Pre-Marriage Construction May Become Marital Property สิ่งปลูกสร้างก่อนสมรสอาจกลายเป็นสินสมรส
⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ
Pre-marital personal property may become marital property through usage during marriage as shared matrimonial home. Intent and conduct determine characterization.
สินส่วนตัวก่อนสมรสอาจกลายเป็นสินสมรสได้จากการใช้ร่วมกันระหว่างสมรส เจตนาและพฤติกรรมเป็นตัวกำหนด
Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร
Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
Pre-marital personal property may become marital property through usage during marriage as shared matrimonial home. Intent and conduct determine characterization.
สินส่วนตัวก่อนสมรสอาจกลายเป็นสินสมรสได้จากการใช้ร่วมกันระหว่างสมรส เจตนาและพฤติกรรมเป็นตัวกำหนด
Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 1296/2558. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1296/2558 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
Who get's what in a Thai divorce →
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้จำเลยแบ่งสินสมรสให้โจทก์กึ่งหนึ่ง โดยนำบ้านที่ปลูกสร้างบนที่ดินโฉนดเลขที่ 32357 ตำบลตาจั่น อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ออกขายและแบ่งเงินให้โจทก์ 579,785 บาท
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องสอดว่า ผู้ร้องสอดเป็นบิดาจำเลย เป็นผู้อนุญาตให้ก่อสร้างบ้านพิพาท โดยผู้ร้องสอดเป็นผู้ออกเงินค่าปลูกสร้างบ้านพิพาท ก่อนที่โจทก์และจำเลยจะจดทะเบียนสมรสกัน ขอให้พิพากษาว่าบ้านพิพาทเป็นของผู้ร้องสอด
โจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การแก้คำร้องสอด
จำเลยให้การแก้คำร้องสอดขอให้พิพากษาว่าบ้านพิพาทเป็นของจำเลย
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า บ้านเลขที่ 107 หมู่ที่ 8 ตำบลตาจั่น อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เป็นกรรมสิทธิ์รวมของโจทก์และจำเลย ให้โจทก์และจำเลยแบ่งกันคนละกึ่งหนึ่ง ถ้าการแบ่งเช่นนี้ไม่อาจทำได้หรือจะเสียหายมากนัก ก็ให้ขายโดยประมูลราคากันระหว่างโจทก์จำเลย หรือขายทอดตลาดแล้วเอาเงินที่ขายได้แบ่งปันกัน กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ยกคำร้องสอด ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคำร้องสอดให้เป็นพับ
จำเลยอุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล
ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย จดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2554 และจดทะเบียนหย่าเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2555 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยว่า ศาลล่างทั้งสองพิพากษาเกินคำขอหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องในสาระสำคัญว่าโจทก์อยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลย หลังจากนั้นจึงจดทะเบียนสมรสและต่อมาจึงหย่าขาดจากกัน โจทก์ออกเงินปลูกสร้างบ้านพิพาทเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยร่วมกัน บ้านพิพาทเป็นสินสมรส เมื่อหย่าขาดจากกันแล้ว ขอให้บังคับจำเลยแบ่งบ้านพิพาทให้โจทก์กึ่งหนึ่ง จำเลยให้การต่อสู้ว่า บ้านพิพาทเป็นของจำเลย โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการปลูกสร้าง ขอให้ยกฟ้อง คดีมีประเด็นว่าโจทก์มีสิทธิขอให้จำเลยแบ่งบ้านพิพาทให้กึ่งหนึ่งหรือไม่ แม้พยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบจะฟังไม่ได้ว่าบ้านพิพาทเป็นสินสมรส เนื่องจากมีการปลูกสร้างก่อนจดทะเบียนสมรส แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ในระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยา โจทก์กับจำเลยร่วมกันปลูกสร้างบ้านพิพาทโดยมีเจตนาเป็นเจ้าของร่วมกัน โจทก์จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมกับจำเลย การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยแบ่งบ้านพิพาทให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่ง ถือไม่ได้ว่าเป็นการพิพากษานอกฟ้องนอกประเด็นหรือเกินไปกว่าคำขอ ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาข้ออื่นของจำเลยเป็นเพียงรายละเอียด ไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง จึงไม่วินิจฉัยให้
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง
Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.
Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content — including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis — is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต