ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส
Landmark คำพิพากษาสำคัญ Civil & Commercial Codeป.พ.พ. Decision 17923/2557 คำพิพากษาที่ 17923/2557 2014 (พ.ศ. 2557) ชาวต่างชาติวิจารณ์

Lease That Was Really a Sale: Foreign Buyers Cannot Compel Transfer to a Nominee Company สัญญาเช่าที่แท้จริงเป็นสัญญาซื้อขาย ผู้ซื้อชาวต่างชาติบังคับให้โอนที่ดินแก่บริษัทผู้ถือแทนไม่ได้

CCC Sections: มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

A contract is classified by its substance, not its heading: an agreement aimed at transferring ownership or possessory rights is a sale under Section 453, not a lease under Section 537. Where foreigners buy land and have a Thai juristic person registered as holder in name only, the object is expressly forbidden by Land Code Section 86, which is a provision of public order, so the sale is void under Section 150 of the Civil and Commercial Code and cannot be enforced.

การวินิจฉัยประเภทของสัญญาต้องพิจารณาสาระสำคัญของเนื้อหา มิใช่ชื่อของสัญญา สัญญาที่มุ่งโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองเป็นสัญญาซื้อขายตาม ป.พ.พ. มาตรา 453 มิใช่สัญญาเช่าตามมาตรา 537 และเมื่อคนต่างด้าวซื้อที่ดินโดยให้นิติบุคคลไทยมีชื่อถือสิทธิแทนเพียงในนาม วัตถุประสงค์ย่อมต้องห้ามชัดแจ้งตาม ป.ที่ดิน มาตรา 86 อันเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย สัญญาจึงตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

Two foreign buyers signed a contract with a Thai company for two Koh Samui plots. The contract was headed as a lease, but the Supreme Court read its substance and found it was a sale. The buyers had asked the court to order the land registered to another Thai company that would hold it in name only for them. Because that arrangement exists to get around the rules on foreigners acquiring land, the object was expressly forbidden by Land Code Section 86, the sale was void under Section 150 of the Civil and Commercial Code, and the buyers could not compel the transfer. The Supreme Court reversed the Court of Appeal Region 8 and dismissed the claim.
โจทก์ชาวต่างชาติสองคนทำสัญญากับบริษัทไทยเกี่ยวกับที่ดินสองแปลงที่เกาะสมุย แม้สัญญาจะระบุชื่อว่าสัญญาเช่า แต่ศาลฎีกาพิจารณาสาระสำคัญแล้วเห็นว่าเป็นสัญญาซื้อขาย เมื่อโจทก์ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินให้บริษัทไทยอีกแห่งหนึ่งถือกรรมสิทธิ์แทนโจทก์เพียงในนาม อันเป็นการหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์การได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าว วัตถุประสงค์จึงต้องห้ามชัดแจ้งตาม ป.ที่ดิน มาตรา 86 สัญญาตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

Facts of the Case ข้อเท็จจริง

Two foreign plaintiffs contracted with a Thai company over two plots at Tambon Mae Nam, Koh Samui, Surat Thani, held under Nor Sor 3 Kor documents 2797 and 2775. They paid, and asked the court to order the defendant to register ownership or possessory rights not to themselves but to a Thai company that would hold the land for them. The trial court at Koh Samui dismissed the claim, the Court of Appeal Region 8 reversed and ordered the transfer, and the defendant appealed to the Supreme Court.
โจทก์ชาวต่างชาติสองคนทำสัญญากับบริษัทไทยเกี่ยวกับที่ดินสองแปลงตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2797 และ 2775 ตำบลแม่น้ำ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองให้แก่บริษัทไทยอีกแห่งหนึ่งซึ่งจะถือแทนโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับให้โอน จำเลยฎีกา

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

A contract is classified by its substance, not its heading: an agreement aimed at transferring ownership or possessory rights is a sale under Section 453, not a lease under Section 537. Where foreigners buy land and have a Thai juristic person registered as holder in name only, the object is expressly forbidden by Land Code Section 86, which is a provision of public order, so the sale is void under Section 150 of the Civil and Commercial Code and cannot be enforced.
การวินิจฉัยประเภทของสัญญาต้องพิจารณาสาระสำคัญของเนื้อหา มิใช่ชื่อของสัญญา สัญญาที่มุ่งโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองเป็นสัญญาซื้อขายตาม ป.พ.พ. มาตรา 453 มิใช่สัญญาเช่าตามมาตรา 537 และเมื่อคนต่างด้าวซื้อที่ดินโดยให้นิติบุคคลไทยมีชื่อถือสิทธิแทนเพียงในนาม วัตถุประสงค์ย่อมต้องห้ามชัดแจ้งตาม ป.ที่ดิน มาตรา 86 อันเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย สัญญาจึงตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150

Legal Analysis การวิเคราะห์ทางกฎหมาย

The court took two steps. First it classified the contract by substance: the parties did not intend temporary use of the land for a price, they intended ownership or possessory rights to pass, so this was a sale under Section 453 and not a lease under Section 537. Second it looked at the object. Buying land so that a Thai juristic person can be registered as holder while the foreigners remain the real occupiers is a way around the rules on foreigners acquiring land, and Land Code Section 86 expressly forbids it. The judgment quotes the penalty in Land Code Section 111, a fine not exceeding twenty thousand baht or imprisonment not exceeding two years or both. Because Section 86 is a provision of public order, the sale was void under Section 150 and no transfer could be ordered.
ศาลวินิจฉัยเป็นสองขั้น ขั้นแรกจัดประเภทสัญญาตามสาระสำคัญ เมื่อคู่สัญญามิได้มุ่งให้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในที่ดินชั่วระยะเวลาโดยมีค่าเช่า แต่มุ่งโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง จึงเป็นสัญญาซื้อขายตามมาตรา 453 มิใช่สัญญาเช่าตามมาตรา 537 ขั้นที่สองพิจารณาวัตถุประสงค์ การซื้อที่ดินเพื่อให้นิติบุคคลไทยมีชื่อถือสิทธิแทนโดยโจทก์ยังคงครอบครองจริง เป็นการหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์ตาม ป.ที่ดิน มาตรา 86 ซึ่งมีบทกำหนดโทษไว้ในมาตรา 111 ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ อันเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย สัญญาจึงตกเป็นโมฆะตามมาตรา 150

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 17923/2557. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17923/2557 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

English translation is being prepared and will be available soon.

แม้สัญญาหมาย จ.1 จะระบุชื่อสัญญาว่าสัญญาเช่า แต่เมื่อพิจารณาสาระสำคัญของเนื้อหา หาใช่เป็นเรื่องโจทก์ทั้งสองประสงค์จะครอบครองที่ดินเพื่อใช้หรือได้รับประโยชน์ในที่ดินชั่วระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ และโจทก์ทั้งสองได้ให้เงินแก่จำเลยเพื่อการนั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 537 โดยแท้จริงไม่ แต่จุดประสงค์แห่งสัญญามุ่งเน้นเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินจากจำเลยเพื่อก่อสิทธิตาม ป.พ.พ. มาตรา 453 อันมีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขาย มิใช่เจตนาที่จะเช่าทรัพย์กันแต่อย่างใด สัญญาหมาย จ.1 จึงเป็นสัญญาซื้อขายมิใช่สัญญาเช่า
โจทก์ทั้งสองมีฐานะเป็นคนต่างด้าว การซื้อที่ดินเพื่อให้นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยมีชื่อถือสิทธิในที่ดินแทนโจทก์ทั้งสอง มีลักษณะให้นิติบุคคลถือสิทธิในที่ดินแต่เพียงในนามเท่านั้น แท้จริงแล้วโจทก์ทั้งสองยังคงเป็นผู้ครอบครองที่ดินเพื่อหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์ข้อยกเว้นการได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าว สัญญาซื้อขายจึงมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามโดยชัดแจ้งตามมาตรา 86 แห่ง ป.ที่ดิน บทบัญญัติดังกล่าวเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย สัญญาซื้อขายจึงตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150
โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าว ให้เป็นกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของบริษัทเค. เอ็ม. ซี. เนเจล จำกัด หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2797 และเลขที่ 2775 ตำบลแม่น้ำ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้บริษัทเค. เอ็ม. ซี. เนเจล จำกัด โดยโจทก์ทั้งสองเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความรวม 30,000 บาท
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า สัญญาหมาย จ.1 เป็นสัญญาเช่าหรือสัญญาซื้อขาย เห็นว่า สัญญาหมาย จ.1 มีสาระสำคัญแห่งสัญญาอยู่ที่ข้อ 3 เรื่องการชำระเงินจะชำระหนึ่งครั้งเต็มจำนวนสำหรับระยะเวลาของสัญญาหมาย จ.1 เป็นเงิน 652,500 บาท กับข้อ 6.2 เรื่องสิทธิที่จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน หากโจทก์ทั้งสองชำระเงินเต็มจำนวนในเวลาสัญญาหมาย จ.1 โจทก์ทั้งสองมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินทั้งสองแปลงไปเป็นการถือครองของนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยได้ แม้สัญญาหมาย จ.1 จะระบุชื่อสัญญาว่าสัญญาเช่า แต่เมื่อพิจารณาสาระสำคัญของเนื้อหาแห่งสัญญาหมาย จ.1 ดังกล่าว หาใช่เป็นเรื่องโจทก์ทั้งสองประสงค์จะครอบครองที่ดินเพื่อใช้หรือได้รับประโยชน์ในที่ดินชั่วระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ และโจทก์ทั้งสองได้ให้เงินแก่จำเลยเพื่อการนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537 โดยแท้จริงไม่ แต่จุดประสงค์แห่งสัญญาหมาย จ.1 โจทก์ทั้งสองกับจำเลยมุ่งเน้นเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินจากจำเลยไปเป็นการถือครองที่ดินของนิติบุคคลอื่นที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือโจทก์ทั้งสองอาจถือครองที่ดินในนามของโจทก์ทั้งสองเอง หากกฎหมายไทยอนุญาต โดยโจทก์ทั้งสองต้องชำระเงินให้จำเลยเต็มจำนวนตามที่ระบุไว้ในสัญญาหมาย จ.1 ก่อน พฤติการณ์ของโจทก์ทั้งสองกับจำเลยไม่อาจคาดหมายเป็นอย่างอื่นนอกจากโจทก์ทั้งสองกับจำเลยมีเจตนามุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างกันเพื่อก่อสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453 อันมีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขาย มิใช่เจตนาที่จะเช่าทรัพย์กันแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่สัญญาหมาย จ.1 ต้องระบุข้อความว่าเป็นสัญญาเช่า เนื่องจากโจทก์ทั้งสองเป็นคนต่างด้าวจะได้มาซึ่งที่ดินมิได้ เว้นแต่จะเข้ากฎเกณฑ์ตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 86 สัญญาหมาย จ.1 จึงเป็นสัญญาซื้อขายมิใช่สัญญาเช่า
ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อมาว่า สัญญาซื้อขายหมาย จ.1 มีผลบังคับตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ทั้งสองกับจำเลยมีจุดประสงค์ที่จะโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินทั้งสองแปลงมาตั้งแต่ต้นที่ทำสัญญาซื้อขายหมาย จ.1 การกำหนดเงื่อนไขให้นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเข้ามารับโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดิน ทั้ง ๆ ที่โจทก์ทั้งสองเป็นผู้ชำระราคาที่ดินโดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใดว่า โจทก์ทั้งสองได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากนิติบุคคลดังกล่าว โจทก์ทั้งสองมีฐานะเป็นคนต่างด้าวส่อให้เห็นถึงเจตนาในการซื้อที่ดินเพื่อให้นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยมีชื่อถือสิทธิในที่ดินแทนโจทก์ทั้งสอง มีลักษณะให้นิติบุคคลดังกล่าวถือสิทธิในที่ดินแต่เพียงในนามเท่านั้น แท้จริงแล้วโจทก์ทั้งสองยังคงเป็นผู้ครอบครองที่ดิน ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์ข้อยกเว้นการได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าว ตามบทบัญญัติมาตรา 86 ดังนั้น การที่โจทก์ทั้งสองซื้อที่ดินจากจำเลยแล้วเรียกร้องให้โอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินให้บริษัท เค. เอ็ม. ซี. เนเจล จำกัด เป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์หรือครอบครองแทนโจทก์ทั้งสอง สัญญาซื้อขายหมาย จ.1 จึงมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามโดยชัดแจ้งตามมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งการฝ่าฝืนบทบัญญัตินี้ มีบทกำหนดโทษไว้ใน มาตรา 111 ที่บัญญัติว่า "ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 86 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ" บทบัญญัติดังกล่าวเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย สัญญาซื้อขายหมาย จ.1 จึงตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 โจทก์ทั้งสองจะบังคับจำเลยให้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินทั้งสองแปลงให้บริษัทเค. เอ็ม. ซี. เนเจล จำกัด ตามฟ้องไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

💡 What This Means for You 💡 สิ่งที่หมายถึงสำหรับคุณ

Calling the document a lease does not make it one. A Thai court reads what the parties actually meant to do, and if the aim is to put land into a Thai company that holds it for a foreigner, the contract is void and the money buys no enforceable right. Note what this case does not say: it made no finding about shareholding percentages or nominee shareholders, and no land was confiscated. It was a claim to compel a transfer, and the claim failed. Lawful alternatives are a registered lease of up to thirty years, a สิทธิเก็บกิน, a superficies, or a อาคารชุด unit within the foreign quota.
การตั้งชื่อเอกสารว่าสัญญาเช่าไม่ทำให้เป็นสัญญาเช่า ศาลไทยพิจารณาเจตนาที่แท้จริง หากมุ่งให้บริษัทไทยถือที่ดินแทนคนต่างด้าว สัญญาย่อมเป็นโมฆะและเงินที่ชำระไปไม่ก่อสิทธิที่บังคับได้ ทั้งนี้คดีนี้มิได้วินิจฉัยเรื่องสัดส่วนการถือหุ้นหรือผู้ถือหุ้นนอมินีแต่อย่างใด

Frequently Asked Questions คำถามที่พบบ่อย

Can a foreigner buy land in Thailand and have a Thai company hold it? คนต่างด้าวซื้อที่ดินแล้วให้บริษัทไทยถือแทนได้หรือไม่

No. In Decision 17923/2557 the Supreme Court held that buying land so a Thai juristic person can be registered as holder in name only is expressly forbidden by Land Code Section 86, which makes the sale void under Section 150 of the Civil and Commercial Code. The foreign buyers could not compel the transfer.

ไม่ได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งตาม ป.ที่ดิน มาตรา 86 สัญญาจึงตกเป็นโมฆะ

ชาวต่างชาติซื้อที่ดินในประเทศไทย ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 86 lease or sale thailand nominee company land thailand เกาะสมุย ดินแดนต่างประเทศ

📖 Further Reading on ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

Sebastien H. Brousseau นิติศาสตรบัณฑิต, วิทยาศาสตรบัณฑิต. ที่ปรึกษาด้านกฎหมายต่างประเทศ
Wichuda Atthatmethakon ปริญญาโทด้านกฎหมาย. ทนายความและโนตารีไทย

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง