Verified ตรวจสอบแล้ว Civil & Commercial Codeป.พ.พ. Decision 1357/2534 คำพิพากษาที่ 1357/2534 1991 (B.E. 2534)

An heir applying to be administrator must prove he is fit for the role คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1357/2534

CCC Sections: มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Under the last paragraph of section 1713 the court appoints for the benefit of the estate, so an applicant who claims good character must prove that he is fit, even without a specific objection on the point, and past conduct may be weighed however long ago it occurred. The other child, whom four siblings supported, was preferred; understating the estate in evidence was not enough to show concealment.

ผู้คัดค้านที่ 1 จึงต้องมีหน้าที่แสดงให้ศาลเห็นว่าตนมีความประพฤติดี เหมาะสมเป็นผู้จัดการมรดกอยู่แล้ว

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

Fitness is part of the application: the court can refuse an heir whose conduct makes him unsuitable.

Facts of the Case ข้อเท็จจริง

Two children of the deceased each asked to be sole administrator; one was shown to have been violent while drunk, and was accused by the other of not being an heir and of being an alien.

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Under the last paragraph of section 1713 the court appoints for the benefit of the estate, so an applicant who claims good character must prove that he is fit, even without a specific objection on the point, and past conduct may be weighed however long ago it occurred. The other child, whom four siblings supported, was preferred; understating the estate in evidence was not enough to show concealment.
ผู้คัดค้านที่ 1 จึงต้องมีหน้าที่แสดงให้ศาลเห็นว่าตนมีความประพฤติดี เหมาะสมเป็นผู้จัดการมรดกอยู่แล้ว

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 1357/2534. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1357/2534 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

English translation is being prepared and will be available soon.

ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านผู้ร้อง และขอให้ศาลตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดก โดยกล่าวอ้างว่าตนไม่เคยมีความประพฤติเสื่อมเสียซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 วรรคท้ายนั้น ในการตั้งผู้จัดการมรดกให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์และโดยคำนึงถึงเจตนาของเจ้ามรดก ดังนั้น ผู้คัดค้านที่ 1 จึงต้องมีหน้าที่แสดงให้ศาลเห็นว่าตนมีความประพฤติดี เหมาะสมเป็นผู้จัดการมรดก แม้จะไม่มีการคัดค้านในข้อนี้เป็นการเฉพาะเจาะจง การที่ทายาทโดยธรรมเบิกความในคดีที่ขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกว่า เจ้ามรดกมีทรัพย์มรดกเพียงเท่าที่เบิกความถึงแต่ความจริงเจ้ามรดกมีทรัพย์มรดกมากกว่านั้น ยังไม่พอฟังว่าเป็นการปิดบังทรัพย์มรดก.
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก
ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำร้องคัดค้าน และขอให้ศาลตั้งตนแต่ผู้เดียวเป็นผู้จัดการมรดก
ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำร้องคัดค้านว่าผู้ร้องปกปิดทายาทที่แท้จริง ผู้คัดค้านที่ 1 มิใช่ทายาทโดยธรรมของผู้ตายและเป็นคนต่างด้าว ขอให้ศาลตั้งผู้คัดค้านที่ 2 แต่ผู้เดียวเป็นผู้จัดการมรดก
ก่อนไต่สวน ผู้ร้องยื่นคำร้องขอถอนคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดก
ผู้คัดค้านที่ 1 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คงมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่าในระหว่างผู้คัดค้านที่ 1 กับผู้คัดค้านที่ 2 ผู้ใดสมควรที่จะเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้ พิเคราะห์แล้ว ผู้คัดค้านที่ 2 มีพยานคือนางเล้ก เสตะจันทร์ กับนางธาริณี ฉัตรมณี ซึ่งต่างเป็นบุตรเจ้ามรดกเบิกความทำนองเดียวกันว่าคัดค้านที่ 1 ดื่มสุราเมาแล้วไร้สติ เคยจะใช้มีดแทงเจ้ามรดก จึงถูกไล่ออกจากบ้าน และผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้เข้ากับพี่น้อยคนอื่น ๆ ไม่ได้นอกจากนี้ผู้คัดค้านที่ 1 เองเบิกความตอบทนายผู้คัดค้านที่ 2 ว่า ปัจจุบันผู้คัดค้านที่ 1 ไม่ได้ทำงานอะไร ส่วนผู้คัดค้านที่ 2 ปรากฏว่าเป็นนายตำรวจยศร้อยตำรวจเอกจบการศึกษาจากประเทศฟิลิปปินส์ และมีหนังสือเอกสารหมาย ร.ค. 12 ข้อความว่าพี่น้องคนอื่นยินยอมให้ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกแต่เพียงผู้เดียว เอกสารฉบับดังกล่าวนี้มีบุตรของเจ้ามรดก 4 คนลงชื่อไว้ จากพยานหลักฐานดังกล่าวจึงเห็นได้ว่าผู้คัดค้านที่ 2 สมควรเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้ยิ่งกว่า ศาลฎีกาเห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และที่ผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกาว่าเหตุการณ์เรื่องดื่มสุราเมาไร้สติเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่มีอายุยังน้อย หลังจากแต่งงานแล้ว ผู้คัดค้านที่ 1ได้ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน เลิกดื่มสุรา มีฐานะการเงินมั่นคงแต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าผู้คัดค้านมิได้นำพยานหลักฐานใดมาสนับสนุนยืนยันให้เป็นเป็นความจริงตามที่กล่าวงอ้าง ผู้คัดค้านที่ 1 จึงได้ฎีกาโต้แย้งว่าผู้คัดค้านที่ 2 ได้ยื่นคำคัดค้านเพียงว่าผู้คัดค้านที่ 1 ไม่ใช่ทายาทของเจ้ามรดกเท่านั้น มิได้คัดค้านเกี่ยวกับความประพฤติของผู้คัดค้านที่ 1 ว่าเป็นดังกล่าวนั้น ผู้คัดค้านที่ 1 จึงไม่ต้องนำสืบในข้อนี้ และศาลก็จะนำข้อนี้มาวินิจฉัยไม่ได้ เห็นว่าเมื่อผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านผู้ร้องและขอให้ศาลตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านที่ 1 ได้กล่าวอ้างว่าตนไม่เคยมีความประพฤติเสื่อมเสีย และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1713 วรรคท้าย ในการตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์และโดยคำนึงเจตนาของเจ้ามรดกแล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร ทั้งผู้คัดค้านที่ 2 ก็ได้คัดค้านแล้วว่าหากศาลอนุญาตให้ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกทายาททุกคนจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ได้รับความเสียหายและเป็นไปด้วยความไม่เรียบร้อย ฉะนั้นผู้คัดค้านที่ 1 จึงต้องมีหน้าที่แสดงให้ศาลเห็นว่าตนมีความประพฤติดี เหมาะสมเป็นผู้จัดการมรดกอยู่แล้วหาจำต้องมีการคัดค้านในข้อนี้เป็นการเฉพาะเจาะจงไม่ ส่วนที่ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความประพฤติในขณะที่มีอายุน้อยปัจจุบันได้เลิกแล้วไม่ชอบที่จะนำมาพิจารณาวินิจฉัยนั้น เห็นว่า ในการใช้ดุลพินิจศาลย่อมนำเหตุการณ์มาประกอบได้เสมอ ไม่ว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดมาแล้วนานเพียงใด
ส่วนที่ผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกาว่า ไม่สมควรตั้งผู้คัดค้านที่ 2เป็นผู้จัดการมรดกเพราะผู้คัดค้านที่ 2 สมคบกับนางเล็กผู้ร้องเพื่อจะให้ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกรายนี้นั้น เห็นว่าหาได้ปรากฏข้อเท็จจริงในสำนวนว่าเป็นดังกล่าวแต่อย่างไรไม่และที่อ้างว่าผู้คัดค้านที่ 2 มีความประพฤติไม่ดีเห็นได้จากคำคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 2 ที่กล่าวว่าผู้คัดค้านที่ 1 มิใช่ทายาทของมรดก ทำหรือใช้เอกสารปลอม ข่อมขู่ว่าผู้คัดค้านที่ 1 เป็นคนต่างด้าว ก็ไม่เป็นเหตุผลพอเพียงที่จะไม่สมควรเป็นผู้จัดการมรดกส่วนที่อ้างว่าผู้คัดค้านที่ 2 ปิดบังทรัพย์มรดกที่เบิกความว่าที่ดินทรัพย์มรดกมีเพียง 15 ไร่ และไม่ได้เบิกความถึงเงินค่าเช่าอีกนั้น เห็นว่ายังไม่พอฟังว่าเป็นการปิดบังทรัพย์มรดก คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1357/2534
นาง เล็ก เสตะ จันทร์ ผู้ร้อง
นาย เป็งง้วน หรือ ม้วน แซ่ลี้ กับพวก ผู้คัดค้าน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 1605 , ม. 1713 แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

คู่ความ: นาง เล็ก เสตะ จันทร์ ผู้ร้อง นาย เป็งง้วน หรือ ม้วน แซ่ลี้ กับพวก ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 1605 , ม. 1713

องค์คณะ: (นิเวศน์ คำผอง-ยงยุทธ ธารีสาร-ประจักษ์ พุทธิสมบัติ)

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Foreign Legal Consultant
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Thai Attorney and Notary

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Scroll to Top
WhatsApp LINE Call Book