Interspousal Gift — Marital to Personal Property Conversion การให้ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา — สินสมรสเปลี่ยนเป็นสินส่วนตัว
⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ
Interspousal gifts during marriage are valid and convert marital property (Sin Somros) to personal property (Sin Suan Tua) of recipient spouse. Gift irrevocable after registration.
การให้ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาระหว่างสมรสมีผลสมบูรณ์และเปลี่ยนสินสมรสเป็นสินส่วนตัวของคู่สมรสผู้รับ การให้เพิกถอนไม่ได้หลังจดทะเบียน
Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร
Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
Interspousal gifts during marriage are valid and convert marital property (Sin Somros) to personal property (Sin Suan Tua) of recipient spouse. Gift irrevocable after registration.
การให้ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาระหว่างสมรสมีผลสมบูรณ์และเปลี่ยนสินสมรสเป็นสินส่วนตัวของคู่สมรสผู้รับ การให้เพิกถอนไม่ได้หลังจดทะเบียน
Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 337/2530. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 337/2530 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
Marital vs. Personal Property in Thailand →
Sources: Thai headnotes and digests of คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 337/2530. See summaries at deka.in.th.
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1471(3) ที่บัญญัติให้ทรัพย์สินที่สามีภริยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยการให้โดยเสน่หาเป็นสินส่วนตัวนั้น มิได้กำหนดให้ใช้บังคับแต่เฉพาะกรณีที่บุคคลภายนอกเป็นผู้ยกทรัพย์สินให้เท่านั้น แต่ได้รวมถึงกรณีที่สามีภริยายกทรัพย์สินให้แก่กันในระหว่างสมรสด้วย.
โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 15668 ตำบลปากเพรียว อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรีพร้อมสิ่งปลูกสร้างคือ บ้าน 1 หลัง และโรงงาน 1 โรง จำเลยขออยู่อาศัยในที่ดินและบ้านนั้น บัดนี้โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอาศัยอยู่ต่อไป ขอให้ศาลพิพากษาขับไล่
จำเลยให้การว่า ที่ดิน บ้าน และโรงงานเป็นสินสมรสของโจทก์จำเลย ต่อมาโจทก์จำเลยหย่ากันแต่ยังไม่ได้แบ่งสินสมรสจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวอยู่กึ่งหนึ่งโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งให้โจทก์แบ่งทรัพย์สินให้จำเลยกึ่งหนึ่ง
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ฟ้องแย้งของจำเลยเป็นคนละเรื่องกับฟ้องโจทก์ ไม่ชอบที่ศาลจะรับไว้ และจำเลยได้จดทะเบียนโอนสินสมรสของจำเลยให้แก่โจทก์แล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิขอแบ่ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง
ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษาขับไล่จำเลยและยกฟ้องแย้ง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1471 (3) ที่บัญญัติให้ทรัพย์สินที่สามีภริยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือโดยการให้โดยเสน่หาเป็นสินส่วนตัวนั้น ใช้บังคับเฉพาะกรณีที่บุคคลภายนอกเป็นผู้ยกทรัพย์สินให้ ไม่รวมถึงกรณีที่สามีภริยายกทรัพย์สินให้แก่กันในระหว่างสมรสด้วยนั้น เห็นว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 15668 ซึ่งเป็นสินสมรสนั้นเดิมมีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียว และตามหนังสือสัญญาให้ที่ดินเอกสารหมายเลข 2 ท้ายฟ้อง มีข้อสัญญาระบุว่าผู้ให้ยอมยกที่ดินทั้งแปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่ผู้รับเป็นเด็ดขาดแต่วันทำสัญญาเป็นต้นไป แสดงว่าจำเลยมีเจตนายกทรัพย์สินซึ่งเป็นสินสมรสส่วนของตนทั้งหมดให้แก่โจทก์ โดยโจทก์และจำเลยต่างตกลงแบ่งที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินคือ บ้าน และโรงงานอันเป็นสินสมรสที่ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันอยู่ออกเป็นสัดส่วนของแต่ละฝ่าย แล้วจำเลยยกทรัพย์สินส่วนของตนทั้งหมดให้แก่โจทก์ ซึ่งจากข้อตกลงดังกล่าวทำให้ที่ดิน บ้านและโรงงานหมดสภาพจากการเป็นสินสมรสและตกเป็นสินส่วนตัวของแต่ละฝ่ายตามสัดส่วนที่ตกลงกัน สัญญานี้เป็นสัญญาระหว่างสมรสที่สมบูรณ์ใช้บังคับกันได้ เมื่อจำเลยยกทรัพย์สินส่วนของตนทั้งหมดให้แก่โจทก์และโจทก์ได้รับทรัพย์สินมาในระหว่างสมรสเช่นนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1471 (3) ให้ถือว่าทรัพย์ที่ได้มานั้นเป็นสินส่วนตัวดังนั้น ที่ดิน บ้าน และโรงงาน จึงเป็นสินส่วนตัวของโจทก์ บทบัญญัติดังกล่าวมิได้กำหนดให้ใช้บังคับแต่เฉพาะกรณีที่บุคคลภายนอกเป็นผู้ยกทรัพย์สินให้เท่านั้น ฉะนั้น จึงรวมถึงกรณีที่สามีภริยายกทรัพย์สินให้แก่กันด้วยจำเลยจึงไม่มีสิทธิในทรัพย์สินดังกล่าวอีกต่อไป เมื่อโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอาศัยอยู่ จำเลยก็ต้องออกไป
พิพากษายืน.
Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง
Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.
Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content — including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis — is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต