Landmark คำพิพากษาสำคัญ Civil & Commercial Codeป.พ.พ. Decision 1885/2541 คำพิพากษาที่ 1885/2541 1998 (B.E. 2541) Expat Critical

Prenuptial Maintenance Waiver Is Void ข้อตกลงสละสิทธิค่าเลี้ยงดูในสัญญาก่อนสมรสเป็นโมฆะ

CCC Sections: มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Prenuptial clauses waiving spousal maintenance violate public order because maintenance is statutory right under Section 1465. Such clauses are unenforceable.

ข้อตกลงในสัญญาก่อนสมรสที่สละสิทธิค่าเลี้ยงดูขัดต่อความสงบเรียบร้อย เนื่องจากค่าเลี้ยงดูเป็นสิทธิตามกฎหมายมาตรา 1465

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

A prenuptial agreement contained a clause eliminating post-divorce spousal maintenance. The wife sought maintenance despite the waiver. The Court held such waivers void as contrary to public order.
สัญญาก่อนสมรสมีข้อตกลงยกเว้นค่าเลี้ยงดูหลังหย่า ภรรยาเรียกร้องค่าเลี้ยงดูแม้มีข้อตกลงยกเว้น ศาลตัดสินว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นโมฆะเนื่องจากขัดต่อความสงบเรียบร้อย

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Prenuptial clauses waiving spousal maintenance violate public order because maintenance is statutory right under Section 1465. Such clauses are unenforceable.
ข้อตกลงในสัญญาก่อนสมรสที่สละสิทธิค่าเลี้ยงดูขัดต่อความสงบเรียบร้อย เนื่องจากค่าเลี้ยงดูเป็นสิทธิตามกฎหมายมาตรา 1465

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 1885/2541. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1885/2541 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

The Supreme Court held that a prenuptial clause eliminating post-divorce spousal
maintenance conflicts with public order because maintenance is a statutory right under section 1465 of the Civil and Commercial Code (CCC).
The provision was severed and the wife was awarded standard support.

See "maintenance sections in the Civl and Commercial Code →
เมื่อโจทก์บังคับคดีแล้ว จำเลยทั้งสองได้ผ่อนชำระเงินให้แก่ โจทก์ครั้งละ 10,000 บาทบ้าง ครั้งละ 15,000 บาทบ้างเป็นระยะเวลานานถึง 13 ครั้ง แสดงว่าจำเลยทั้งสองได้ขวนขวายรวบรวมเงินที่จะชำระหนี้ให้แก่โจทก์ ยังมิได้ละเลยที่จะไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาแม้จำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์ แต่การที่จะให้บุคคลใดสมควรเป็นบุคคลล้มละลายนั้น ใช่แต่ฟังว่าลูกหนี้เป็นหนี้แล้วต้องเป็นบุคคลล้มละลายเสมอไป ทั้งพฤติการณ์ที่จำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์ก็สืบเนื่องมาจาก การค้าขายขาดทุน ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองประกอบกิจการ หรือก่อหนี้โดยทุจริตหรือประพฤติเล่นการพนัน จำเลยทั้งสอง มิได้เป็นหนี้เจ้าหนี้รายอื่น ๆ อีก โดยสภาพหากให้จำเลยทั้งสองต้องเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว นอกจากจำเลยทั้งสองต้อง ออกจากการทำงาน จำเลยทั้งสองยังต้องขาดสภาพที่จะหาเงิน มาชำระหนี้ให้แก่โจทก์และยังก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ ครอบครัวทั้งหมดอีกด้วย เมื่อจำเลยทั้งสองประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่งมีที่ทำงานที่แน่นอนมีรายได้ตามภาวะเศรษฐกิจ ที่จะยังชำระหนี้ให้แก่โจทก์บางส่วนได้ ถือได้ว่าจำเลยทั้งสอง ยังมีความสามารถในการรวบรวมเงินชำระหนี้ กรณีจึงเป็นเหตุอื่น ที่ไม่ควรให้ลูกหนี้ (จำเลยทั้งสอง) ล้มละลายตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสองไม่มีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้ พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามกฎหมายว่าเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย
จำเลยทั้งสองไม่ยื่นคำให้การ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายพิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบโดยจำเลยทั้งสองมิได้โต้แย้งให้เห็นเป็นประการอื่นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2529 จำเลยทั้งสองกับนางสาวนิตยา เอี่ยมศิรินุกูล เป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอมของศาลจังหวัดสีคิ้ว คดีหมายเลขแดงที่ 363/2529 เป็นเงิน 2,496,601.62 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17 และ 15 ต่อปี ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เอกสารหมาย จ.3จำเลยทั้งสองจะต้องชำระเงินเป็นรายเดือน ๆ ละ 30,000 บาทจำเลยทั้งสองกับนางสาวนิตยาผิดนัดไม่ชำระหนี้ วันที่ 22 มีนาคม 2531 โจทก์ได้บังคับคดีนำที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 564 หมู่ที่ 5 ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา พร้อมสิ่งปลูกสร้างของนางสาวนิตยาออกขายทอดตลาดได้ในราคาสูงสุดเป็นเงิน 1,580,000 บาท ต่อมาจำเลยทั้งสองได้ผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์บางส่วนรวม 14 ครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2536 ตามบัญชีเงินให้กู้เอกสารหมาย จ.8 คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลมีหนี้สินล้นพ้นตัวและมีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้ลูกหนี้ (จำเลยทั้งสอง)ล้มละลายหรือไม่ ข้อนี้ฟังข้อเท็จจริงได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอม โจทก์ขอหมายบังคับคดีและได้ยึดทรัพย์ของนางสาวนิตยาซึ่งเป็นพี่ของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ 363/2529 ของศาลจังหวัดสีคิ้วนำออกขายทอดตลาดได้เงินจำนวน 1,580,000 บาท จำเลยทั้งสองยังคงเป็นหนี้โจทก์คำนวณหนี้ถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2538 เป็นเงิน 3,341,700 บาททั้งยังได้ความจากคำเบิกความของนายวิษณุ แซ่ตั้น กับนายสานนท์ รังษีกุลพิพัฒน์ พยานโจทก์ว่า ได้สืบหาทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองแล้วไม่พบว่าจำเลยทั้งสองมีทรัพย์สินอื่นใดพอที่โจทก์จะพึงยึดมาบังคับคดีชำระหนี้แก่โจทก์ได้ตามเอกสารหมาย จ.7 จากข้อเท็จจริงดังกล่าวจำเลยทั้งสองถูกยึดทรัพย์ตามหมายบังคับคดีหรือไม่มีทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้จึงต้องด้วยข้อสันนิษฐานก่อนว่าจำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 8(5) ดังนั้นจำเลยทั้งสองมีภาระต้องนำสืบให้ได้ว่ามีความสามารถชำระหนี้ได้ทั้งหมด หรือมีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้จำเลยทั้งสองล้มละลาย ข้อนี้จำเลยทั้งสองนำสืบข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองขอกู้เงินโจทก์ที่สาขาสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นต้นเงิน 1,800,000 บาท โดยนำที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของนางสาวนิตยาจำนองเป็นประกัน วันที่ 22 มีนาคม 2531 โจทก์นำที่ดินที่จำนองเป็นประกันออกประมูลขายทอดตลาดได้เงิน 1,580,000 บาท วันที่ 18 ตุลาคม 2534 จำเลยทั้งสองได้ชำระเงิน 10,000 บาท และได้ชำระครั้งละ 10,000 บาท รวม 7 ครั้ง ชำระครั้งละ 15,000 บาท อีก 6 ครั้งเป็นเงินรวม 160,000 บาท ปัจจุบันจำเลยทั้งสองทำงานอยู่ที่บริษัทไทยประสิทธิ์ประกันภัย จำกัด ทั้งยังได้ความจากคำเบิกความของนายวิทยา พฤกษาโรจนกุล พยานจำเลยทั้งสองที่ทำงานอยู่บริษัทไทยประสิทธิประกันภัย จำกัด ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายขยายงานว่า ปัจจุบันจำเลยที่ 1 มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่าย มีเงินเดือนประจำเดือนละ 13,000 บาท เงินตามสัญญากำหนดการจ้างประมาณเดือนละ 46,000 บาท ตามเอกสารหมาย ล.12และเงินบริหารงานประมาณเดือนละ 30,000 บาท ถึง 40,000 บาทกับเงินปันผลประจำปี เห็นว่า เมื่อโจทก์บังคับคดีแล้วจำเลยทั้งสองได้ผ่อนชำระเงินให้แก่โจทก์ครั้งละ 10,000 บาท บ้าง ครั้งละ 15,000 บาท เป็นระยะเวลานานถึง 13 ครั้ง แสดงว่าจำเลยทั้งสองได้ขวนขวายรวบรวมเงินที่จะชำระหนี้ให้แก่โจทก์ ยังมิได้ละเลยที่จะไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา แม้ข้อเท็จจริงจะฟังว่าจำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์การที่จะให้บุคคลใดสมควรเป็นบุคคลล้มละลายนั้นใช่แต่ฟังว่าลูกหนี้เป็นหนี้แล้วต้องเป็นบุคคลล้มละลายเสมอไปเมื่อจำเลยทั้งสองนำสืบและฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองยังมีอาชีพและประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่งมีที่ทำงานที่แน่นอน มีรายได้ตามภาวะเศรษฐกิจที่จะยังชำระหนี้ให้แก่โจทก์บางส่วนได้ อันถือว่าจำเลยทั้งสองยังมีความสามารถที่รวบรวมเงินชำระหนี้ดังที่จำเลยทั้งสองเคยผ่อนชำระให้แก่โจทก์มาบ้างแล้วจำนวน13 ครั้งอีกทั้งพฤติการณ์ที่จำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์ก็สืบเนื่องมาจากการค้าขายขาดทุนไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองประกอบกิจการหรือก่อหนี้โดยทุจริตหรือประพฤติเล่นการพนันนอกจากเป็นหนี้โจทก์แล้วข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นหนี้เจ้าหนี้รายอื่น ๆอีกโดยสภาพหากให้จำเลยทั้งสองต้องเป็นบุคคลล้มละลายแล้วนอกจากจำเลยทั้งสองต้องออกจากการทำงาน จำเลยทั้งสองยังต้องขาดสภาพที่จะหาเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์และยังก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ครอบครัวทั้งหมดอีกด้วย เมื่อจำเลยทั้งสองยังมีอาชีพและมีรายรับมากพอหรือมีรายได้ประจำเดือนอยู่จึงถือว่าจำเลยทั้งสองยังมีความสามารถที่จะชำระหนี้ เป็นการนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานของบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวอันเป็นเหตุอื่นที่ไม่ควรให้ลูกหนี้ (จำเลยทั้งสอง) ล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

prenuptial agreement thailand waive maintenance thai law section 1465 prenup void thailand
Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Foreign Legal Consultant
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Thai Attorney and Notary

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content — including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis — is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Start Your Case
Scroll to Top