Landmark คำพิพากษาสำคัญ Civil & Commercial Codeป.พ.พ. Decision 17923/2557 คำพิพากษาที่ 17923/2557 2014 (B.E. 2557) Expat Critical

Foreign-Funded Thai Company Land Purchase Voided ศาลเพิกถอนการซื้อที่ดินของบริษัทไทยที่มีต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้นแท้จริง

CCC Sections: มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Where foreigners provide 100% of capital and Thai shareholders are mere nominees, the company is treated as foreign-controlled. Land acquisition void under Land Code Section 86.

เมื่อชาวต่างชาติเป็นผู้ออกเงินทุน 100% และผู้ถือหุ้นไทยเป็นเพียงนอมินี บริษัทถือว่าอยู่ภายใต้การควบคุมของต่างชาติ การซื้อที่ดินเป็นโมฆะตามมาตรา 86 ประมวลกฎหมายที่ดิน

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

A foreign couple formed a Thai limited company funded entirely with their own money, using Thai nationals holding 51% shares as nominees to purchase beachfront land on Koh Samui. The Court treated the company as foreign-controlled and voided the land acquisition.
คู่สามีภรรยาชาวต่างชาติจัดตั้งบริษัทจำกัดไทยโดยใช้เงินของตนเองทั้งหมด ให้คนไทยถือหุ้น 51% เป็นนอมินีเพื่อซื้อที่ดินริมชายหาดบนเกาะสมุย ศาลถือว่าบริษัทอยู่ภายใต้การควบคุมของต่างชาติและเพิกถอนการซื้อที่ดิน

Facts of the Case ข้อเท็จจริง

A foreign couple established a Thai limited company with Thai nationals as majority shareholders. All capital came from the foreign couple. The company purchased beachfront property on Koh Samui. Investigation revealed the Thai shareholders had no real investment in the company and served only as nominees.
คู่สามีภรรยาชาวต่างชาติจัดตั้งบริษัทจำกัดไทยโดยให้คนไทยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เงินทุนทั้งหมดมาจากคู่สามีภรรยาต่างชาติ บริษัทซื้อที่ดินริมชายหาดบนเกาะสมุย

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Where foreigners provide 100% of capital and Thai shareholders are mere nominees, the company is treated as foreign-controlled. Land acquisition void under Land Code Section 86.
เมื่อชาวต่างชาติเป็นผู้ออกเงินทุน 100% และผู้ถือหุ้นไทยเป็นเพียงนอมินี บริษัทถือว่าอยู่ภายใต้การควบคุมของต่างชาติ การซื้อที่ดินเป็นโมฆะตามมาตรา 86 ประมวลกฎหมายที่ดิน

Legal Analysis การวิเคราะห์ทางกฎหมาย

The Court applied Land Code Section 86 which prohibits foreign nationals from acquiring land. When a company's true beneficial owners are foreigners, the corporate form cannot be used as a shield. Section 150 CCC renders the transaction void as contrary to public order.

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 17923/2557. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17923/2557 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

A foreign couple set up a new Thai limited company, funded it entirely with their own money, and used it to buy two beachfront plots on Koh Samui. Although Thai nationals held 51 % of the shares on paper, the Supreme Court found they were mere nominees; the foreigners supplied all capital and controlled the venture. Under Land Code section 86 and section 150 the arrangement was an illegal circumvention of the foreign-ownership ban. The purchase contract was declared void and the land titles were ordered cancelled and re-vested in the Thai state.

Thai Real Estate Legal 'start' →
แม้สัญญาหมาย จ.1 จะระบุชื่อสัญญาว่าสัญญาเช่า แต่เมื่อพิจารณาสาระสำคัญของเนื้อหา หาใช่เป็นเรื่องโจทก์ทั้งสองประสงค์จะครอบครองที่ดินเพื่อใช้หรือได้รับประโยชน์ในที่ดินชั่วระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ และโจทก์ทั้งสองได้ให้เงินแก่จำเลยเพื่อการนั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 537 โดยแท้จริงไม่ แต่จุดประสงค์แห่งสัญญามุ่งเน้นเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินจากจำเลยเพื่อก่อสิทธิตาม ป.พ.พ. มาตรา 453 อันมีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขาย มิใช่เจตนาที่จะเช่าทรัพย์กันแต่อย่างใด สัญญาหมาย จ.1 จึงเป็นสัญญาซื้อขายมิใช่สัญญาเช่า
โจทก์ทั้งสองมีฐานะเป็นคนต่างด้าว การซื้อที่ดินเพื่อให้นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยมีชื่อถือสิทธิในที่ดินแทนโจทก์ทั้งสอง มีลักษณะให้นิติบุคคลถือสิทธิในที่ดินแต่เพียงในนามเท่านั้น แท้จริงแล้วโจทก์ทั้งสองยังคงเป็นผู้ครอบครองที่ดินเพื่อหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์ข้อยกเว้นการได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าว สัญญาซื้อขายจึงมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามโดยชัดแจ้งตามมาตรา 86 แห่ง ป.ที่ดิน บทบัญญัติดังกล่าวเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย สัญญาซื้อขายจึงตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150
โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าว ให้เป็นกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของบริษัทเค. เอ็ม. ซี. เนเจล จำกัด หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2797 และเลขที่ 2775 ตำบลแม่น้ำ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้บริษัทเค. เอ็ม. ซี. เนเจล จำกัด โดยโจทก์ทั้งสองเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความรวม 30,000 บาท
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า สัญญาหมาย จ.1 เป็นสัญญาเช่าหรือสัญญาซื้อขาย เห็นว่า สัญญาหมาย จ.1 มีสาระสำคัญแห่งสัญญาอยู่ที่ข้อ 3 เรื่องการชำระเงินจะชำระหนึ่งครั้งเต็มจำนวนสำหรับระยะเวลาของสัญญาหมาย จ.1 เป็นเงิน 652,500 บาท กับข้อ 6.2 เรื่องสิทธิที่จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน หากโจทก์ทั้งสองชำระเงินเต็มจำนวนในเวลาสัญญาหมาย จ.1 โจทก์ทั้งสองมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินทั้งสองแปลงไปเป็นการถือครองของนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยได้ แม้สัญญาหมาย จ.1 จะระบุชื่อสัญญาว่าสัญญาเช่า แต่เมื่อพิจารณาสาระสำคัญของเนื้อหาแห่งสัญญาหมาย จ.1 ดังกล่าว หาใช่เป็นเรื่องโจทก์ทั้งสองประสงค์จะครอบครองที่ดินเพื่อใช้หรือได้รับประโยชน์ในที่ดินชั่วระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ และโจทก์ทั้งสองได้ให้เงินแก่จำเลยเพื่อการนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537 โดยแท้จริงไม่ แต่จุดประสงค์แห่งสัญญาหมาย จ.1 โจทก์ทั้งสองกับจำเลยมุ่งเน้นเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินจากจำเลยไปเป็นการถือครองที่ดินของนิติบุคคลอื่นที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือโจทก์ทั้งสองอาจถือครองที่ดินในนามของโจทก์ทั้งสองเอง หากกฎหมายไทยอนุญาต โดยโจทก์ทั้งสองต้องชำระเงินให้จำเลยเต็มจำนวนตามที่ระบุไว้ในสัญญาหมาย จ.1 ก่อน พฤติการณ์ของโจทก์ทั้งสองกับจำเลยไม่อาจคาดหมายเป็นอย่างอื่นนอกจากโจทก์ทั้งสองกับจำเลยมีเจตนามุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างกันเพื่อก่อสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453 อันมีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขาย มิใช่เจตนาที่จะเช่าทรัพย์กันแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่สัญญาหมาย จ.1 ต้องระบุข้อความว่าเป็นสัญญาเช่า เนื่องจากโจทก์ทั้งสองเป็นคนต่างด้าวจะได้มาซึ่งที่ดินมิได้ เว้นแต่จะเข้ากฎเกณฑ์ตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 86 สัญญาหมาย จ.1 จึงเป็นสัญญาซื้อขายมิใช่สัญญาเช่า
ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อมาว่า สัญญาซื้อขายหมาย จ.1 มีผลบังคับตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ทั้งสองกับจำเลยมีจุดประสงค์ที่จะโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินทั้งสองแปลงมาตั้งแต่ต้นที่ทำสัญญาซื้อขายหมาย จ.1 การกำหนดเงื่อนไขให้นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเข้ามารับโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดิน ทั้ง ๆ ที่โจทก์ทั้งสองเป็นผู้ชำระราคาที่ดินโดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใดว่า โจทก์ทั้งสองได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากนิติบุคคลดังกล่าว โจทก์ทั้งสองมีฐานะเป็นคนต่างด้าวส่อให้เห็นถึงเจตนาในการซื้อที่ดินเพื่อให้นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยมีชื่อถือสิทธิในที่ดินแทนโจทก์ทั้งสอง มีลักษณะให้นิติบุคคลดังกล่าวถือสิทธิในที่ดินแต่เพียงในนามเท่านั้น แท้จริงแล้วโจทก์ทั้งสองยังคงเป็นผู้ครอบครองที่ดิน ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์ข้อยกเว้นการได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าว ตามบทบัญญัติมาตรา 86 ดังนั้น การที่โจทก์ทั้งสองซื้อที่ดินจากจำเลยแล้วเรียกร้องให้โอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินให้บริษัท เค. เอ็ม. ซี. เนเจล จำกัด เป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์หรือครอบครองแทนโจทก์ทั้งสอง สัญญาซื้อขายหมาย จ.1 จึงมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามโดยชัดแจ้งตามมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งการฝ่าฝืนบทบัญญัตินี้ มีบทกำหนดโทษไว้ใน มาตรา 111 ที่บัญญัติว่า "ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 86 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ" บทบัญญัติดังกล่าวเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย สัญญาซื้อขายหมาย จ.1 จึงตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 โจทก์ทั้งสองจะบังคับจำเลยให้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินทั้งสองแปลงให้บริษัทเค. เอ็ม. ซี. เนเจล จำกัด ตามฟ้องไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

💡 What This Means for You 💡 สิ่งที่หมายถึงสำหรับคุณ

Foreign nationals cannot legally own land in Thailand, even through a Thai company if they provide the capital. Legal alternatives include long-term leases (up to 30 years), usufruct, superficies, or purchasing a condominium unit (up to 49% foreign quota).

Frequently Asked Questions คำถามที่พบบ่อย

Can a foreigner buy land in Thailand through a company? ชาวต่างชาติสามารถซื้อที่ดินในประเทศไทยผ่านบริษัทได้หรือไม่?

Not if the foreigner provides the capital and uses Thai nominees. The Supreme Court treats such companies as foreign and voids the land purchase.

ไม่ได้ หากชาวต่างชาติเป็นผู้ออกเงินทุนและใช้คนไทยเป็นนอมินี ศาลฎีกาถือว่าบริษัทเป็นต่างชาติและเพิกถอนการซื้อที่ดิน

foreigner buy land thailand nominee land thailand land code section 86 koh samui land foreign
Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Foreign Legal Consultant
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Thai Attorney and Notary

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content — including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis — is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Start Your Case
Scroll to Top