Permission to build on land is a licence, not a right of habitation คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 482/2506
⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ
Section 1402 habitation applies only to living in a building; permission to use another's land to build on is a licence to use land, not habitation, so section 1403 notice did not apply, and in a dispute over title no notice was needed.
ตามมาตรา 1402 สิทธิอาศัยใช้ได้แต่เรื่องอาศัยโรงเรือนเท่านั้น
Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร
Habitation rules do not protect someone who only has permission to occupy land.
Facts of the Case ข้อเท็จจริง
A man had been allowed to build a house on the plaintiff's land rent free; after his death his adopted son, who lived with him, claimed the plaintiff had to give advance notice under section 1403 before suing.
Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
Section 1402 habitation applies only to living in a building; permission to use another's land to build on is a licence to use land, not habitation, so section 1403 notice did not apply, and in a dispute over title no notice was needed.
ตามมาตรา 1402 สิทธิอาศัยใช้ได้แต่เรื่องอาศัยโรงเรือนเท่านั้น
Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 482/2506. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 482/2506 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
English translation is being prepared and will be available soon.
ตามฟ้องโจทก์มีใจความว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์จำเลยแสดงอาการละเมิดสิทธิของโจทก์โดยอ้างว่าที่รายนี้เป็นของจำเลย โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์และขอให้ขับไล่จำเลยเมื่อเกิดพิพาทกันขึ้นแล้วว่าที่ดินเป็นของฝ่ายใดเช่นนี้แม้โจทก์จะได้กล่าวไว้ด้วยว่าจำเลยอยู่ในที่พิพาทโดยโจทก์ให้อาศัยก็ไม่จำเป็นที่โจทก์จะต้องบอกเลิกล่วงหน้าแก่จำเลยว่าโจทก์ไม่ยอมให้จำเลยอยู่ในที่พิพาทต่อไปแล้ว
โจทก์ฟ้องว่าที่ไร่แปลงหนึ่งเป็นของโจทก์ เมื่อราว 18 ปีมานี้นายวีได้ขออาศัยปลูกเรือนในที่รายนี้ จำเลยเป็นบุตรบุญธรรมของนายวี ได้อยู่ร่วมเรือนกับนายวีด้วยต่อมานายวีตาย แล้วจำเลยก็อยู่ในที่นี้ต่อมาในฐานะผู้อาศัยก่อนฟ้องราว 4 เดือน สามีโจทก์ไปตัดไม้ ภรรยาจำเลยอ้างว่าจำเลยเป็นเจ้าของที่ ห้ามไม่ให้ตัดเมื่อต้นเดือนที่ฟ้องโจทก์เองไปตัดไม้ จำเลยกลับอ้างว่าที่รายนี้เป็นของตน ห้ามไม่ให้โจทก์ตัด เป็นการแย่งการครอบครองและเป็นปรปักษ์กับโจทก์ ขอให้พิพากษาว่าที่รายนี้เป็นสิทธิครอบครองของโจทก์และขับไล่จำเลยให้รื้อเรือนออกไป
จำเลยให้การว่าที่รายนี้เป็นของนายวี นายวียกให้แก่จำเลยกับคนอื่น แต่คนเหล่านี้นอกจากจำเลยไม่ได้อยู่ในที่พิพาทเรือนก็เป็นของนายวียกให้แก่จำเลย
ศาลชั้นต้นฟังว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ครอบครองมา จำเลยอาศัยอยู่ พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยรื้อเรือนออกไป
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา ศาลสั่งรับแต่ปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ฟ้องตั้งรูปคดีว่าจำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาท แต่ตามฟ้องไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาแล้ว จึงนำคดีมาฟ้องโดยไม่บอกเลิกสิทธิอาศัยล่วงหน้าเป็นเวลาพอสมควรไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1403 นั้น ตามมาตรา 1402 สิทธิอาศัยใช้ได้แต่เรื่องอาศัยโรงเรือนเท่านั้น การทรงสิทธิเหนือพื้นดินของผู้อื่นโดยไม่ต้องเสียค่าเช่าจึงไม่ใช่เรื่องอาศัย แต่เป็นการได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของผู้อื่นโดยได้รับอนุญาต จะนำเรื่องการบอกเลิกล่วงหน้าแก่ผู้อาศัยตามมาตรา 1403 วรรค 2 มาใช้แก่กรณีที่ดินหาได้ไม่อีกประการหนึ่ง ตามฟ้องโจทก์ก็มีใจความว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์จำเลยแสดงอาการละเมิดสิทธิของโจทก์โดยอ้างว่าที่รายนี้เป็นของจำเลยโจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์และขับไล่จำเลยเมื่อเกิดพิพาทกันขึ้นแล้วว่าที่ดินเป็นของฝ่ายใดเช่นนี้ แม้โจทก์จะได้กล่าวไว้ด้วยว่าจำเลยอยู่ในที่พิพาทโดยโจทก์ให้อาศัย ก็ไม่จำเป็นที่โจทก์จะต้องบอกเลิกล่วงหน้าแก่จำเลยว่าโจทก์ไม่ยอมให้จำเลยอยู่ในที่พิพาทต่อไปแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 482/2506
นางแถว ห้อยระย้า โจทก์
นายพรม โสมโสรส จำเลย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.พ. ม. 55 , ม. 172 ป.พ.พ. ม. 1375 , ม. 1402 , ม. 1403 แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
คู่ความ: นางแถว ห้อยระย้า โจทก์ นายพรม โสมโสรส จำเลย ป.วิ.พ. ม. 55 , ม. 172 ป.พ.พ. ม. 1375 , ม. 1402 , ม. 1403
องค์คณะ: (เสนอ บุณยเกียรติ-ประมูล สุวรรณศร-ยง เหลืองรังษี)
Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง
Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.
Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต