A Claim of Legitimacy Filed by the Putative Child Lapses One Year After Reaching Majority: Section 1556 paragraph three การยื่นคำร้องขอเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ต้องยื่นภายใน 1 ปี นับแต่บรรลุนิติภาวะ มิฉะนั้นขาดอายุความ
⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ
A claim by a putative child to be declared the deceased's legitimate child must be brought within one year of the claimant reaching majority, which under CCC section 19 is the completed age of twenty. CCC section 1556 paragraph three bars it after that, and being out of time is itself a reason to set aside a declaration already granted. A legitimate child of the deceased has standing to seek that: where no copy of the application, notice or summons was served, and the court's posting under its own rules is not a channel through which that heir or the public at large would see it, the heir is taken not to have known and is not bound by the earlier ex parte proceeding, and a declaration that another person is also the deceased's legitimate child disputes the heir's rights. Setting the declaration aside decides nothing about whether that person is a child recognised in fact or by conduct under CCC section 1627: where the prayer asks only that the declaration be set aside, a court that rules on recognition goes beyond the prayer, contrary to Civil Procedure Code sections 142 and 252 read with section 182/1 paragraph two of the Juvenile and Family Court and Procedure Act B.E. 2553.
ผู้ที่อ้างว่าเป็นบุตรและร้องขอให้ศาลสั่งว่าตนเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ต้องร้องหรือฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันบรรลุนิติภาวะ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 19 คือเมื่อมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ หากพ้นกำหนดนั้นย่อมขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1556 วรรคสาม และการขาดอายุความเป็นเหตุให้ถอนคำสั่งที่ศาลได้สั่งไปแล้วได้ ส่วนบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้ถอนคำสั่งนั้น เมื่อคดีก่อนไม่ได้ส่งสำเนาคำร้องขอ หมายนัด หรือหมายเรียกให้ทายาทผู้นั้น และการประกาศของศาลตามระเบียบหรือข้อบังคับมิใช่ช่องทางที่แพร่หลาย ย่อมถือว่าทายาทไม่ทราบและไม่ผูกพันตามกระบวนพิจารณาฝ่ายเดียวในคดีก่อน ทั้งการที่ศาลสั่งว่าผู้อื่นเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายด้วย ย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิของทายาทนั้น อนึ่ง การถอนคำสั่งดังกล่าวไม่เป็นการวินิจฉัยว่าผู้นั้นเป็นบุตรที่ผู้ตายรับรองแล้วโดยพฤติการณ์หรือตามความเป็นจริงตามมาตรา 1627 หรือไม่ เมื่อคำขอท้ายฟ้องขอเพียงให้ถอนคำสั่งเดิม การวินิจฉัยประเด็นการรับรองบุตรย่อมเป็นการเกินคำขอ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 และมาตรา 252 ประกอบ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง
Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร
Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
A claim by a putative child to be declared the deceased's legitimate child must be brought within one year of the claimant reaching majority, which under CCC section 19 is the completed age of twenty. CCC section 1556 paragraph three bars it after that, and being out of time is itself a reason to set aside a declaration already granted. A legitimate child of the deceased has standing to seek that: where no copy of the application, notice or summons was served, and the court's posting under its own rules is not a channel through which that heir or the public at large would see it, the heir is taken not to have known and is not bound by the earlier ex parte proceeding, and a declaration that another person is also the deceased's legitimate child disputes the heir's rights. Setting the declaration aside decides nothing about whether that person is a child recognised in fact or by conduct under CCC section 1627: where the prayer asks only that the declaration be set aside, a court that rules on recognition goes beyond the prayer, contrary to Civil Procedure Code sections 142 and 252 read with section 182/1 paragraph two of the Juvenile and Family Court and Procedure Act B.E. 2553.
ผู้ที่อ้างว่าเป็นบุตรและร้องขอให้ศาลสั่งว่าตนเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ต้องร้องหรือฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันบรรลุนิติภาวะ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 19 คือเมื่อมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ หากพ้นกำหนดนั้นย่อมขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1556 วรรคสาม และการขาดอายุความเป็นเหตุให้ถอนคำสั่งที่ศาลได้สั่งไปแล้วได้ ส่วนบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้ถอนคำสั่งนั้น เมื่อคดีก่อนไม่ได้ส่งสำเนาคำร้องขอ หมายนัด หรือหมายเรียกให้ทายาทผู้นั้น และการประกาศของศาลตามระเบียบหรือข้อบังคับมิใช่ช่องทางที่แพร่หลาย ย่อมถือว่าทายาทไม่ทราบและไม่ผูกพันตามกระบวนพิจารณาฝ่ายเดียวในคดีก่อน ทั้งการที่ศาลสั่งว่าผู้อื่นเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายด้วย ย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิของทายาทนั้น อนึ่ง การถอนคำสั่งดังกล่าวไม่เป็นการวินิจฉัยว่าผู้นั้นเป็นบุตรที่ผู้ตายรับรองแล้วโดยพฤติการณ์หรือตามความเป็นจริงตามมาตรา 1627 หรือไม่ เมื่อคำขอท้ายฟ้องขอเพียงให้ถอนคำสั่งเดิม การวินิจฉัยประเด็นการรับรองบุตรย่อมเป็นการเกินคำขอ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 และมาตรา 252 ประกอบ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง
Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม
Voici le texte intégral de l'arrêt n° 3379/2565 de la Cour suprême. Source : deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3379/2565 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.
โจทก์ฟ้องขอให้ถอนจำเลยจากการเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนาย ส. หรือ ณ. ผู้ตาย
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ถอนจำเลยจากการเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนาย ส. หรือ ณ. ผู้ตาย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันยุติรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนาย ส. หรือ ณ. ผู้ตาย กับนาง ป. โดยบิดา มารดาจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2530 โจทก์เกิดวันที่ 8 มกราคม 2535 ต่อมาวันที่ 11 ธันวาคม 2538 บิดามารดาของโจทก์จดทะเบียนหย่ากัน ส่วนจำเลยเป็นบุตรของนางสาว ภ. เกิดวันที่ 19 กันยายน 2539 โดยตามสูติบัตรระบุชื่อบิดาว่านาย ส. และตามแบบแสดงรายการจดทะเบียนราษฎรระบุชื่อบิดาว่านาย ณ. เดิมผู้ตายชื่อนาย ส. เปลี่ยนชื่อเป็นนาย ณ. เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2560 ผู้ตายถึงแก่ความตาย วันที่ 23 มีนาคม 2561 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำสั่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 จำเลยยื่นคำร้องขอถอนโจทก์ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายและวันที่ 17 มกราคม 2562 โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ คดีนี้ โจทก์ฟ้องและมีคำขอท้ายฟ้องให้ศาลพิพากษาถอนจำเลยจากการเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนาย ส. หรือ ณ. ผู้ตาย ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 296/2561 ดังนั้น แม้โจทก์จะบรรยายคำฟ้องไว้บางตอนว่าจำเลยไม่ได้เป็นบุตรที่แท้จริงของผู้ตาย และจำเลยก็ให้การต่อสู้ด้วยว่าเป็นบุตรที่แท้จริงของผู้ตาย โดยผู้ตายได้ให้ใช้ชื่อสกุลของผู้ตายตามสูติบัตรใบรับรองรายการทะเบียนราษฎร ให้การอุปการะเลี้ยงดู ให้การศึกษาเล่าเรียนตลอดจนแสดงต่อบุคคลทั่วไปว่าจำเลยเป็นบุตรของผู้ตาย ที่ผู้ตายรับรองโดยพฤติการณ์หรือตามความเป็นจริงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 แล้วก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ไม่ได้มีคำขอให้ศาลพิพากษาว่าจำเลยไม่ใช่บุตรตามความเป็นจริงที่ผู้ตายได้ให้การรับรองโดยพฤติการณ์หรือตามความเป็นจริงแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 คดีนี้จึงไม่มีประเด็นที่จะให้ศาลฎีกาพิจารณาพิพากษาในปัญหาที่ว่าจำเลยเป็นบุตรที่ผู้ตายได้รับรองแล้วโดยพฤติการณ์หรือตามความเป็นจริงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 เพราะจะเป็นการเกินคำขอ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142, 252 ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง ที่ศาลล่างทั้งสองศาลจะวินิจฉัยมาในปัญหาข้อนี้เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย ดังนั้น คดีนี้จึงมีปัญหาที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงข้อเดียวว่า มีเหตุที่จะถอนที่ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายตามคำสั่งในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 296/2561 หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงในทางพิจารณารับฟังได้ว่าในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 196/2561 ที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายนั้น ไม่ได้มีการส่งสำเนาคำร้องขอ หรือหมายนัด หรือหมายเรียกให้แก่โจทก์ ทั้ง ๆ ที่โจทก์กับจำเลยรู้จักกันดี และติดต่อทางสื่อออนไลน์ต่าง ๆ กันเป็นประจำแม้ศาลจะมีการประกาศตามระเบียบหรือข้อบังคับ ก็ไม่ใช่สื่อหรือช่องทางที่แพร่หลายอันจะทำให้โจทก์หรือประชาชนทั่วไปทราบหรือเห็นได้ ดังนั้น การที่โจทก์ไม่ได้เข้ามาคัดค้านหรือต่อสู้ในคดีดังกล่าวจึงเชื่อว่าโจทก์ไม่ทราบจริง แต่เชื่อว่าโจทก์เพิ่งทราบว่าศาลสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย เมื่อจำเลยนำคำสั่งที่ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายมาเป็นหลักฐานประกอบการยื่นขอถอนโจทก์จากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 โจทก์จึงไม่อาจยื่นคำคัดค้าน หรือต่อสู้ในคดีดังกล่าวได้ เมื่อโจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายด้วย ย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ โจทก์จึงฟ้องจำเลยคดีนี้ได้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยเกิดวันที่ 19 กันยายน 2539 จำเลยจึงมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2559 จำเลยย่อมพ้นจากภาวะผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะเมื่ออายุยี่สิบปีบริบูรณ์ นับแต่วันดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 19 ดังนั้น เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2561 จึงเป็นกรณีที่จำเลยไม่ได้ร้องหรือฟ้องคดีภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่จำเลยบรรลุนิติภาวะ คดีจำเลยจึงขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1556 วรรคสาม จึงมีเหตุให้ถอนจำเลยจากการเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนาย ส. หรือ ณ. ผู้ตายตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษากลับ ให้ถอนจำเลยจากการเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนาย ส. หรือ ณ. ผู้ตาย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง
Foire aux questions คำถามที่พบบ่อย
Quel est le principe juridique énoncé dans la décision 3379/2565 ? คำพิพากษาฎีกาที่ 3379/2565 วินิจฉัยอย่างไร?
A claim by a putative child to be declared the deceased's legitimate child must be brought within one year of the claimant reaching majority, which under CCC section 19 is the completed age of twenty. CCC section 1556 paragraph three bars it after that, and being out of time is itself a reason to set aside a declaration already granted. A legitimate child of the deceased has standing to seek that: where no copy of the application, notice or summons was served, and the court's posting under its own rules is not a channel through which that heir or the public at large would see it, the heir is taken not to have known and is not bound by the earlier ex parte proceeding, and a declaration that another person is also the deceased's legitimate child disputes the heir's rights. Setting the declaration aside decides nothing about whether that person is a child recognised in fact or by conduct under CCC section 1627: where the prayer asks only that the declaration be set aside, a court that rules on recognition goes beyond the prayer, contrary to Civil Procedure Code sections 142 and 252 read with section 182/1 paragraph two of the Juvenile and Family Court and Procedure Act B.E. 2553.
ผู้ที่อ้างว่าเป็นบุตรและร้องขอให้ศาลสั่งว่าตนเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ต้องร้องหรือฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันบรรลุนิติภาวะ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 19 คือเมื่อมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ หากพ้นกำหนดนั้นย่อมขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1556 วรรคสาม และการขาดอายุความเป็นเหตุให้ถอนคำสั่งที่ศาลได้สั่งไปแล้วได้ ส่วนบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้ถอนคำสั่งนั้น เมื่อคดีก่อนไม่ได้ส่งสำเนาคำร้องขอ หมายนัด หรือหมายเรียกให้ทายาทผู้นั้น และการประกาศของศาลตามระเบียบหรือข้อบังคับมิใช่ช่องทางที่แพร่หลาย ย่อมถือว่าทายาทไม่ทราบและไม่ผูกพันตามกระบวนพิจารณาฝ่ายเดียวในคดีก่อน ทั้งการที่ศาลสั่งว่าผู้อื่นเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายด้วย ย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิของทายาทนั้น อนึ่ง การถอนคำสั่งดังกล่าวไม่เป็นการวินิจฉัยว่าผู้นั้นเป็นบุตรที่ผู้ตายรับรองแล้วโดยพฤติการณ์หรือตามความเป็นจริงตามมาตรา 1627 หรือไม่ เมื่อคำขอท้ายฟ้องขอเพียงให้ถอนคำสั่งเดิม การวินิจฉัยประเด็นการรับรองบุตรย่อมเป็นการเกินคำขอ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 และมาตรา 252 ประกอบ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง
Which CCC section sets the time limit for a child to claim legitimacy after the father's death? มาตราใดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดเวลาฟ้องขอให้รับเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายหลังบิดาถึงแก่ความตาย
CCC section 1556 paragraph three: one year from the date the claimant reaches majority, which CCC section 19 fixes at the completed age of twenty. Setting aside a declaration obtained out of time decides nothing about whether that person is a child recognised in fact or by conduct under CCC section 1627. That is a separate question and it was expressly left open here.
ป.พ.พ. มาตรา 1556 วรรคสาม คือภายในหนึ่งปีนับแต่วันบรรลุนิติภาวะ ซึ่งตามมาตรา 19 คือเมื่อมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ ทั้งนี้ การถอนคำสั่งที่ได้มาเมื่อพ้นกำหนดดังกล่าว ไม่เป็นการวินิจฉัยว่าผู้นั้นเป็นบุตรที่ผู้ตายรับรองแล้วโดยพฤติการณ์หรือตามความเป็นจริงตามมาตรา 1627 หรือไม่ ซึ่งเป็นคนละประเด็นและคดีนี้ไม่ได้วินิจฉัยไว้
📖 Pour en savoir plus, consultez ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline
Clause de non-responsabilité: Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.
Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sébastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต