Verified ตรวจสอบแล้ว Civil Procedure Codeป.วิ.พ. Decision 4813/2548 คำพิพากษาที่ 4813/2548 2005 (B.E. 2548)

Being on bail does not make a prison the petitioner's domicile for filing คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4813/2548

CPC Sections: มาตรา ป.วิ.พ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Being on bail did not make the Nakhon Pathom prison her domicile under CCC section 47, and she had no settled residence or occupation there; her domicile and the place where the cause arose were Chiang Rai, so under section 4(2) the petition belonged in the Chiang Rai court. The refusal to accept the petition was affirmed.

ให้ผู้ร้องเสนอคำร้องต่อศาลที่มูลคดีเกิดหรือต่อศาลที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลซึ่งก็คือศาลจังหวัดเชียงราย ไม่ใช่ศาลจังหวัดนครปฐม

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

A non-contentious petition must be filed where the cause arose or where the petitioner is actually domiciled, not where the petitioner happens to be.

Facts of the Case ข้อเท็จจริง

A person accused of not being Thai, who had been prosecuted first in Chiang Rai and then in Nakhon Pathom where she was on bail, petitioned the Nakhon Pathom court to declare her Thai nationality.

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Being on bail did not make the Nakhon Pathom prison her domicile under CCC section 47, and she had no settled residence or occupation there; her domicile and the place where the cause arose were Chiang Rai, so under section 4(2) the petition belonged in the Chiang Rai court. The refusal to accept the petition was affirmed.
ให้ผู้ร้องเสนอคำร้องต่อศาลที่มูลคดีเกิดหรือต่อศาลที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลซึ่งก็คือศาลจังหวัดเชียงราย ไม่ใช่ศาลจังหวัดนครปฐม

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 4813/2548. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4813/2548 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

English translation is being prepared and will be available soon.

ผู้ร้องเคยถูกฟ้องที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ คำฟ้องระบุว่าผู้ร้องอยู่บ้านเลขที่ 155 หมู่ 1 ตำบลเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ศาลจังหวัดเชียงรายพิพากษาลงโทษผู้ร้องจำคุก 2 ปี ผู้ร้องถูกอายัดตัวมาดำเนินคดีที่จังหวัดนครปฐม ไม่ใช่ผู้ร้องสมัครใจมายึดถิ่นที่อยู่เป็นแหล่งสำคัญที่จังหวัดนครปฐม และผู้ร้องมิได้ประกอบอาชีพใดเป็นกิจลักษณะที่จังหวัดนครปฐมที่จะถือว่าเป็นแหล่งสำคัญของถิ่นที่อยู่ การที่ผู้ร้องถูกฟ้องที่ศาลจังหวัดนครปฐมแต่ได้รับการปล่อยชั่วคราว ก็ไม่ใช่กรณีถูกจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลหรือตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย ที่จะถือว่าเรือนจำจังหวัดนครปฐมเป็นภูมิลำเนาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 47 ผู้ร้องจึงไม่มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดนครปฐม
ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดเชียงราย ผู้ร้องยื่นคำร้องขอพิสูจน์สัญชาติต่อศาลจังหวัดนครปฐม อ้างว่าเป็นคนสัญชาติไทยเกิดที่จังหวัดเชียงราย ผู้ร้องถูกกล่าวหาว่าไม่มีสัญชาติไทยและถูกดำเนินคดีที่จังหวัดเชียงรายก่อน แสดงว่ามูลคดีอาญาของผู้ร้องเกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (2) ให้ผู้ร้องเสนอคำร้องต่อศาลที่มูลคดีเกิดหรือต่อศาลที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลซึ่งก็คือศาลจังหวัดเชียงราย ไม่ใช่ศาลจังหวัดนครปฐม
คดีสืบเนื่องจากผู้ร้องถูกดำเนินคดีต่อศาลชั้นต้นคดีหมายเลขดำที่ 6636/2545 ในข้อหาแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ผู้ร้องได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ร้องอ้างว่ามีสัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดนครปฐม จึงยื่นคำร้องขอพิสูจน์สัญชาติต่อศาลชั้นต้น
ศาลชั้นต้นรับคำร้องนัดไต่สวน ข้อเท็จจริงเบื้องต้นได้ความจากผู้ร้องว่าผู้ร้องเกิดที่จังหวัดเชียงราย ศาลชั้นต้นจึงเพิกถอนคำสั่งที่รับคำร้องและมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับคำร้อง คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดแก่ผู้ร้อง จำหน่ายคดีจากสารบบความ
ผู้ร้องขออนุญาตอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต
ศาลฎีกาแผนกคดีปกครองวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอพิสูจน์สัญชาติต่อศาลจังหวัดนครปฐมซึ่งเป็นศาลชั้นต้นหรือไม่ ผู้ร้องอ้างเป็นประเด็นว่า ผู้ร้องถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดนครปฐมและผู้ร้องประกอบกิจการงานเป็นหลักแหล่งสำคัญอยู่จังหวัดนครปฐม ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดนครปฐมนั้น เห็นว่า ตามเอกสารท้ายอุทธรณ์ผู้ร้องเคยถูกฟ้องที่ศาลจังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2542 คดีหมายเลขดำที่ 5018/2542 คำฟ้องระบุผู้ร้องอยู่บ้านเลขที่ 155 หมู่ 1 ตำบลเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ต่อมาผู้ร้องถูกฟ้องที่ศาลจังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2545 คดีหมายเลขดำที่ 6636/2545 คำฟ้องระบุที่อยู่ผู้ร้องเช่นเดิม ศาลจังหวัดเชียงรายพิพากษาลงโทษผู้ร้องจำคุก 2 ปี ตามอุทธรณ์ระบุผู้ร้องถูกอายัดตัวมาดำเนินคดีที่จังหวัดนครปฐม ไม่ใช่ผู้ร้องสมัครใจมายึดถิ่นที่อยู่เป็นแหล่งสำคัญที่จังหวัดนครปฐม และข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าผู้ร้องประกอบอาชีพใดเป็นกิจลักษณะที่จังหวัดนครปฐมที่จะถือว่าเป็นแหล่งสำคัญของถิ่นที่อยู่ ส่วนข้อที่ว่าผู้ร้องถูกต้องขังนั้นข้อเท็จจริงได้ความเพียงว่าผู้ร้องถูกฟ้องที่ศาลจังหวัดนครปฐมและได้รับการปล่อยชั่วคราว จึงไม่ใช่กรณีถูกจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลหรือตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย ที่จะถือว่าเรือนจำจังหวัดนครปฐมเป็นภูมิลำเนาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 47 ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดนครปฐม เมื่อพิจารณาตามหลักฐานสำเนาฟ้องท้ายอุทธรณ์ทั้งสองฉบับดังกล่าวประกอบคำแถลงของผู้ร้องที่ว่า ผู้ร้องเกิดจังหวัดเชียงราย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดเชียงราย ผู้ร้องอ้างว่าเกิดที่จังหวัดเชียงราย แต่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนสำมะโนครัว ผู้ร้องถูกกล่าวหาว่าไม่มีสัญชาติไทยและถูกดำเนินคดีที่จังหวัดเชียงรายก่อน แสดงว่ามูลคดีของผู้ร้องเกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (2) ให้ผู้ร้องเสนอคำร้องต่อศาลที่มูลคดีเกิดหรือต่อศาลที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลซึ่งก็คือศาลจังหวัดเชียงราย ไม่ใช่ศาลจังหวัดนครปฐม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4813/2548
นางสาวดวงพร ไทรศรีคำ ผู้ร้อง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 37 , ม. 47 ป.วิ.พ. ม. 4 แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

คู่ความ: นางสาวดวงพร ไทรศรีคำ ผู้ร้อง ป.พ.พ. ม. 37 , ม. 47 ป.วิ.พ. ม. 4

องค์คณะ: (สมบัติ อรรถพิมล-วิชัย วิวิตเสวี-ธานิศ เกศวพิทักษ์)

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Foreign Legal Consultant
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Thai Attorney and Notary

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Scroll to Top
WhatsApp LINE Call Book