บรรพ 6 — มรดก

มาตรา 1754 — อายุความฟ้องเรียกมรดก

ตัวบทกฎหมาย

แล้วก็ดีสิทธิที่จะเรียกให้แบ่งทรัพย์มรดกตามวรรคก่อน จะตัดโดยนิติกรรมเกินคราวละสิบปีไม่ได้

คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 1754 เป็นกับดักสำหรับทายาทจำนวนมาก กำหนด 1 ปีเริ่มเดินเมื่อทายาทรู้เรื่องมรดก — ไม่ใช่เมื่อสามารถถาม — แต่กรอบสูงสุด 10 ปีใช้บังคับโดยไม่คำนึงถึงการรู้ ทายาทต่างชาติของกองมรดกในไทยมักพลาดกำหนด 1 ปีเพราะอยู่ต่างประเทศและไม่ได้ติดตาม สำนักงานเคยรับคดีที่ทายาทกลับมาไทยหลังเสียชีวิต 18 เดือนและพบว่าสิทธิเรียกร้องขาดอายุความ ข้อแนะนำการวางแผนมรดก: ระบุทายาทต่างชาติในพินัยกรรมชัดเจน ให้อำนาจผู้จัดการมรดกหรือผู้แทนในประเทศแจ้งให้ทราบ และพิจารณาตั้งผู้จัดการมรดกภายนอกที่มีหน้าที่หาและแจ้งทายาททั้งหมด

มาตราหลัก

ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ

สำหรับทนายความ: อายุความหนึ่งปีเป็นอัตวิสัยและเริ่มนับเมื่อทายาทรู้หรือควรได้รู้ถึงความตายจริง ๆ 'ควรได้รู้' ต้องการการรับรู้โดยปริยายอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงความเป็นไปได้ในการสืบหา (ฎีกาที่ ๑๓๓๘๔/๒๕๕๘) อายุความเด็ดขาดสิบปีใช้บังคับแม้ทายาทจะไม่มีความรู้ สิ่งสำคัญคือมาตรา ๑๗๕๔ ไม่ใช้บังคับเมื่อทายาทถือทรัพย์มรดกในกรรมสิทธิ์รวมที่ยังไม่ได้แบ่งอยู่แล้ว (มาตรา ๑๗๔๘) ทายาทร่วมสามารถขอแบ่งทรัพย์ได้ตลอดเวลา อายุความห้าปีในการจัดการมรดกตามมาตรา ๑๗๓๓ และอายุความตามมาตรา ๑๗๕๔ แยกกันและใช้กับสิทธิเรียกร้องต่างกัน สำหรับประชาชนทั่วไป: อย่าเนิ่นช้าในการเรียกร้องมรดก หากผ่านไปเกินหนึ่งปีนับแต่ทราบว่าญาติถึงแก่กรรมในประเทศไทย ควรปรึกษาทนายความทันที อายุความเด็ดขาดสิบปีดำเนินไปโดยไม่มีการแจ้งเตือน

ความเป็นมาทางกฎหมาย

บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับดั้งเดิม ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมที่สำคัญ มาตรา ๑๗๕๔ กำหนดอายุความสองแนวคู่ขนาน ได้แก่ อายุความหนึ่งปีตามความรู้สึกส่วนตัว (เริ่มนับแต่รู้ถึงการตาย) และอายุความเด็ดขาดสิบปี (เริ่มนับแต่วันที่เจ้ามรดกตายโดยไม่คำนึงถึงความรู้) อายุความเหล่านี้ใช้กับการฟ้องเรียกมรดก ไม่ใช้กับสิทธิของทายาทในการขอแบ่งทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่งซึ่งอยู่ในกรรมสิทธิ์รวมตามมาตรา ๑๗๔๘

  • อายุความมรดก
  • หนึ่งปี
  • สิบปี
  • สิทธิเรียกร้องเจ้าหนี้
  • ขาดอายุความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9992/2560 (2017) ★ คดีนำ

    มาตรา ๑๗๕๔ กำหนดอายุความหนึ่งปีตามความรู้และสิบปีเด็ดขาดสำหรับการเรียกร้องมรดก สิทธิขอแบ่งทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่งในกรรมสิทธิ์รวมตามมาตรา ๑๗๔๘ ไม่อยู่ภายใต้อายุความเหล่านี้

    ศาลยืนยันอายุความสองแนวในมาตรา ๑๗๕๔ อายุความหนึ่งปีเริ่มนับแต่ทายาทโดยธรรมรู้หรือควรได้รู้ถึงความตาย อายุความเด็ดขาดสิบปีเริ่มนับแต่วันที่เจ้ามรดกตายโดยไม่คำนึงถึงความรู้ อย่างไรก็ตาม มาตรา ๑๗๔๘ วรรคหนึ่งให้สิทธิทายาทร่วมที่ครอบครองทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่งขอแบ่งได้ตลอดเวลา และสิทธินี้ไม่อยู่ภายใต้อายุความมาตรา ๑๗๕๔

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 892/2562 (2019)

    อายุความมรดกตามมาตรา ๑๗๕๔ และอายุความจัดการมรดกตามมาตรา ๑๗๓๓ เป็นคนละแนว ศาลไม่อาจใช้อายุความสิบปีตามมาตรา ๑๗๕๔ หากจำเลยยกเพียงอายุความหนึ่งปี

    จำเลยยกอายุความทั้งตามมาตรา ๑๗๕๔ วรรคหนึ่ง (หนึ่งปี) และมาตรา ๑๗๓๓ วรรคสอง (ห้าปี) ศาลวินิจฉัยว่าอายุความทั้งสองแนวต่างกันและใช้กับสิทธิเรียกร้องต่างประเภทกัน และแยกอายุความห้าปีในการจัดการมรดกออกจากอายุความมรดก

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13384/2558 (2015)

    อายุความหนึ่งปีของเจ้าหนี้ตามมาตรา ๑๗๕๔ วรรคสาม เริ่มนับแต่วันที่เจ้าหนี้ได้รับการยืนยันการตาย (โดยตรงหรือโดยปริยาย)

    เมื่อเจ้าหนี้ได้รับการยืนยันว่าลูกหนี้ถึงแก่กรรมแล้ว ถือว่าเจ้าหนี้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายตามมาตรา ๑๗๕๔ วรรคสาม อายุความหนึ่งปีของเจ้าหนี้กองมรดกเริ่มนับแต่วันนั้น

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

คำถามที่พบบ่อย

มีเวลาเท่าใดในการเรียกร้องมรดกในประเทศไทย?

ตามมาตรา ๑๗๕๔ ท่านมีเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ท่านรู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก หากท่านไม่เคยรู้ อายุความเด็ดขาดสิบปีนับแต่วันที่เจ้ามรดกตายก็ยังคงใช้บังคับ หลังจากนั้นไม่สามารถฟ้องร้องได้อีกต่อไปโดยไม่คำนึงถึงความรู้ สำหรับเจ้าหนี้กองมรดก อายุความหนึ่งปีเดียวกันใช้บังคับนับแต่รู้หรือควรได้รู้ถึงความตาย ข้อยกเว้นสำคัญ: หากท่านเป็นทายาทร่วมที่ถือทรัพย์มรดกในกรรมสิทธิ์รวมที่ยังไม่ได้แบ่งร่วมกับทายาทอื่น สิทธิขอแบ่งทรัพย์ตามมาตรา ๑๗๔๘ ไม่มีอายุความ แต่สิทธิเรียกร้องของท่านต้องอยู่ภายในอายุความหากท่านเรียกร้องทรัพย์คืนจากบุคคลที่ไม่ได้ถือกรรมสิทธิ์รวมร่วมกับท่าน

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

Scroll to Top