ศาลฎีกาพิพากษาจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าตามมาตรา 288 คำพิพากษาฎีกาที่ 3378/2548: จำเลยใช้ไดรฟ์เวอร์ยิงผู้มีอำนาจควบคุมระบบอัตโนมัติ แต่น่าเสียดายที่ผู้มีอำนาจปกครองไ...
⚖️ ข้อสรุปสำคัญ ⚖️ประเด็นสำคัญ
ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหา... พยายามฆ่า ภายใต้ มาตรา 288 อ่านควบคู่กับมาตรา 80.
ฎีกาพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าตามมาตรา 288 การรักษาส่วน 80 การพยายามควบคุมส่วนต่างๆ จำเลยลงมือส่วนเกินขั้นจำเลยลงมือโดยตรงขั้นจำเลยขั้นตระเตรียมที่มุ่งต่อไปสู่ความผิดที่มุ่งหวังแต่จะไม่ตลอดหรือเป็นผลไปตลอดแล้วแต่ไม่บำบัดผลเพราะเหตุนอกเหนือของรังสี ไดร์เวอร์ใส่ในแต่ละบุคคลโดยเวกเตอร์ที่ลงมือที่เกินขั้นตระเตรียมแล้วเริ่มต้นซอฟต์ไม่ทำให้เสียผิด และอาจลดลงเหลือสองในสามของการพิจารณาตัดสินสำหรับความสำเร็จ
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร บทสรุป
ข้อเท็จจริงของคดี ข้อเท็จจริง
คำตัดสินของศาล (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
ศาลฎีกาพิพากษาจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80.
ฎีกาพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าตามมาตรา 288 การรักษาส่วน 80 การพยายามควบคุมส่วนต่างๆ จำเลยลงมือส่วนเกินขั้นจำเลยลงมือโดยตรงขั้นจำเลยขั้นตระเตรียมที่มุ่งต่อไปสู่ความผิดที่มุ่งหวังแต่จะไม่ตลอดหรือเป็นผลไปตลอดแล้วแต่ไม่บำบัดผลเพราะเหตุนอกเหนือของรังสี ไดร์เวอร์ใส่ในแต่ละบุคคลโดยเวกเตอร์ที่ลงมือที่เกินขั้นตระเตรียมแล้วเริ่มต้นซอฟต์ไม่ทำให้เสียผิด และอาจลดลงเหลือสองในสามของการพิจารณาตัดสินสำหรับความสำเร็จ
การวิเคราะห์ทางกฎหมาย โรงละคร
คำตัดสินของศาลเต็มคณะ คำพิพากษาฉบับเต็ม
ต่อไปนี้เป็นข้อความฉบับเต็มของคำตัดสินศาลฎีกาหมายเลข 3378/2548 แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th ต่อไปคือคำพิพากษาฎีกาที่ 3378/2548 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
ปี: 2005 (พ.ศ. 2548)
มาตรากฎหมายที่เกี่ยวข้อง: อาญา — มาตรา 288, 80
สรุป
จำเลยยิงปืนใส่เหยื่อโดยมีเจตนาฆ่า แต่กระสุนพลาดเป้า เหยื่อไม่ได้รับบาดเจ็บ ศาลฎีกาพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าตามมาตรา 288 ประกอบกับมาตรา 80 ศาลวินิจฉัยว่า การพยายามกระทำความผิดเกิดขึ้นเมื่อจำเลยกระทำการใดๆ ที่นอกเหนือไปจากการเตรียมการเพียงอย่างเดียว และมุ่งไปสู่การกระทำความผิดตามที่ตั้งใจไว้ แต่ความผิดนั้นไม่สำเร็จด้วยเหตุผลที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของจำเลย การยิงปืนใส่บุคคลโดยมีเจตนาฆ่าถือเป็นการกระทำที่นอกเหนือไปจากการเตรียมการ และเกี่ยวข้องโดยตรงกับผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ ข้อเท็จจริงที่ว่ากระสุนพลาดเป้าไม่ได้ทำให้การพยายามกระทำความผิดนั้นเป็นโมฆะ ตามมาตรา 80 โทษสำหรับการพยายามกระทำความผิดคือสองในสามของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดที่สำเร็จ.
ข้อเท็จจริงของคดี
จำเลยยิงปืนใส่เหยื่อโดยมีเจตนาฆ่า แต่กระสุนพลาดเป้า เหยื่อไม่ได้รับบาดเจ็บ ศาลฎีกาพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าตามมาตรา 288 ประกอบกับมาตรา 80.
คำตัดสินของศาล
ศาลฎีกาพิพากษาจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80.
การวิเคราะห์ทางกฎหมาย
ศาลวินิจฉัยว่า การพยายามกระทำความผิดเกิดขึ้นเมื่อจำเลยกระทำการใดๆ ที่นอกเหนือไปจากการเตรียมการเพียงอย่างเดียว และมุ่งไปสู่การกระทำความผิดตามที่ตั้งใจไว้ แต่ความผิดนั้นไม่สำเร็จด้วยเหตุผลที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของจำเลย การยิงปืนใส่บุคคลโดยมีเจตนาฆ่าถือเป็นการกระทำที่นอกเหนือไปจากการเตรียมการ และเชื่อมโยงโดยตรงกับผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ ข้อเท็จจริงที่ว่ากระสุนพลาดเป้าไม่ได้ทำให้การพยายามกระทำความผิดนั้นเป็นโมฆะ ภายใต้มาตรา 80 โทษสำหรับการพยายามกระทำความผิดคือสองในสามของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดที่กระทำสำเร็จ.
ผลกระทบในทางปฏิบัติ
เจตนาในการกระทำความผิดจะประเมินจากสถานการณ์แวดล้อมทั้งหมด รวมถึงอาวุธที่ใช้และส่วนของร่างกายที่ตกเป็นเป้าหมาย จำเลยควรเก็บรักษาหลักฐานทั้งหมดที่แสดงให้เห็นว่าไม่มีเจตนาฆ่า.
---
หมายเหตุ: นี่คือบทสรุปภาษาอังกฤษของคำพิพากษาต้นฉบับภาษาไทย.
สำหรับข้อความภาษาไทยที่ถูกต้อง โปรดดูฉบับภาษาไทยด้านบน
หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ deka.supremecourt.or.th.
โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามแบบฟอร์มกฎหมายอาญา มาตรา 340, 340 ตรี,83 และให้จำเลยทั้งห้าอย่างคืนเงิน 24,816 บาท ผู้แก่ที่ 1
จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 83, 340 ศาลสองคดีมาตรา 340 ตรีจำเลยที่ 4 และที่ 5 มีความผิดตามกฎหมายกฎหมายอาญา มาตรา 340 คราสอง, 340 ตรีสอบสวนมาตรา 86 จำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละ 21 ปีจำเลยที่ 4 ปี 16 ปี ลดส่วนที่ให้กึ่งหนึ่งตามรูปทรงกฎหมายอาญา มาตรา 75 ในคดี 7 ปีในคดีจำเลยที่ 5 มีกำหนด 14 ปี คำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดมีสาเหตุการวิจารณ์ความปลอดภัยให้ข้อมูลส่วนตัวตามกฎหมายอาญามาตรา 78 ศาลสามเก็บรักษาจำเลยที่ 1 และที่ 3 มาตรา คนละ 14 ปี ภาพรวมจำเลยที่ 4 มีกำหนด 4 ปี 8 สัปดาห์และประวัติจำเลยที่ 5 มีกำหนด 9 ปี 4 เดือนกับให้จำเลยที่ 1 ที่ 3ที่ 4 และที่ 5 ร่วมกันคืนเงิน 24,816 บาท ผู้อาวุโสที่ 1 ควบคุมอื่นๆให้ยกและยกการประชุมสำหรับจำเลยที่ 2
จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 จดหมายเหตุ
ศาลยุติธรรมภาค 8 ผู้พิพากษาแก้เป็นว่าไม่ถูกลงโทษจำเลยที่ 4 และที่ 5 ตามแบบฟอร์มกฎหมายอาญา มาตรา 340 เพื่อรักษาการลงโทษในจำเลยที่ 4 มีกำหนด 3 ปี 1 สัปดาห์10 วันและประวัติจำเลยที่ 5 มีกำหนด 6 ปี 2 สัปดาห์ที่ 20 วันพิพากษาที่แก้ให้เป็นไปตามกฎหมายคำศาลชั้นศาล
จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่ทราบได้เป็นเบื้องต้นว่าตามวันเวลาเป็นสาเหตุให้คนร้ายหลายคนได้ปล้นเอาเงินจำนวน 24,816 บาท เปิดเผยการขายน้ำมันตามบัญชีทรัพย์ถูกประทุษร้ายของนายจิตติแก้วเกลี้ยงผู้มีอำนาจดูแลที่ 1 ซึ่งอยู่ในความดูแลของนายบ่าว วงค์จนานุกูลผู้เสียหายที่ 2 ไปเริ่มต้นธุรกิจและรถจักรยานยนต์เป็นกิจการในคดีผิด คดีมีปัญหาที่ต้องพิจารณาตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 อย่างแน่นอน จำเลยที่นี่เป็นหลักอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับศาลยุติธรรมภาค 8 การพิจารณาคดีหรือไม่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ในกรณีโจทก์มีผู้มีอำนาจที่ 2 เป็นช่องความความว่าความถี่ของเหตุการณ์เวลา 1 นาฬิกาผู้ดูแลระบบที่ 2 ขายน้ำมันสถานีบริการน้ำมันที่ควบคุมดูมีคนขับรถจักรยานยนต์เข้ามาที่บริเวณหัวจ่ายน้ำมันผู้ตรวจสอบที่ 2 ติดตามไปหาเพื่อจะขายน้ำมันให้เด่นชัดจำเลยที่ 1 ดูเข้ามาล็อกคอผู้ตรวจสอบที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 3 สำหรับการสำรวจจำเลยที่ 4 จำเลยที่1 ใช้ไดรฟ์เวอร์จี้หลังผู้เสียหายที่ 2 ดันตัวผู้ทำความร้อนที่ 2 ไปชนหัวฉีดน้ำมันแล้วเอาเงินค่าขายน้ำมันประมาณ 3,000 บาทสำหรับกระเป๋าคาดเอวอย่างสม่ำเสมอที่ 2 ไปในทิศทางที่สามารถขับเคลื่อนไดร์เวอร์ไดรฟ์ตีท้ายทอยผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 1 ส่วนแต่ผู้โจมตีที่ 2 หลบสำรวจถูกตีไม่แรงนักแล้วจำเลยที่ 1 และที่ 3 มาซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่มีจำเลยที่ 2 ขึ้นคร่อมขับอยู่ตลอดเวลาไป จุดสังเกตสถานีบริการน้ำมันที่จุดเปิดอย่างเป็นทางการไฟฟ้าผู้มีอำนาจที่ 2 ฟังจำเลยที่ 1 ส่วนบุคคลประชิดในเหตุการณ์เข้ามาล็อกคอผู้มีอำนาจที่ 2 และเห็นจำเลยที่ 3 ในมุมมองของ1 เมตรมีแนวโน้มเห็นและจำหน้าจำเลยที่ 1 และที่ 3 สามารถประกอบกับพนักงานสอบสวนพาผู้ดูแลสุขภาพที่ 2 ไปชี้ตัวคนร้ายที่สถานีตำรวจผู้วิจารณ์ที่ 2 เดชี้ตัวจำเลยที่ 1 และที่ 3 อย่างถูกต้องแม่นยำจำเลยที่ 1 และที่ 3 ยังคงให้การรับสารภาพในชั้นที่สำคัญและชั้นสอบสวนเพื่อให้นำชี้ไปที่การดำเนินการประกอบคำรับสารภาพโดยจำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ให้การรับสารภาพในขณะที่วันเวลาสถานที่ตลอดจนส่วนร่วมส่วนผิดกฎเกณฑ์ในการปฏิบัติจริงจำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การรับสารภาพตามความจริงด้วยความใจสมัครฐานที่อยู่ของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ช่วยดูแลการล้างข้อมูลการศึกษาโจทได้ ข้อเท็จจริงการพิจารณาคดีจำเลยที่ 1 และที่ 3 สืบทรัพย์คดีนี้ส่วนฎีกาของจำเลยที่ 5 โจทเกี่ยวกับไม่มีปากจำเลยที่ 5 ผู้สมัครการปล้นทรัพย์รายนี้เป็นพยานศาลยุติธรรมภาค 8 การพิจารณาคดีนั้นเห็นว่ามีโจทก์ในโรงงาน ตรวจสอบดูจำเลยที่ 5 มีดของกัปตันปล้นทรัพย์คดีนี้แต่โจทก์มีคำให้การซัดทอดของจำเลยที่ 4 ให้การต่อสอบสวนว่า จำเลยที่ 5 ตรวจสอบและสำรวจมาสอบสวนทรัพย์คดีนี้ซึ่งตรวจสอบคำสารคดีของนายร่อหมานบุตรหมันว่าตนเคยให้จำเลยที่ 5 อ่านคลิปยาวและปลอกมีดของกลางคดีนี้ไปจำเลยที่ 5 เอ้าเฉพาะตัวมีดมาคืนให้ตีนเพื่อเพิ่มปลอกมีดในส่วนของไปนั้นจำเลยที่ 5 ยังคงให้การรับสารภาพต่อพนักงานสอบสวนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเวลาประมาณ 22 นาฬิกา จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ได้รับชมและดื่มเครื่องดื่มที่ร้านก่อน 2 ของจำเลยที่ 5 จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 แล้วพูดชักชวนกันไปสำรวจทรัพย์ที่สถานีบริการน้ำมันที่จำเลยที่ 4 สำนักงานอยู่ครั้นเวลาตั้งแต่ 1 จำเลยที่ 4 ออกไปทำงานที่สถานีบริการน้ำมัน อดีตทุกครั้งจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้นั่งรถจักรยานยนต์ขับตามมาไป จำเลยที่ 3 ได้เอามีดยาวพร้อมปลอกมีดที่จำเลยที่ 5 ได้จากนายร่อหมานไปเกี่ยวกับแถบทรัพย์ 2 ถึง 3 วันจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้ตกลงแบ่งปันเงินที่ปล้นมาได้ให้อาหารแก่จำเลยที่ 5 จำนวน 1,000 บาท พิจารณาคำให้การซัดทอดของจำเลยที่ 4 จะเป็นคำที่ซัดทอดของประธานาธิบดีผิดอีกครั้ง แต่คำซัดทอดในเรื่องนี้เป็นเรื่องของความผิดของการจำเลยที่ 4 ประโยชน์ของผู้อื่น เรื่องราวการสอบสวนถึงจุดประกายและคำให้การรับสารที่จำเลยที่ 5 นั่นคือคำพูดที่เป็นปฏิปักษ์ต่อตนเองโดยให้การในรายละเอียดถึงส่วนที่ผิดพลาดตั้งแต่การวางแผนผิดๆหลังๆผิดพลาดแล้วตกลงที่มาจากการเข้าใจผิดจำเลยที่ 5 ให้การตามความจริงด้วยความใจใส่ใจในการมีส่วนร่วมได้ ข้อเท็จจริงการรับฟังความคิดเห็นจำเลยที่ 5 ได้ตรวจสอบการสืบสวนสอบสวนคดีนี้ถือเป็นการพิจารณาคดีในองค์กรในองค์กรผิดกฎฐานเป็นองค์กรในระดับสูงในฐานทัพทรัพยากรที่ศาลยุติธรรมภาค 8 การลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 มานั้นชอบแล้วฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 ฟังไม่ขึ้น""
พิพากษายืน
มาตรารหัสที่อ้างอิง มาตราที่อ้างอิง
💡 สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรสำหรับคุณ 💡 นั่นหมายถึงสำหรับคุณ
คำถามที่พบบ่อย เลย
ศาลฎีกาไทยแยกแยะความแตกต่างระหว่างการฆาตกรรมกับการทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตายอย่างไร? ศาลฎีกาแยกออกไประหว่างความเป็นจริงกับการลงโทษร่างกายจนกระทั่งถึงเวลานั้นอย่างไร?
ในคำพิพากษาหมายเลข 3378/2548 ศาลฎีกาได้พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าตามมาตรา 288 ประกอบกับมาตรา 80.
ฎีกาวินิจฉัยในคำพิพากษาที่ 3378/2548 เกี่ยวกับมาตรา 288, 80
📖 อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลที่ไม่เป็นทางการและมีไว้เพื่อเป็นข้อมูลเท่านั้น ข้อความที่ถูกต้องตามกฎหมายของไทยนั้นอยู่ในภาษาไทยที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (รัชกิตชันนุเบกษา(เนื้อหาในนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะเจาะจง โปรดปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติเหมาะสม).
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด. ข้อความในกฎหมายไทย (คนบทกฎหมาย) และคำพิพากษาของศาลฎีกา (ทวิภาคี) ฉบับภาษาไทยดั้งเดิมนั้นอยู่ในสาธารณสมบัติตามที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (ราชกิจจานุเบกษา) ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (1994) เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมด รวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินของศาลฎีกา (Dika) คำอธิบายทางกฎหมาย การอ้างอิงโยง คำอธิบาย และบทวิเคราะห์บรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และบรรณาธิการของมัน, เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชูดา อัตธัตเมธาคอน (ปริญญาโทด้านกฎหมาย) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ความรู้แก่เว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อให้ข้อมูลเฉพาะผู้ปฏิบัติงานกฎหมายที่คือภาษาไทยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำสำหรับคำถามวิจัยเฉพาะที่ปรึกษาทนายความไทย
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ออนไลน์ จำกัด พนักงานบทกฎหมายภาษาไทยและคำตัดสินศาลฎีกาต้นฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 7 ส่วนที่เหลือลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมดรวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินศาลฎีกาคำอธิบายกฎหมาย อ้างถึงบทวิจารณ์วิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางลาดเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และตอน ฉลองเตียงรับรองบรูโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ค้นคว้าวิจัยหรือเผยแพร่โดยค้นคว้า