บรรพ 6 — มรดก

มาตรา 1713 — ต้องมีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก

ตัวบทกฎหมาย

ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการจะร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกก็ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้(๑) เมื่อเจ้ามรดกตาย ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมได้สูญหายไป หรืออยู่นอกราชอาณาเขต หรือเป็นผู้เยาว์(๒) เมื่อผู้จัดการมรดกหรือทายาทไม่สามารถ หรือไม่เต็มใจที่จะจัดการ หรือมีเหตุขัดข้องในการจัดการ หรือในการแบ่งปันมรดก(๓) เมื่อข้อกำหนดพินัยกรรมซึ่งตั้งผู้จัดการมรดกไว้ไม่มีผลบังคับได้ด้วยประการใด ๆการตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ถ้ามีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ศาลตั้งตามข้อกำหนดพินัยกรรม และถ้าไม่มีข้อกำหนดพินัยกรรม ก็ให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์ และโดยคำนึงถึงเจตนาของเจ้ามรดก แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร

คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

คำแปลภาษาอังกฤษ

Any heir or any toger interested person or the Public Prosecutor may apply to the Court to appoint an administrator of the estate in the following cases: 1. If on the death of the de cujus any statutory heir or legatee is not found or is abroad or is a minor; 2. If the administrator of the estate or the heir is unable or unwilling to carry on or is impeded in carrying on the administration or distribution of the estate 3. If a testamentary disposition appointing an administrator of the estate has no effect for any reason whatsoever Such appointment shall be made by the Court in accordance with the provisions of the will, if any. Failing such provision the Court may make the appointment for the benefit of the estate, having regard to the circumstances and taking into consideration the intention of the de cujus as the Court may think fit.

คำแปลนี้ยังไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน — โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 1713 เป็นประตูสู่การพิสูจน์มรดกในประเทศไทย ไม่มีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก ธนาคาร กรมที่ดิน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหน่วยงานอื่นปฏิเสธไม่ปล่อยทรัพย์ของผู้ตาย แม้มีพินัยกรรมตั้งผู้จัดการมรดก ผู้จัดการมรดกมักยังต้องการคำสั่งศาลเพื่อจัดการทรัพย์ที่จดทะเบียน ขั้นตอน: ยื่นคำร้องที่ศาลครอบครัว/แพ่งของภูมิลำเนาผู้ตาย พร้อมใบมรณบัตร รายชื่อทายาท บัญชีทรัพย์สิน และพินัยกรรม (ถ้ามี) นัดไต่สวนภายใน 2 เดือน คำสั่งออกภายใน 4-6 เดือนรวมในคดีปกติ

มาตราหลัก

ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ

สำหรับทนายความ: 'ผู้มีส่วนได้เสีย' ตามมาตรา ๑๗๑๓ ตีความกว้าง ครอบคลุมไม่เฉพาะทายาทแต่รวมถึงเจ้าหนี้กองมรดก ผู้มีสิทธิเรียกร้องตามสัญญาต่อกองมรดก และคู่สมรสตามประเพณีที่พิสูจน์ได้ว่ามีสิทธิในทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน (ฎีกาที่ ๑๒๗๓๔/๒๕๕๘) บุคคลที่ถูกตัดมิให้รับมรดกโดยพินัยกรรมที่ถูกต้องไม่มีคุณสมบัติ (ฎีกาที่ ๑๐๙๙/๒๕๕๐) ศาลตั้งผู้จัดการมรดกตามข้อกำหนดในพินัยกรรมหากมี มิฉะนั้นตั้งตามประโยชน์ของกองมรดก สำหรับประชาชนทั่วไป: หากทายาทไม่สามารถตกลงกันได้ว่าใครจะจัดการมรดก การยื่นคำร้องต่อศาลตามมาตรา ๑๗๑๓ คือช่องทางที่ถูกต้อง

ความเป็นมาทางกฎหมาย

บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับดั้งเดิม ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมที่สำคัญ มาตรา ๑๗๑๓ เป็นบทบัญญัติขั้นตอนหลักสำหรับการตั้งผู้จัดการมรดกโดยศาล และมีการฟ้องร้องเกี่ยวกับมาตรานี้บ่อยมาก โดยเฉพาะปัญหาว่าใครมีคุณสมบัติเป็น "ผู้มีส่วนได้เสีย" ที่มีสิทธิยื่นคำร้อง

  • การตั้งโดยคำสั่งศาล
  • ผู้จัดการมรดก
  • ผู้มีส่วนได้เสีย
  • พนักงานอัยการ
  • เหตุการยื่นคำร้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3718/2548 (2005)

    คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายแม้จะแยกกันอยู่แต่ยังไม่ได้หย่าตามกฎหมาย ยังคงมีสิทธิรับมรดกตามมาตรา ๑๖๒๘ และเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่มีสิทธิยื่นคำร้องตามมาตรา ๑๗๑๓

    ผู้ร้องเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายแม้จะแยกกันอยู่ ศาลวินิจฉัยว่าคู่สมรสที่ยังไม่ได้หย่าตามกฎหมายยังคงมีสิทธิรับมรดกตามมาตรา ๑๖๒๘ และเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามมาตรา ๑๗๑๓

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1099/2550 (2007) ★ คดีนำ

    บุคคลที่ถูกตัดมิให้รับมรดกโดยพินัยกรรมที่ถูกต้องตามมาตรา ๑๖๐๘ ไม่มีส่วนได้เสียในกองมรดกและไม่มีสิทธิเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามมาตรา ๑๗๑๓

    ผู้ตายทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินทั้งหมดให้ผู้ร้องและตัดสิทธิบุตรโดยชัดแจ้ง ศาลวินิจฉัยว่าบุตรที่ถูกตัดสิทธิตามมาตรา ๑๖๐๘ วรรคสองไม่มีส่วนได้เสียในกองมรดกและไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12734/2558 (2015)

    คู่ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสไม่ใช่ทายาทโดยธรรม แต่อาจเป็น 'ผู้มีส่วนได้เสีย' ตามมาตรา ๑๗๑๓ หากมีหลักฐานว่ามีกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกับผู้ตาย

    โจทก์และผู้ตายอยู่กินร่วมกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส โจทก์ไม่ใช่คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ใช่ทายาทโดยธรรม อย่างไรก็ตาม โจทก์อาจมีสิทธิเป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน จึงถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียพอที่จะร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตามมาตรา ๑๗๑๓

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

คำถามที่พบบ่อย

การขอตั้งผู้จัดการมรดกโดยคำสั่งศาลในประเทศไทยใช้เวลานานเท่าใด?

ระยะเวลาแตกต่างกันตามศาลและความซับซ้อนของคดี ในกรณีที่ไม่มีผู้คัดค้านและยื่นต่อศาลแพ่งในกรุงเทพฯ กระบวนการมักใช้เวลาสามถึงหกเดือนนับแต่ยื่นคำร้องจนได้รับคำสั่งศาล คดีที่ยื่นต่อศาลต่างจังหวัดอาจเร็วกว่า หากมีผู้คัดค้าน คดีจะกลายเป็นคดีมีข้อพิพาทและอาจใช้เวลาหนึ่งถึงสองปีหรือนานกว่านั้น คำร้องต้องมีเอกสารประกอบ ได้แก่ ใบมรณบัตรของผู้ตาย หลักฐานความสัมพันธ์ของผู้ร้องกับผู้ตายหรือส่วนได้เสียในกองมรดก และบัญชีทรัพย์มรดกที่ทราบ แนะนำให้ใช้บริการทนายความ

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

Scroll to Top