บรรพ 6 — มรดก

มาตรา 1623

ตัวบทกฎหมาย

ทรัพย์สินของพระภิกษุที่ได้มาในระหว่างเวลาที่อยู่ในสมณเพศนั้น เมื่อพระภิกษุนั้นถึงแก่มรณภาพให้ตกเป็นสมบัติของวัดที่เป็นภูมิลำเนาของพระภิกษุนั้น เว้นไว้แต่พระภิกษุนั้นจะได้จำหน่ายไปในระหว่างชีวิตหรือโดยพินัยกรรม

คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

คำแปลภาษาอังกฤษ

Any property acquired by a Buddhist monk during his monkhood shall become, upon his death, property of the monastery which is his domicile, unless he has disposed of it during his life or by will. feedback (/form/1-samuiforsale-contact-form.html?tmpl=component) /

คำแปลนี้ยังไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน — โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 1623 เป็นส่วนหนึ่งของบรรพ 6 (มรดก) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื้อหานี้รอการจัดทำหมายเหตุของสำนักงาน ตัวบทภาษาไทยข้างต้นคัดลอกจากต้นฉบับของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำคัญสูง

ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ

สำหรับทนายความ: แยกแยะระหว่างทรัพย์สินที่พระภิกษุได้มาก่อนบวช (ซึ่งเป็นมรดกส่วนตัวตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม) กับทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างสมณเพศ (ซึ่งตกแก่วัด) พระภิกษุอาจจำหน่ายทรัพย์สินในสมณเพศโดยพินัยกรรมหรือนิติกรรมระหว่างมีชีวิต วัดไม่ใช่ทายาทโดยธรรมตามมาตรา ๑๖๒๙ จึงไม่อาจร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกในฐานะทายาท แต่ร้องได้ในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย สำหรับประชาชนทั่วไป: ครอบครัวของพระภิกษุที่มรณภาพไม่สามารถรับมรดกทรัพย์สินที่พระภิกษุได้มาหลังบวชได้ เว้นแต่พระภิกษุจะทำพินัยกรรมยกให้

ความเป็นมาทางกฎหมาย

บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับดั้งเดิม ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมที่สำคัญ บทบัญญัตินี้สะท้อนประเพณีที่ทรัพย์สินของพระภิกษุตกแก่วัดที่เป็นบ้านของพระภิกษุ และมีความเกี่ยวพันกับพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งจำกัดการโอนทรัพย์สินของวัด

  • พระภิกษุ
  • ทรัพย์สินในสมณเพศ
  • วัด
  • ภูมิลำเนา
  • พินัยกรรมของพระภิกษุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1816/2542 (1999) ★ คดีนำ

    ทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างสมณเพศตกแก่วัดตามมาตรา ๑๖๒๓ เป็นผลของกฎหมายที่แยกต่างหากจากการรับมรดกโดยไม่มีพินัยกรรม วัดไม่ใช่ทายาทโดยธรรมตามมาตรา ๑๖๒๙

    พระภิกษุได้ที่ดินพิพาทมาในระหว่างสมณเพศ เมื่อมรณภาพที่ดินตกเป็นสมบัติของวัดตามมาตรา ๑๖๒๓ ศาลวินิจฉัยว่าวัดไม่ใช่ทายาทโดยธรรมตามมาตรา ๑๖๒๙ จึงไม่อาจร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกในฐานะทายาท

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1316/2544 (2001)

    ที่ดินที่พระภิกษุได้รับมรดกมาไม่ใช่ทรัพย์ในสมณเพศ พระภิกษุทำสัญญาจำหน่ายได้ แต่หากยังไม่ได้จดทะเบียนโอนก่อนมรณภาพ ที่ดินตกแก่วัดตามมาตรา ๑๖๒๓

    ที่ดินที่พระภิกษุได้รับมรดกมาจากมารดาไม่ใช่ทรัพย์ที่ได้มาในระหว่างสมณเพศ พระภิกษุจึงทำสัญญาจะขายได้ แต่เมื่อพระภิกษุมรณภาพก่อนจดทะเบียนโอน ที่ดินตกเป็นสมบัติของวัดตามมาตรา ๑๖๒๓

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2741/2541 (1998)

    ทรัพย์สินของวัดที่ได้รับตามมาตรา ๑๖๒๓ สามารถโอนได้เฉพาะโดยพระราชบัญญัติตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ผู้ซื้อไม่ได้กรรมสิทธิ์แม้จะซื้อโดยสุจริต

    ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินที่พระภิกษุได้มาในสมณเพศและไม่ได้ทำพินัยกรรม ที่ดินตกเป็นของวัดโดยผลของกฎหมาย และตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา ๓๔ ที่วัดจะโอนได้เฉพาะโดยพระราชบัญญัติเท่านั้น ผู้ซื้อจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์แม้จะซื้อโดยสุจริต

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

Scroll to Top