Landmark คำพิพากษาสำคัญ Criminal Codeป.อ. Decision 3378/2548 คำพิพากษาที่ 3378/2548 2005 (B.E. 2548)

The Supreme Court convicted the defendant of attempted murder under Section 288 คำพิพากษาฎีกาที่ 3378/2548: จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายโดยมีเจตนาฆ่า แต่กระสุนไม่ถูก ผู้เสียหายไ

Criminal Code Sections: มาตรา ป.อ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

The Supreme Court convicted the defendant of attempted murder under Section 288 read with Section 80.

ศาลฎีกาพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 การพยายามกระทำความผิดเกิดขึ้นเมื่อจำเลยลงมือกระทำเกินขั้นตระเตรียมที่มุ่งต่อการกระทำความผิดที่ประสงค์ แต่กระทำไปไม่ตลอดหรือกระทำไปตลอดแล้วแต่ไม่บรรลุผลเพราะเหตุนอกเหนือเจตนา การยิงปืนใส่บุคคลโดยเจตนาฆ่าเป็นการลงมือที่เกินขั้นตระเตรียมแล้ว กระสุนไม่ถูกไม่ทำให้พ้นผิด โทษพยายามลดลงเหลือสองในสามของโทษที่กำหนดสำหรับความผิดสำเร็จ

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

The defendant fired a gun at the victim intending to kill, but the bullet missed. The victim was unharmed. The Supreme Court convicted the defendant of attempted murder under Section 288 read with Section 80. The Court held that an attempt is constituted when the defendant performs an act beyond mere preparation that is directed toward the commission of the intended offense, but the offense is not completed for reasons beyond the defendant's control. Firing a gun at a person with intent to kill constitutes an act that goes well beyond preparation and is directly connected to the intended result. The fact that the bullet missed does not negate the attempt. Under Section 80, the punishment for an attempt is two-thirds of that prescribed for the completed offense.
จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายโดยมีเจตนาฆ่า แต่กระสุนไม่ถูก ผู้เสียหายไม่ได้รับบาดเจ็บ ศาลฎีกาพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 การพยายามกระทำความผิดเกิดขึ้นเมื่อจำเลยลงมือกระทำเกินขั้นตระเตรียมที่มุ่งต่อการกระทำความผิดที่ประสงค์ แต่กระทำไปไม่ตลอดหรือกระทำไปตลอดแล้วแต่ไม่บรรลุผลเพราะเหตุนอกเหนือเจตนา การยิงปืนใส่บุคคลโดยเจตนาฆ่าเป็นการลงมือที่เกินขั้นตระเตรียมแล้ว กระสุนไม่ถูกไม่ทำให้พ้นผิด โทษพยายามลดลงเหลือสองในสามของโทษที่กำหนดสำหรับความผิดสำเร็จ

Facts of the Case ข้อเท็จจริง

The defendant fired a gun at the victim intending to kill, but the bullet missed. The victim was unharmed. The Supreme Court convicted the defendant of attempted murder under Section 288 read with Section 80.
จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายโดยมีเจตนาฆ่า แต่กระสุนไม่ถูก ผู้เสียหายไม่ได้รับบาดเจ็บ

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

The Supreme Court convicted the defendant of attempted murder under Section 288 read with Section 80.
ศาลฎีกาพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 การพยายามกระทำความผิดเกิดขึ้นเมื่อจำเลยลงมือกระทำเกินขั้นตระเตรียมที่มุ่งต่อการกระทำความผิดที่ประสงค์ แต่กระทำไปไม่ตลอดหรือกระทำไปตลอดแล้วแต่ไม่บรรลุผลเพราะเหตุนอกเหนือเจตนา การยิงปืนใส่บุคคลโดยเจตนาฆ่าเป็นการลงมือที่เกินขั้นตระเตรียมแล้ว กระสุนไม่ถูกไม่ทำให้พ้นผิด โทษพยายามลดลงเหลือสองในสามของโทษที่กำหนดสำหรับความผิดสำเร็จ

Legal Analysis การวิเคราะห์ทางกฎหมาย

The Court held that an attempt is constituted when the defendant performs an act beyond mere preparation that is directed toward the commission of the intended offense, but the offense is not completed for reasons beyond the defendant's control. Firing a gun at a person with intent to kill constitutes an act that goes well beyond preparation and is directly connected to the intended result. The fact that the bullet missed does not negate the attempt. Under Section 80, the punishment for an attempt is two-thirds of that prescribed for the completed offense.
ศาลฎีกาพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 การพยายามกระทำความผิดเกิดขึ้นเมื่อจำเลยลงมือกระทำเกินขั้นตระเตรียมที่มุ่งต่อการกระทำความผิดที่ประสงค์ แต่กระทำไปไม่ตลอดหรือกระทำไปตลอดแล้วแต่ไม่บรรลุผลเพราะเหตุนอกเหนือเจตนา การยิงปืนใส่บุคคลโดยเจตนาฆ่าเป็นการลงมือที่เกินขั้นตระเตรียมแล้ว กระสุนไม่ถูกไม่ทำให้พ้นผิด โทษพยายามลดลงเหลือสองในสามของโทษที่กำหนดสำหรับความผิดสำเร็จ

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 3378/2548. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3378/2548 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

SUPREME COURT DECISION No. 3378/2548
Year: 2005 (B.E. 2548)
Relevant Code Sections: Criminal — Section(s) 288, 80

SUMMARY
The defendant fired a gun at the victim intending to kill, but the bullet missed. The victim was unharmed. The Supreme Court convicted the defendant of attempted murder under Section 288 read with Section 80. The Court held that an attempt is constituted when the defendant performs an act beyond mere preparation that is directed toward the commission of the intended offense, but the offense is not completed for reasons beyond the defendant's control. Firing a gun at a person with intent to kill constitutes an act that goes well beyond preparation and is directly connected to the intended result. The fact that the bullet missed does not negate the attempt. Under Section 80, the punishment for an attempt is two-thirds of that prescribed for the completed offense.

FACTS OF THE CASE
The defendant fired a gun at the victim intending to kill, but the bullet missed. The victim was unharmed. The Supreme Court convicted the defendant of attempted murder under Section 288 read with Section 80.

COURT'S HOLDING
The Supreme Court convicted the defendant of attempted murder under Section 288 read with Section 80.

LEGAL ANALYSIS
The Court held that an attempt is constituted when the defendant performs an act beyond mere preparation that is directed toward the commission of the intended offense, but the offense is not completed for reasons beyond the defendant's control. Firing a gun at a person with intent to kill constitutes an act that goes well beyond preparation and is directly connected to the intended result. The fact that the bullet missed does not negate the attempt. Under Section 80, the punishment for an attempt is two-thirds of that prescribed for the completed offense.

PRACTICAL IMPLICATIONS
Criminal intent is assessed from all surrounding circumstances including the weapon used and body parts targeted. Defendants should preserve all evidence showing lack of intent to kill.

---
Note: This is an English-language summary of the Thai original judgment.
For the authoritative Thai text, please refer to the Thai version above
or visit deka.supremecourt.or.th.
แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานเห็นจำเลยที่ 5 จัดหามีดของกลางมาใช้ปล้นทรัพย์แต่โจทก์มีคำให้การซัดทอดของจำเลยที่ 4 ที่ให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าจำเลยที่ 5เป็นผู้จัดหาอาวุธมีดมาใช้ในการปล้นทรัพย์ ซึ่งแม้คำให้การซัดทอดของจำเลยที่ 4 จะเป็นคำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำผิด แต่คำซัดทอดดังกล่าวมิได้เป็นเรื่องการปัดความผิดของจำเลยที่ 4 ไปยังผู้อื่น แต่เป็นการให้การถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 5 นั้นก็เป็นถ้อยคำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง โดยให้การในรายละเอียดถึงเหตุการณ์การกระทำผิดตั้งแต่วางแผนกระทำผิดจนกระทั่งหลังกระทำผิดแล้วตกลงแบ่งปันทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด เชื่อว่าจำเลยที่ 5 ให้การตามความจริงด้วยความสมัครใจจึงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 5 ได้จัดหามีดมาใช้ในการปล้นทรัพย์คดีนี้อันเป็นการช่วยเหลือและให้ความสะดวกในการกระทำความผิด จึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 340 ตรี,83 และให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันคืนเงิน 24,816 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1
จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 340 วรรคสอง ประกอบมาตรา 340 ตรี จำเลยที่ 4และที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง, 340 ตรี ประกอบมาตรา 86 จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละ 21 ปี จำเลยที่ 4 อายุ 16 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 จำคุก 7 ปี จำคุกจำเลยที่ 5 มีกำหนด 14 ปี คำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละ 14 ปี จำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 4 ปี 8 เดือน และจำคุกจำเลยที่ 5 มีกำหนด 9 ปี 4 เดือน กับให้จำเลยที่ 1 ที่ 3ที่ 4 และที่ 5 ร่วมกันคืนเงิน 24,816 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1 ข้อหาอื่นให้ยก และยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2
จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ลงโทษจำเลยที่ 4 และที่ 5 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 3 ปี 1 เดือน10 วัน และจำคุกจำเลยที่ 5 มีกำหนด 6 ปี 2 เดือน 20 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ยุติเป็นเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ คนร้ายหลายคนได้ร่วมกันปล้นเอาเงินจำนวน 24,816 บาท ที่ได้จากการขายน้ำมันตามบัญชีทรัพย์ถูกประทุษร้ายของนายจิตติ แก้วเกลี้ยง ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแลของนายบ่าว วงค์จนานุกูล ผู้เสียหายที่ 2 ไปโดยใช้อาวุธปืน มีดและรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะในการกระทำผิด คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 ว่า จำเลยทั้งสามดังกล่าวกระทำความผิดตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาหรือไม่ สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 3 นั้นโจทก์มีผู้เสียหายที่ 2 เป็นพยานเบิกความว่า คืนเกิดเหตุเวลาประมาณ 1 นาฬิกาขณะที่ผู้เสียหายที่ 2 ทำหน้าที่ขายน้ำมันอยู่ในสถานีบริการน้ำมันที่เกิดเหตุ เห็นมีคนขับรถจักรยานยนต์เข้ามาจอดที่บริเวณหัวจ่ายน้ำมัน ผู้เสียหายที่ 2 เดินไปหาเพื่อจะขายน้ำมันให้ เห็นจำเลยที่ 1 วิ่งเข้ามาล็อกคอผู้เสียหายที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 3 วิ่งไปที่จำเลยที่ 4 จำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนจี้หลังผู้เสียหายที่ 2 ดันตัวผู้เสียหายที่ 2 ไปชนหัวฉีดจ่ายน้ำมัน แล้วเอาเงินค่าขายน้ำมันประมาณ 3,000บาทที่อยู่ในกระเป๋าคาดเอวของผู้เสียหายที่ 2 ไปจากนั้นได้ผลักและใช้อาวุธปืนตีท้ายทอยผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 1 ครั้ง แต่ผู้เสียหายที่ 2 หลบ จึงถูกตีไม่แรงนัก แล้วจำเลยที่ 1 และที่ 3 วิ่งมาซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่มีจำเลยที่ 2 ขึ้นคร่อมอยู่ขับหลบหนีไป เห็นว่าบริเวณสถานีบริการน้ำมันที่เกิดเหตุเปิดไฟฟ้าส่องสว่าง ผู้เสียหายที่ 2 ได้เห็นจำเลยที่ 1 ในระยะประชิดตอนที่เข้ามาล็อกคอผู้เสียหายที่ 2 และเห็นจำเลยที่ 3 ในระยะใกล้ประมาณ1 เมตร ย่อมมีโอกาสเห็นและจำหน้าจำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ประกอบกับพนักงานสอบสวนพาผู้เสียหายที่ 2 ไปชี้ตัวคนร้ายที่สถานีตำรวจผู้เสียหายที่ 2 ก็ชี้ตัวจำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ถูกต้อง อีกทั้งจำเลยที่ 1 และที่ 3 ยังให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน พร้อมทั้งนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพโดยจำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ให้การรับสารภาพโดยละเอียดเกี่ยวกับวันเวลาสถานที่ตลอดจนบุคคลที่ร่วมกระทำผิดสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง จึงเชื่อว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การรับสารภาพตามความจริงด้วยความสมัครใจ พยานฐานที่อยู่ของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่อาจรับฟังหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมปล้นทรัพย์คดีนี้ ส่วนฎีกาของจำเลยที่ 5 ที่ว่าโจทก์ไม่มีพยานปากใดยืนยันว่าจำเลยที่ 5 เป็นผู้สนับสนุนการปล้นทรัพย์รายนี้ตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษานั้น เห็นว่า แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานเห็นจำเลยที่ 5 จัดหามีดของกลางมาใช้ปล้นทรัพย์คดีนี้ แต่โจทก์มีคำให้การซัดทอดของจำเลยที่ 4 ที่ให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า จำเลยที่ 5 เป็นผู้จัดหาอาวุธมีดมาใช้ในการปล้นทรัพย์คดีนี้ซึ่งสอดคล้องกับคำเบิกความของนายร่อหมาน บุตรหมันว่า ตนเคยให้จำเลยที่ 5 ยืมมีดยาวและปลอกมีดของกลางคดีนี้ไป ต่อมาจำเลยที่ 5 เอาเฉพาะตัวมีดมาคืนให้ตน อ้างว่าปลอกมีดสูญหายไป อีกทั้งจำเลยที่ 5 ยังให้การรับสารภาพต่อพนักงานสอบสวนว่า คืนเกิดเหตุเวลาประมาณ 22 นาฬิกา จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4ได้มานั่งรับประทานอาหารและดื่มเครื่องดื่มที่ร้านย้อนอดีต 2 ของจำเลยที่ 5 จำเลยที่ 1ถึงที่ 4 ได้พูดชักชวนกันไปปล้นทรัพย์ที่สถานีบริการน้ำมันที่จำเลยที่ 4 ทำงานอยู่ครั้นเวลาประมาณ 1 นาฬิกา จำเลยที่ 4 ออกไปทำงานที่สถานีบริการน้ำมัน อีกไม่นานจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้นั่งรถจักรยานยนต์ขับติดตามไป จำเลยที่ 3 ได้เอามีดยาวพร้อมปลอกมีดที่จำเลยที่ 5 ยืมมาจากนายร่อหมานไป หลังจากปล้นทรัพย์ 2 ถึง 3 วัน จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3ได้ตกลงแบ่งปันเงินที่ปล้นมาได้ให้แก่จำเลยที่ 5 จำนวน 1,000 บาท เห็นว่า แม้คำให้การซัดทอดของจำเลยที่ 4 จะเป็นคำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำผิด แต่คำซัดทอดดังกล่าวมิได้เป็นเรื่องการปัดความผิดของจำเลยที่ 4 ไปยังผู้อื่น แต่เป็นการให้การถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 5 นั้น เป็นถ้อยคำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง โดยให้การในรายละเอียดถึงเหตุการณ์การกระทำผิดตั้งแต่วางแผนกระทำผิดจนกระทั่งหลังกระทำผิดแล้วตกลงแบ่งปันทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด เชื่อว่าจำเลยที่ 5 ให้การตามความจริงด้วยความสมัครใจ จึงมีน้ำหนักรับฟังได้ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 5 ได้จัดหามีดมาใช้ในการปล้นทรัพย์คดีนี้ อันเป็นการช่วยเหลือและให้ความสะดวกในการกระทำผิด จึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 มานั้นชอบแล้วฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

💡 What This Means for You 💡 สิ่งที่หมายถึงสำหรับคุณ

Criminal intent is assessed from all surrounding circumstances including the weapon used and body parts targeted. Defendants should preserve all evidence showing lack of intent to kill.
เจตนากระทำความผิดพิจารณาจากพฤติการณ์ทั้งหมด รวมทั้งอาวุธที่ใช้และตำแหน่งที่ถูกทำร้าย จำเลยควรรวบรวมพยานหลักฐานที่แสดงว่าไม่มีเจตนาฆ่า

Frequently Asked Questions คำถามที่พบบ่อย

How does the Thai Supreme Court distinguish murder from bodily harm causing death? ศาลฎีกาแยกความแตกต่างระหว่างฆาตกรรมกับทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตายอย่างไร?

In Decision 3378/2548, The Supreme Court convicted the defendant of attempted murder under Section 288 read with Section 80.

ศาลฎีกาวินิจฉัยในคำพิพากษาที่ 3378/2548 เกี่ยวกับมาตรา 288, 80

attempted murder shooting missed shot Section 80 beyond preparation incomplete offense
Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Foreign Legal Consultant
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Thai Attorney and Notary

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content — including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis — is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Start Your Case
Scroll to Top