Landmark คำพิพากษาสำคัญ Civil & Commercial Codeป.พ.พ. Decision 8245/2559 คำพิพากษาที่ 8245/2559 2016 (B.E. 2559)

Right of Way Servitude for Landlocked Property ทางจำเป็นสำหรับที่ดินตาบอด

CCC Sections: มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Under Section 1349, owner of landlocked property has right to pass over surrounding land. Court may order servitude with compensation to burdened landowner based on actual damage.

ตามมาตรา 1349 เจ้าของที่ดินตาบอดมีสิทธิผ่านที่ดินล้อมรอบ ศาลอาจสั่งให้มีทางจำเป็นพร้อมค่าทดแทนตามความเสียหายจริง

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

A landlocked property owner sought a right of way across neighboring land. The neighbor refused access. The Court ordered a servitude under Section 1349 with compensation to the burdened landowner.
เจ้าของที่ดินตาบอดขอทางจำเป็นผ่านที่ดินข้างเคียง เจ้าของที่ดินข้างเคียงปฏิเสธ ศาลสั่งให้มีทางจำเป็นตามมาตรา 1349 พร้อมค่าทดแทนให้เจ้าของที่ดินที่ถูกรอนสิทธิ

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Under Section 1349, owner of landlocked property has right to pass over surrounding land. Court may order servitude with compensation to burdened landowner based on actual damage.
ตามมาตรา 1349 เจ้าของที่ดินตาบอดมีสิทธิผ่านที่ดินล้อมรอบ ศาลอาจสั่งให้มีทางจำเป็นพร้อมค่าทดแทนตามความเสียหายจริง

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 8245/2559. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8245/2559 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

SUPREME COURT DECISION No. 8245/2559
Year: 2016 (B.E. 2559)
Relevant Code Sections: CCC — Section(s) 1336, 1349

SUMMARY
A landlocked property owner sought a right of way across neighboring land. The neighbor refused access. The Court ordered a servitude under Section 1349 with compensation to the burdened landowner.

COURT'S HOLDING
Under Section 1349, owner of landlocked property has right to pass over surrounding land. Court may order servitude with compensation to burdened landowner based on actual damage.

---
Note: This is an English-language summary of the Thai original judgment.
For the authoritative Thai text, please refer to the Thai version above
or visit deka.supremecourt.or.th.
ค่าจ้างที่ต้องนำมาเป็นฐานในการคิดเงินสมทบต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 5 ซึ่งบัญญัติว่า "ค่าจ้าง" หมายความว่า เงินทุกประเภทที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นค่าตอบแทนการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติ ไม่ว่าจะคำนวณตามระยะเวลาหรือคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้และให้หมายความรวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้ในวันหยุดและวันลาซึ่งลูกจ้างไม่ได้ทำงานด้วยทั้งนี้ ไม่ว่าจะกำหนด คำนวณหรือจ่ายในลักษณะใดหรือโดยวิธีการใด และไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ไม่มีส่วนได้เสียกับเงินค่าบริการที่เรียกเก็บจากลูกค้าของโจทก์ โจทก์เป็นคนกลางในการเรียกเก็บเงินค่าบริการจากลูกค้าเพื่อนำมาคำนวณเฉลี่ยจ่ายให้แก่ลูกจ้างเท่านั้น ทั้งลักษณะธรรมชาติของเงินค่าบริการนี้มีจำนวนไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ เมื่อเงินค่าบริการนี้มิได้จ่ายเป็นการตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติ จึงมิได้เป็นค่าจ้าง
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 โดยสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 จำนวน 2 ฉบับ คือคำสั่งที่ รง 0619/56621 และคำสั่งที่ รง 0619/56622 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2556 และคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 2 ที่ 1899/2556 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2556 และขอให้จำเลยที่ 1 คืนเงินสมทบเพิ่มเติมที่ได้รับไว้ 2,138,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2556 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ชำระเงินให้แก่จำเลยที่ 1 จนถึงวันที่ชำระเงินคืนให้แก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของสำนักงานประกันสังคม จำเลยที่ 1 ที่ รง 0619/56621 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2556 คำสั่งที่ รง 0619/56622 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2556 และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ที่ 1899/2556 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2556 ให้จำเลยที่ 1 คืนเงินจำนวน 2,138,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันพิพากษา (วันที่ 2 มิถุนายน 2558) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลาง ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการโรงแรมชื่อว่าโรงแรมเซ็นจูรี่โฮเต็ล จำเลยที่ 1 เป็นสำนักงานประกันสังคม จำเลยที่ 2 เป็นคณะกรรมการอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 โดยสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 มีหนังสือที่ รง 0619/56621 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2556 แจ้งผลการตรวจสอบบัญชีค่าจ้างประจำปี 2553 ให้โจทก์ชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคมเพิ่มเติมตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 ถึงเดือนธันวาคม 2553 จำนวน 1,064,850 บาท พร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน และหนังสือที่ รง 0619/56622 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2556 แจ้งผลการตรวจสอบบัญชีค่าจ้างประจำปี 2554 ให้โจทก์ชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคมเพิ่มเติมตั้งแต่เดือนมกราคม 2554 ถึงเดือนธันวาคม 2554 จำนวนเงิน 1,075,134 บาท พร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน ต่อมาสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 มีหนังสือที่ รง 0619/65864 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2556 แจ้งผลการตรวจสอบบัญชีค่าจ้างประจำปี 2553 ให้โจทก์ชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคมเพิ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 ถึงเดือนธันวาคม 2553 จำนวนเงิน 1,063,366 บาท โจทก์ไม่เห็นด้วย จึงอุทธรณ์คำสั่งต่อจำเลยที่ 2 โดยวางเงินจำนวน 2,138,500 บาท จำเลยที่ 2 มีคำวินิจฉัยที่ 1899/2556 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2556 ยกอุทธรณ์ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 มีหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยให้โจทก์ทราบเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2556 แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีส่วนได้เสียกับเงินค่าบริการที่เรียกเก็บจากลูกค้าของโจทก์ โจทก์เป็นคนกลางในการเรียกเก็บเงินค่าบริการจากลูกค้าเพื่อนำมาคำนวณเฉลี่ยจ่ายให้แก่ลูกจ้างเท่านั้น ที่กรมสรรพากรเห็นว่าค่าบริการถือเป็นประโยชน์ใด ๆ ที่ได้รับจากการทำงานก็เป็นความเห็นของกรมสรรพากร ไม่ใช่กฎหมาย ดังนั้นเงินค่าบริการจึงมิใช่เงินของโจทก์ที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างเพื่อตอบแทนการทำงานและไม่ถือว่าเป็นค่าจ้าง โจทก์จึงไม่ต้องนำเงินค่าบริการดังกล่าวมาคิดคำนวณเพื่อจ่ายเป็นเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม
คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่า เงินค่าบริการเป็นค่าจ้างที่ต้องนำมาคำนวณเพื่อจ่ายเป็นเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมหรือไม่ เห็นว่า ค่าจ้างที่ต้องนำมาเป็นฐานในการคิดเงินสมทบต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 5 ซึ่งบัญญัติว่า "ค่าจ้าง" หมายความว่า เงินทุกประเภทที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นค่าตอบแทนการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติ ไม่ว่าจะคำนวณตามระยะเวลาหรือคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ และให้หมายความรวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้ในวันหยุดและวันลาซึ่งลูกจ้างไม่ได้ทำงานด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะกำหนด คำนวณหรือจ่ายในลักษณะใดหรือโดยวิธีการใด และไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ไม่มีส่วนได้เสียกับเงินค่าบริการที่เรียกเก็บจากลูกค้าของโจทก์ โจทก์เป็นคนกลางในการเรียกเก็บเงินค่าบริการจากลูกค้าเพื่อนำมาคำนวณเฉลี่ยจ่ายให้แก่ลูกจ้างเท่านั้น ทั้งลักษณะธรรมชาติของเงินค่าบริการนี้มีจำนวนไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ เงินค่าบริการนี้จึงมิได้จ่ายเป็นการตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติ เทียบตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8694/2550 ระหว่าง นายอนิรุธ โจทก์ บริษัทเดอะ เอวาซอน ภูเก็ต จำกัด จำเลย ดังนั้นที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมาจึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์จำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

right of way thailand landlocked property thailand section 1349 servitude easement thai law
Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Foreign Legal Consultant
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Thai Attorney and Notary

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content — including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis — is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Start Your Case
Scroll to Top