Landmark คำพิพากษาสำคัญ Civil & Commercial Codeป.พ.พ. Decision 3379/2565 คำพิพากษาที่ 3379/2565 2022 (B.E. 2565)

A Claim of Legitimacy Filed by the Putative Child Lapses One Year After Reaching Majority: Section 1556 paragraph three การยื่นคำร้องขอเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ต้องยื่นภายใน 1 ปี นับแต่บรรลุนิติภาวะ มิฉะนั้นขาดอายุความ

CCC Sections: มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

A claim by a putative child to be declared the deceased's legitimate child must be brought within one year of the claimant reaching majority, which under CCC section 19 is the completed age of twenty. CCC section 1556 paragraph three bars it after that, and being out of time is itself a reason to set aside a declaration already granted. A legitimate child of the deceased has standing to seek that: where no copy of the application, notice or summons was served, and the court's posting under its own rules is not a channel through which that heir or the public at large would see it, the heir is taken not to have known and is not bound by the earlier ex parte proceeding, and a declaration that another person is also the deceased's legitimate child disputes the heir's rights. Setting the declaration aside decides nothing about whether that person is a child recognised in fact or by conduct under CCC section 1627: where the prayer asks only that the declaration be set aside, a court that rules on recognition goes beyond the prayer, contrary to Civil Procedure Code sections 142 and 252 read with section 182/1 paragraph two of the Juvenile and Family Court and Procedure Act B.E. 2553.

ผู้ที่อ้างว่าเป็นบุตรและร้องขอให้ศาลสั่งว่าตนเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ต้องร้องหรือฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันบรรลุนิติภาวะ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 19 คือเมื่อมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ หากพ้นกำหนดนั้นย่อมขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1556 วรรคสาม และการขาดอายุความเป็นเหตุให้ถอนคำสั่งที่ศาลได้สั่งไปแล้วได้ ส่วนบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้ถอนคำสั่งนั้น เมื่อคดีก่อนไม่ได้ส่งสำเนาคำร้องขอ หมายนัด หรือหมายเรียกให้ทายาทผู้นั้น และการประกาศของศาลตามระเบียบหรือข้อบังคับมิใช่ช่องทางที่แพร่หลาย ย่อมถือว่าทายาทไม่ทราบและไม่ผูกพันตามกระบวนพิจารณาฝ่ายเดียวในคดีก่อน ทั้งการที่ศาลสั่งว่าผู้อื่นเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายด้วย ย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิของทายาทนั้น อนึ่ง การถอนคำสั่งดังกล่าวไม่เป็นการวินิจฉัยว่าผู้นั้นเป็นบุตรที่ผู้ตายรับรองแล้วโดยพฤติการณ์หรือตามความเป็นจริงตามมาตรา 1627 หรือไม่ เมื่อคำขอท้ายฟ้องขอเพียงให้ถอนคำสั่งเดิม การวินิจฉัยประเด็นการรับรองบุตรย่อมเป็นการเกินคำขอ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 และมาตรา 252 ประกอบ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

The plaintiff is the deceased's legitimate child, born on 8 January 2535 to parents who married on 10 August 2530 and divorced on 11 December 2538. The defendant was born on 19 September 2539 to another woman, with the birth certificate and the civil registration record naming the deceased as father under the two names he used in his lifetime. After the death the South Bangkok Civil Court appointed the plaintiff administrator of the estate on 23 March 2561. On 21 May 2561 the defendant applied ex parte for a declaration of legitimacy, obtained it on 9 July 2561, and on 31 July 2561 used it to apply to have the plaintiff removed as administrator. The plaintiff brought this action on 17 January 2562 to have the declaration set aside. The trial court set the declaration aside. The Court of Appeal for Specialised Cases reversed and dismissed the claim. The plaintiff appealed with leave, and the Supreme Court reversed the Court of Appeal and restored the trial court's judgment, holding the plaintiff's appeal made out in part. On standing, no copy of the application, no notice and no summons was served on the plaintiff, although the two knew each other well and were in regular contact through online media, and the court's posting under its own rules is not a channel through which the plaintiff or the public at large would see it. The plaintiff is therefore taken genuinely not to have known, and could oppose neither that application nor the later application to remove him as administrator. Since he is the deceased's legitimate child, a declaration that the defendant is also the deceased's legitimate child disputes his rights, so he could bring this action. On the merits, the defendant completed twenty years of age, and so reached majority under CCC section 19, on 19 September 2559, but did not apply until 21 May 2561, outside the one year allowed by CCC section 1556 paragraph three. The claim was out of time, and that is a reason to set the declaration aside. What the case does not decide is whether the defendant is in fact the deceased's child, recognised by conduct or in fact under CCC section 1627. The plaintiff's prayer asked only that the declaration be set aside, so ruling on recognition would go beyond the prayer, contrary to Civil Procedure Code sections 142 and 252 read with section 182/1 paragraph two of the Juvenile and Family Court and Procedure Act B.E. 2553. The Supreme Court held that both courts below were wrong to rule on that point and declined to decide it. Costs of all three courts were left where they fell.
โจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย เกิดวันที่ 8 มกราคม 2535 บิดามารดาจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2530 และจดทะเบียนหย่ากันเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2538 ส่วนจำเลยเป็นบุตรของหญิงอื่น เกิดวันที่ 19 กันยายน 2539 โดยสูติบัตรและแบบแสดงรายการจดทะเบียนราษฎรระบุชื่อบิดาเป็นชื่อของผู้ตายตามชื่อเดิมและชื่อใหม่ ภายหลังผู้ตายถึงแก่ความตาย ศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำสั่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2561 ต่อมาวันที่ 21 พฤษภาคม 2561 จำเลยยื่นคำร้องฝ่ายเดียวขอให้ศาลสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 และวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 จำเลยนำคำสั่งนั้นไปยื่นขอถอนโจทก์จากการเป็นผู้จัดการมรดก โจทก์จึงยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2562 ขอให้ถอนจำเลยจากการเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ถอนจำเลยจากการเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้ถอนจำเลยจากการเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย โดยวินิจฉัยว่าฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน ในประเด็นอำนาจฟ้อง คดีก่อนไม่ได้มีการส่งสำเนาคำร้องขอ หมายนัด หรือหมายเรียกให้แก่โจทก์ ทั้งที่โจทก์กับจำเลยรู้จักกันดีและติดต่อกันทางสื่อออนไลน์เป็นประจำ แม้ศาลจะประกาศตามระเบียบหรือข้อบังคับ ก็มิใช่ช่องทางที่แพร่หลายอันจะทำให้โจทก์หรือประชาชนทั่วไปทราบ จึงเชื่อว่าโจทก์ไม่ทราบจริงและไม่อาจคัดค้านทั้งในคดีก่อนและในคดีที่จำเลยขอถอนโจทก์จากการเป็นผู้จัดการมรดก เมื่อโจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย การที่ศาลสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายด้วยย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ได้ ในเนื้อหาคดี จำเลยเกิดวันที่ 19 กันยายน 2539 จึงมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์และบรรลุนิติภาวะตาม ป.พ.พ. มาตรา 19 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2559 แต่ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2561 อันเป็นการมิได้ร้องหรือฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันบรรลุนิติภาวะ คดีของจำเลยจึงขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1556 วรรคสาม และเป็นเหตุให้ถอนคำสั่งเดิมได้ สิ่งที่คดีนี้ไม่ได้วินิจฉัยคือ จำเลยเป็นบุตรที่ผู้ตายรับรองแล้วโดยพฤติการณ์หรือตามความเป็นจริงตาม ป.พ.พ. มาตรา 1627 หรือไม่ เพราะคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ขอเพียงให้ถอนจำเลยจากการเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตามคำสั่งเดิม การวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวจึงเป็นการเกินคำขอ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 และมาตรา 252 ประกอบ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง ศาลฎีกาเห็นว่าที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยปัญหาข้อนี้เป็นการไม่ชอบ จึงไม่รับวินิจฉัย และให้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลเป็นพับ

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

A claim by a putative child to be declared the deceased's legitimate child must be brought within one year of the claimant reaching majority, which under CCC section 19 is the completed age of twenty. CCC section 1556 paragraph three bars it after that, and being out of time is itself a reason to set aside a declaration already granted. A legitimate child of the deceased has standing to seek that: where no copy of the application, notice or summons was served, and the court's posting under its own rules is not a channel through which that heir or the public at large would see it, the heir is taken not to have known and is not bound by the earlier ex parte proceeding, and a declaration that another person is also the deceased's legitimate child disputes the heir's rights. Setting the declaration aside decides nothing about whether that person is a child recognised in fact or by conduct under CCC section 1627: where the prayer asks only that the declaration be set aside, a court that rules on recognition goes beyond the prayer, contrary to Civil Procedure Code sections 142 and 252 read with section 182/1 paragraph two of the Juvenile and Family Court and Procedure Act B.E. 2553.
ผู้ที่อ้างว่าเป็นบุตรและร้องขอให้ศาลสั่งว่าตนเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ต้องร้องหรือฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันบรรลุนิติภาวะ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 19 คือเมื่อมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ หากพ้นกำหนดนั้นย่อมขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1556 วรรคสาม และการขาดอายุความเป็นเหตุให้ถอนคำสั่งที่ศาลได้สั่งไปแล้วได้ ส่วนบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้ถอนคำสั่งนั้น เมื่อคดีก่อนไม่ได้ส่งสำเนาคำร้องขอ หมายนัด หรือหมายเรียกให้ทายาทผู้นั้น และการประกาศของศาลตามระเบียบหรือข้อบังคับมิใช่ช่องทางที่แพร่หลาย ย่อมถือว่าทายาทไม่ทราบและไม่ผูกพันตามกระบวนพิจารณาฝ่ายเดียวในคดีก่อน ทั้งการที่ศาลสั่งว่าผู้อื่นเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายด้วย ย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิของทายาทนั้น อนึ่ง การถอนคำสั่งดังกล่าวไม่เป็นการวินิจฉัยว่าผู้นั้นเป็นบุตรที่ผู้ตายรับรองแล้วโดยพฤติการณ์หรือตามความเป็นจริงตามมาตรา 1627 หรือไม่ เมื่อคำขอท้ายฟ้องขอเพียงให้ถอนคำสั่งเดิม การวินิจฉัยประเด็นการรับรองบุตรย่อมเป็นการเกินคำขอ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 และมาตรา 252 ประกอบ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 3379/2565. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3379/2565 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

English translation is being prepared and will be available soon.

ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 196/2561 ที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ไม่ได้มีการส่งสำเนาคำร้องขอ หรือหมายนัด หรือหมายเรียกให้แก่โจทก์ ทั้ง ๆ ที่โจทก์กับจำเลยรู้จักกันดีและติดต่อทางสื่อออนไลน์ต่าง ๆ กันเป็นประจำ แม้ศาลจะมีการประกาศตามระเบียบหรือข้อบังคับ ก็ไม่ใช่สื่อหรือช่องทางที่แพร่หลายอันจะทำให้โจทก์หรือประชาชนทั่วไปทราบหรือเห็นได้ การที่โจทก์ไม่ได้เข้ามาคัดค้านหรือต่อสู้ในคดีจึงเชื่อว่าโจทก์ไม่ทราบจริง แต่เชื่อว่าโจทก์เพิ่งทราบว่าศาลสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย เมื่อจำเลยนำคำสั่งที่ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายมาเป็นหลักฐานประกอบการยื่นขอถอนโจทก์จากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย โจทก์จึงไม่อาจยื่นคำคัดค้านหรือต่อสู้ในคดีดังกล่าวได้ เมื่อโจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย และศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายด้วย ย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ โจทก์จึงฟ้องจำเลยคดีนี้ได้ เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2561 จึงเป็นกรณีที่จำเลยไม่ได้ร้องหรือฟ้องคดีภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่จำเลยบรรลุนิติภาวะ คดีจำเลยจึงขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1556 วรรคสาม จึงมีเหตุให้ถอนจำเลยจากการเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฟ้องขอให้ถอนจำเลยจากการเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนาย ส. หรือ ณ. ผู้ตาย
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ถอนจำเลยจากการเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนาย ส. หรือ ณ. ผู้ตาย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันยุติรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนาย ส. หรือ ณ. ผู้ตาย กับนาง ป. โดยบิดา มารดาจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2530 โจทก์เกิดวันที่ 8 มกราคม 2535 ต่อมาวันที่ 11 ธันวาคม 2538 บิดามารดาของโจทก์จดทะเบียนหย่ากัน ส่วนจำเลยเป็นบุตรของนางสาว ภ. เกิดวันที่ 19 กันยายน 2539 โดยตามสูติบัตรระบุชื่อบิดาว่านาย ส. และตามแบบแสดงรายการจดทะเบียนราษฎรระบุชื่อบิดาว่านาย ณ. เดิมผู้ตายชื่อนาย ส. เปลี่ยนชื่อเป็นนาย ณ. เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2560 ผู้ตายถึงแก่ความตาย วันที่ 23 มีนาคม 2561 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำสั่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 จำเลยยื่นคำร้องขอถอนโจทก์ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายและวันที่ 17 มกราคม 2562 โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ คดีนี้ โจทก์ฟ้องและมีคำขอท้ายฟ้องให้ศาลพิพากษาถอนจำเลยจากการเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนาย ส. หรือ ณ. ผู้ตาย ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 296/2561 ดังนั้น แม้โจทก์จะบรรยายคำฟ้องไว้บางตอนว่าจำเลยไม่ได้เป็นบุตรที่แท้จริงของผู้ตาย และจำเลยก็ให้การต่อสู้ด้วยว่าเป็นบุตรที่แท้จริงของผู้ตาย โดยผู้ตายได้ให้ใช้ชื่อสกุลของผู้ตายตามสูติบัตรใบรับรองรายการทะเบียนราษฎร ให้การอุปการะเลี้ยงดู ให้การศึกษาเล่าเรียนตลอดจนแสดงต่อบุคคลทั่วไปว่าจำเลยเป็นบุตรของผู้ตาย ที่ผู้ตายรับรองโดยพฤติการณ์หรือตามความเป็นจริงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 แล้วก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ไม่ได้มีคำขอให้ศาลพิพากษาว่าจำเลยไม่ใช่บุตรตามความเป็นจริงที่ผู้ตายได้ให้การรับรองโดยพฤติการณ์หรือตามความเป็นจริงแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 คดีนี้จึงไม่มีประเด็นที่จะให้ศาลฎีกาพิจารณาพิพากษาในปัญหาที่ว่าจำเลยเป็นบุตรที่ผู้ตายได้รับรองแล้วโดยพฤติการณ์หรือตามความเป็นจริงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 เพราะจะเป็นการเกินคำขอ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142, 252 ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง ที่ศาลล่างทั้งสองศาลจะวินิจฉัยมาในปัญหาข้อนี้เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย ดังนั้น คดีนี้จึงมีปัญหาที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงข้อเดียวว่า มีเหตุที่จะถอนที่ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายตามคำสั่งในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 296/2561 หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงในทางพิจารณารับฟังได้ว่าในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 196/2561 ที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายนั้น ไม่ได้มีการส่งสำเนาคำร้องขอ หรือหมายนัด หรือหมายเรียกให้แก่โจทก์ ทั้ง ๆ ที่โจทก์กับจำเลยรู้จักกันดี และติดต่อทางสื่อออนไลน์ต่าง ๆ กันเป็นประจำแม้ศาลจะมีการประกาศตามระเบียบหรือข้อบังคับ ก็ไม่ใช่สื่อหรือช่องทางที่แพร่หลายอันจะทำให้โจทก์หรือประชาชนทั่วไปทราบหรือเห็นได้ ดังนั้น การที่โจทก์ไม่ได้เข้ามาคัดค้านหรือต่อสู้ในคดีดังกล่าวจึงเชื่อว่าโจทก์ไม่ทราบจริง แต่เชื่อว่าโจทก์เพิ่งทราบว่าศาลสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย เมื่อจำเลยนำคำสั่งที่ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายมาเป็นหลักฐานประกอบการยื่นขอถอนโจทก์จากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 โจทก์จึงไม่อาจยื่นคำคัดค้าน หรือต่อสู้ในคดีดังกล่าวได้ เมื่อโจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายด้วย ย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ โจทก์จึงฟ้องจำเลยคดีนี้ได้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยเกิดวันที่ 19 กันยายน 2539 จำเลยจึงมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2559 จำเลยย่อมพ้นจากภาวะผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะเมื่ออายุยี่สิบปีบริบูรณ์ นับแต่วันดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 19 ดังนั้น เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2561 จึงเป็นกรณีที่จำเลยไม่ได้ร้องหรือฟ้องคดีภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่จำเลยบรรลุนิติภาวะ คดีจำเลยจึงขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1556 วรรคสาม จึงมีเหตุให้ถอนจำเลยจากการเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนาย ส. หรือ ณ. ผู้ตายตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษากลับ ให้ถอนจำเลยจากการเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนาย ส. หรือ ณ. ผู้ตาย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

Frequently Asked Questions คำถามที่พบบ่อย

What is the legal principle in Decision 3379/2565? คำพิพากษาฎีกาที่ 3379/2565 วินิจฉัยอย่างไร?

A claim by a putative child to be declared the deceased's legitimate child must be brought within one year of the claimant reaching majority, which under CCC section 19 is the completed age of twenty. CCC section 1556 paragraph three bars it after that, and being out of time is itself a reason to set aside a declaration already granted. A legitimate child of the deceased has standing to seek that: where no copy of the application, notice or summons was served, and the court's posting under its own rules is not a channel through which that heir or the public at large would see it, the heir is taken not to have known and is not bound by the earlier ex parte proceeding, and a declaration that another person is also the deceased's legitimate child disputes the heir's rights. Setting the declaration aside decides nothing about whether that person is a child recognised in fact or by conduct under CCC section 1627: where the prayer asks only that the declaration be set aside, a court that rules on recognition goes beyond the prayer, contrary to Civil Procedure Code sections 142 and 252 read with section 182/1 paragraph two of the Juvenile and Family Court and Procedure Act B.E. 2553.

ผู้ที่อ้างว่าเป็นบุตรและร้องขอให้ศาลสั่งว่าตนเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ต้องร้องหรือฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันบรรลุนิติภาวะ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 19 คือเมื่อมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ หากพ้นกำหนดนั้นย่อมขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1556 วรรคสาม และการขาดอายุความเป็นเหตุให้ถอนคำสั่งที่ศาลได้สั่งไปแล้วได้ ส่วนบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้ถอนคำสั่งนั้น เมื่อคดีก่อนไม่ได้ส่งสำเนาคำร้องขอ หมายนัด หรือหมายเรียกให้ทายาทผู้นั้น และการประกาศของศาลตามระเบียบหรือข้อบังคับมิใช่ช่องทางที่แพร่หลาย ย่อมถือว่าทายาทไม่ทราบและไม่ผูกพันตามกระบวนพิจารณาฝ่ายเดียวในคดีก่อน ทั้งการที่ศาลสั่งว่าผู้อื่นเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายด้วย ย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิของทายาทนั้น อนึ่ง การถอนคำสั่งดังกล่าวไม่เป็นการวินิจฉัยว่าผู้นั้นเป็นบุตรที่ผู้ตายรับรองแล้วโดยพฤติการณ์หรือตามความเป็นจริงตามมาตรา 1627 หรือไม่ เมื่อคำขอท้ายฟ้องขอเพียงให้ถอนคำสั่งเดิม การวินิจฉัยประเด็นการรับรองบุตรย่อมเป็นการเกินคำขอ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 และมาตรา 252 ประกอบ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง

Which CCC section sets the time limit for a child to claim legitimacy after the father's death? มาตราใดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดเวลาฟ้องขอให้รับเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายหลังบิดาถึงแก่ความตาย

CCC section 1556 paragraph three: one year from the date the claimant reaches majority, which CCC section 19 fixes at the completed age of twenty. Setting aside a declaration obtained out of time decides nothing about whether that person is a child recognised in fact or by conduct under CCC section 1627. That is a separate question and it was expressly left open here.

ป.พ.พ. มาตรา 1556 วรรคสาม คือภายในหนึ่งปีนับแต่วันบรรลุนิติภาวะ ซึ่งตามมาตรา 19 คือเมื่อมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ ทั้งนี้ การถอนคำสั่งที่ได้มาเมื่อพ้นกำหนดดังกล่าว ไม่เป็นการวินิจฉัยว่าผู้นั้นเป็นบุตรที่ผู้ตายรับรองแล้วโดยพฤติการณ์หรือตามความเป็นจริงตามมาตรา 1627 หรือไม่ ซึ่งเป็นคนละประเด็นและคดีนี้ไม่ได้วินิจฉัยไว้

section 1556 ccc contest legitimacy thailand one year limitation legitimacy illegitimate child claim thailand

📖 Further Reading on ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Foreign Legal Consultant
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Thai Attorney and Notary

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Scroll to Top
WhatsApp LINE Call Book