A self-defense claim under Section 68 is unavailable when the threat originates คำพิพากษาฎีกาที่ 6884/2543: ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การอ้างป้องกันตัวตามมาตรา 68 ไม่สามารถใช้ได้เมื่อภย
⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ
The Supreme Court held that a self-defense claim under Section 68 is unavailable when the threat originates from a person acting lawfully. Where a police officer lawfully performs a duty to apprehend a suspect, the defendant cannot invoke self-defense to justify shooting the officer. Section 68 only applies against unlawful threats.
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การอ้างป้องกันตัวตามมาตรา 68 ไม่สามารถใช้ได้เมื่อภยันตรายเกิดจากผู้กระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจปฏิบัติหน้าที่จับกุมตามกฎหมาย จำเลยไม่สามารถอ้างป้องกันตัวเพื่อให้เหตุผลในการยิงเจ้าพนักงาน มาตรา 68 ใช้ได้เฉพาะกรณีภยันตรายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร
Facts of the Case ข้อเท็จจริง
Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
The Supreme Court held that a self-defense claim under Section 68 is unavailable when the threat originates from a person acting lawfully. Where a police officer lawfully performs a duty to apprehend a suspect, the defendant cannot invoke self-defense to justify shooting the officer. Section 68 only applies against unlawful threats.
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การอ้างป้องกันตัวตามมาตรา 68 ไม่สามารถใช้ได้เมื่อภยันตรายเกิดจากผู้กระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจปฏิบัติหน้าที่จับกุมตามกฎหมาย จำเลยไม่สามารถอ้างป้องกันตัวเพื่อให้เหตุผลในการยิงเจ้าพนักงาน มาตรา 68 ใช้ได้เฉพาะกรณีภยันตรายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
Legal Analysis การวิเคราะห์ทางกฎหมาย
Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 6884/2543. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6884/2543 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
Year: 2000 (B.E. 2543)
Relevant Code Sections: Criminal — Section(s) 68
SUMMARY
The Supreme Court held that a self-defense claim under Section 68 is unavailable when the threat originates from a person acting lawfully. Where a police officer lawfully performs a duty to apprehend a suspect, the defendant cannot invoke self-defense to justify shooting the officer. Section 68 only applies against unlawful threats.
FACTS OF THE CASE
The Supreme Court held that a self-defense claim under Section 68 is unavailable when the threat originates from a person acting lawfully.
COURT'S HOLDING
The Supreme Court held that a self-defense claim under Section 68 is unavailable when the threat originates from a person acting lawfully. Where a police officer lawfully performs a duty to apprehend a suspect, the defendant cannot invoke self-defense to justify shooting the officer. Section 68 only applies against unlawful threats.
LEGAL ANALYSIS
Where a police officer lawfully performs a duty to apprehend a suspect, the defendant cannot invoke self-defense to justify shooting the officer. Section 68 only applies against unlawful threats.
PRACTICAL IMPLICATIONS
Self-defense claims must demonstrate proportionality between the threat and the defensive action. Preserve all evidence of the threat including witnesses and CCTV footage.
---
Note: This is an English-language summary of the Thai original judgment.
For the authoritative Thai text, please refer to the Thai version above
or visit deka.supremecourt.or.th.
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80, 83, 91, 138, 140, 288, 289, 339, 340 ตรี, 371, 376 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบของกลาง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140 วรรคสาม ประกอบด้วยมาตรา 138 วรรคสอง, 288, 289(2) ประกอบด้วยมาตรา 80, 340 ตรี ประกอบด้วยมาตรา 339 วรรคสี่, 371 และ 376 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นให้จำคุกตลอดชีวิตกระทงหนึ่ง ฐานต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยใช้อาวุธปืนและฐานพยายามฆ่าผู้อื่น กับพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกตลอดชีวิต กระทงหนึ่งฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้จำคุก 2 ปี กระทงหนึ่ง ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร (2 กระทง) ซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้จำคุกกระทงละ 1 ปี ฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน ให้จำคุก 10 วันกระทงหนึ่ง ฐานชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัสโดยใช้อาวุธปืน ให้จำคุก 30 ปี อีกกระทงหนึ่ง แม้จำเลยที่ 1 จะให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนก็เป็นเรื่องการจำนนต่อหลักฐาน และพฤติการณ์แห่งคดีเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมและผู้อื่น จึงไม่ลดโทษให้ เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกจำเลยที่ 1 ตลอดชีวิตสถานเดียว ริบของกลาง ให้ยกฟ้องทั้งหมดในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2
จำเลยที่ 1 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า การที่จำเลยที่ 1 กระทำแก่ผู้เสียหายที่ 9 เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 ลงโทษจำคุก 15 ปี เมื่อรวมความผิดทุกกระทงแล้วคงลงโทษจำคุกตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยที่ 1 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาข้อต่อไปว่า ความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยใช้อาวุธปืนและฐานพยายามฆ่าผู้อื่นกับพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ จำเลยที่ 1 ได้กระทำไปเพื่อป้องกันตนเองนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 บัญญัติว่า "ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตน หรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายผู้นั้นไม่มีความผิด" ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวเห็นได้ชัดแจ้งว่า การอ้างเหตุป้องกันตัวนั้น ผู้ยกขึ้นอ้างต้องเป็นผู้ถูกกระทำโดยผู้กระทำได้กระทำโดยละเมิดต่อกฎหมาย แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้จำเลยที่ 1 ยอมรับว่า จำเลยที่ 1 ได้ใช้อาวุธปืนยิงในหมู่บ้านโดยใช่เหตุอันเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย การที่ผู้เสียหายที่ 6 และที่ 7 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจจะเข้าไปจับกุมจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่จำเลยที่ 1 วิ่งหนี เมื่อผู้เสียหายที่ 6 และที่ 7 กับพวกไล่ตามไปเพื่อจับกุม จำเลยที่ 1 ก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายที่ 6 และที่ 7 แม้จะฟังอย่างที่จำเลยที่ 1 อ้างว่าเจ้าพนักงานตำรวจใช้อาวุธปืนยิงก็คงเป็นการยิงขู่เพื่อให้จำเลยที่ 1 ยอมให้จับกุมมากกว่ามีเจตนาฆ่าจำเลยที่ 1 เพราะหากเป็นเช่นนั้นจำเลยที่ 1 คงต้องถูกกระสุนปืนบ้างไม่มากก็น้อย ข้อเท็จจริงจึงเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายโดยผู้เสียหายที่ 6 และที่ 7 เป็นเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายจำเลยที่ 1 จึงไม่อาจยกเหตุป้องกันตัวขึ้นมาอ้างได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 1 ทุกข้อฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง
💡 What This Means for You 💡 สิ่งที่หมายถึงสำหรับคุณ
Frequently Asked Questions คำถามที่พบบ่อย
When is self-defense a valid defense under Thai criminal law? การป้องกันตัวเป็นข้อต่อสู้ที่ถูกต้องตามกฎหมายอาญาไทยเมื่อใด?
In Decision 6884/2543, The Supreme Court held that a self-defense claim under Section 68 is unavailable when the threat originates from a person acting lawfully. Where a police officer lawfully performs a duty to apprehend a suspect, the defendant cannot invoke self-defense to justify shooting the officer. Section 68 only
ศาลฎีกาวินิจฉัยในคำพิพากษาที่ 6884/2543 เกี่ยวกับมาตรา 68
Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.
Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content — including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis — is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต