำเลย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุโดยสำคัญผิด เมื่อกระสุนปืนที่จำเลยยิงถูกผู้เสียหายเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายสาหัส จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นอันเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุโดยสำคัญผิด อย่างไรก็ดีเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าฝ่ายจำเลยได้พยายามบรรเทาผลร้ายโดยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายเป็นเงิน 80,000 บาท จนผู้เสียหายพอใจและไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งทางคดีอาญาและคดีแพ่ง กรณีมีเหตุอันควรปรานีลงโทษจำเลยสถานเบาและรอการลงโทษให้จำเลย โดยให้มีผลไปถึงความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและฐานร่วมกันพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควรด้วย แม้จะยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยไม่มีคู่ความผ่ายใดอุทธรณ์ก็ตาม แต่เพื่อให้จำเลยหลาบจำ เห็นควรลงโทษปรับและคุมความประพฤติของจำเลยไว้ด้วย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 ประกอบมาตรา 62 วรรคแรก, 69 จำคุก 6 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี ให้ลงโทษปรับจำเลยฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต 6,000 บาท และฐานร่วมกันพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร 4,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับ 5,000 บาท เมื่อรวมกับโทษจำคุกฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและฐานร่วมกันพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควรตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 แล้ว เป็นจำคุก 4 ปี 9 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี ให้คุมความประพฤติของจำเลย โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 4 เดือนต่อครั้ง ภายในระยะเวลาที่รอการลงโทษ กับให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรเป็นเวลา 30 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

💡 What This Means for You 💡 สิ่งที่หมายถึงสำหรับคุณ

Criminal intent is assessed from all surrounding circumstances including the weapon used and body parts targeted. Defendants should preserve all evidence showing lack of intent to kill.
เจตนากระทำความผิดพิจารณาจากพฤติการณ์ทั้งหมด รวมทั้งอาวุธที่ใช้และตำแหน่งที่ถูกทำร้าย จำเลยควรรวบรวมพยานหลักฐานที่แสดงว่าไม่มีเจตนาฆ่า

Frequently Asked Questions คำถามที่พบบ่อย

How does the Thai Supreme Court distinguish murder from bodily harm causing death? ศาลฎีกาแยกความแตกต่างระหว่างฆาตกรรมกับทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตายอย่างไร?

In Decision 5299/2562, The Supreme Court ruled that a defendant who used a firearm against multiple attackers who were throwing bottles and pieces of wood committed excessive self-defense under Section 69. While the threat was real and imminent, using a firearm against bottle-throwing attackers exceeded proportionate resp

ศาลฎีกาวินิจฉัยในคำพิพากษาที่ 5299/2562 เกี่ยวกับมาตรา 68, 69, 288

excessive self-defense proportionality firearm Section 68 Section 69 reduced punishment
Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Foreign Legal Consultant
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Thai Attorney and Notary

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content — including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis — is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Start Your Case
Scroll to Top