Siblings do not inherit when the deceased left a descendant, so a widow may administer alone คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 72/2542
⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ
Because the deceased left descendants (class 1), his full siblings (class 3) had no right to inherit under section 1630 and were not appropriate co-administrators; the widow, a spouse heir caring for three minor heirs, was rightly appointed alone. Her earlier conviction for illegal entry was irrelevant.
เมื่อผู้ตายมีผู้สืบสันดานซึ่งเป็นทายาทในลำดับที่ (1) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1629 ผู้คัดค้านทั้งสี่ซึ่งเป็นทายาทในลำดับที่ (3)จึงไม่มีสิทธิได้รับมรดกตามมาตรา 1630
Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร
A foreign-born spouse is a statutory heir like any other, and siblings drop out entirely when there are children.
Facts of the Case ข้อเท็จจริง
The widow, a former foreign national naturalised Thai through her husband, applied to administer his estate; his four full siblings objected and asked that one of them be joint administrator.
Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
Because the deceased left descendants (class 1), his full siblings (class 3) had no right to inherit under section 1630 and were not appropriate co-administrators; the widow, a spouse heir caring for three minor heirs, was rightly appointed alone. Her earlier conviction for illegal entry was irrelevant.
เมื่อผู้ตายมีผู้สืบสันดานซึ่งเป็นทายาทในลำดับที่ (1) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1629 ผู้คัดค้านทั้งสี่ซึ่งเป็นทายาทในลำดับที่ (3)จึงไม่มีสิทธิได้รับมรดกตามมาตรา 1630
Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 72/2542. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 72/2542 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
English translation is being prepared and will be available soon.
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายสมลักษณ์ เมฆเกรียงไกร ผู้ซึ่งถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2538 ด้วยสาเหตุหัวใจล้มเหลว นายสมลักษณ์มีทรัพย์มรดกคือที่ดิน 4 แปลง และมีเงินฝากประจำที่ธนาคารทหารไทย จำกัด สาขามีนบุรี นอกนั้นมีเงินลงทุนในห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีมีนเทรดดิ้งการจัดการมรดกมีเหตุขัดข้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย
ผู้คัดค้านทั้งสี่ยื่นคำร้องคัดค้านและแก้ไขคำร้องคัดค้านว่าผู้คัดค้านทั้งสี่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับนายสมลักษณ์ เมฆเกรียงไกร ผู้ตาย ผู้ร้องมิใช่ภริยา โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ผู้ร้องไม่มีสัญชาติไทย ผู้ตายเป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งในห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีมีนเทรดดิ้ง นอกจากนี้ผู้ตายได้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินในโฉนดและตึกแถวแทนนางเกียว พัวสวัสดิ์ ซึ่งเป็นมารดา ผู้ร้องมีเจตนาที่จะปกปิดและเบียดบังทรัยพ์ มรดกจึงมิได้บรรยายหรือแสดงบัญชีทรัพย์สินทั้งหมด ผู้ร้องมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดก ขอให้ยกคำร้องขอของผู้ร้อง และมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายสมลักษณ์ เมฆเกรียงไกร ผู้ตาย โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ให้ยกคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านทั้งสี่
ผู้คัดค้านทั้งสี่อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้คัดค้านทั้งสี่ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมาโดยผู้คัดค้านทั้งสี่มิได้ฎีกาโต้แย้งเป็นอย่างอื่นฟังได้ยุติว่า ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย มีบุตรด้วยกัน 3 คน เดิมผู้ร้องเป็นคนต่างด้าว ต่อมาได้รับอนุญาตให้ถือสัญชาติไทยตามผู้ตายแล้ว ส่วนผู้คัดค้านทั้งสี่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับผู้ตาย เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2538 ผู้ตายถึงแก่ความตายโดยมิได้ทำพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือตั้งผู้จัดการมรดกไว้ ผู้ตายมีทรัพย์มรดกหลายอย่าง ทั้งที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง เงินลงหุ้น และเงินฝากธนาคาร คงมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านทั้งสี่ว่า สมควรตั้งให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่ เห็นว่า ในการตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ถ้าไม่มีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์และโดยคำนึงถึงเจตนาของผู้ตายผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย มีบุตรด้วยกันถึง 3 คน ซึ่งยังเป็นผู้เยาว์อยู่ในความปกครองของผู้ร้องผู้ร้องและบุตรทั้งสามเป็นทายาทโดยธรรมผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงในกองมรดก ผู้ตายเป็นผู้ดำเนินการให้ผู้ร้องได้สัญชาติไทยตามผู้ตาย แม้จะปรากฏว่าผู้ร้องเคยถูกดำเนินคดีฐานเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีคำพิพากษาให้ออกนอกราชอาณาจักรมาแล้วก็เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับข้อห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดกการตั้งให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกจึงเป็นประโยชน์สูงสุดแก่กองมรดกตามความมุ่งหมายของกฎหมาย ฎีกาผู้คัดค้านทั้งสี่ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
ปัญหาต่อไปมีว่า สมควรตั้งให้ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า ผู้คัดค้านทั้งสี่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับผู้ตาย เมื่อผู้ตายมีผู้สืบสันดานซึ่งเป็นทายาทในลำดับที่ (1) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1629 ผู้คัดค้านทั้งสี่ซึ่งเป็นทายาทในลำดับที่ (3)จึงไม่มีสิทธิได้รับมรดกตามมาตรา 1630 ผู้คัดค้านทั้งสี่ จึงมิได้เป็นทายาทโดยธรรมผู้มีสิทธิรับมรดก ที่ผู้คัดค้านทั้งสี่อ้างว่าเจ้ามรดกได้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเท่าที่ทราบคือ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้แทนนางเกียว พัวสวัสดิ์ ซึ่งเป็นมารดาผู้ตาย และผู้คัดค้านทั้งสี่อันเป็นทรัพย์ที่อยู่ในกองมรดกที่ผู้ร้องขอจัดการมรดกด้วยแต่ผู้คัดค้านนำสืบไม่ชัดแจ้ง ทั้งถ้าหากข้ออ้างของผู้คัดค้านทั้งสี่เป็นความจริง ก็ชอบที่ผู้คัดค้านทั้งสี่จะเรียกร้องเอาจากกองมรดกเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหากเมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์ของผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสี่ตามที่ปรากฏในคำร้องขอ คำร้องคัดค้านและการนำสืบของทั้งสองฝ่ายแล้ว กรณีมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับทรัพย์มรดกของผู้ตายการที่จะให้ผู้คัดค้านที่ 2 จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้อง จึงมีข้อแสดงให้เห็นเบื้องต้นว่า ไม่อาจที่จะจัดการร่วมกันได้ประกอบกับผู้ร้องเป็นทายาทโดยธรรมประเภทคู่สมรส ซึ่งต้องระวังรักษาประโยชน์ของบุตรผู้เยาว์อีกสามคนที่เป็นทายาทโดยธรรมในลำดับที่ (1) ส่วนผู้คัดค้านทั้งสี่เป็นทายาทโดยธรรมในลำดับที่ (3) ซึ่งไม่มีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตายดังที่วินิจฉัยมาแล้ว จึงไม่สมควรที่จะตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล"
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 72/2542
นาง มา ลี เมฆเกรียงไกร หรือนางฟู จิงฉิน เมฆเกรียงไกร ผู้ร้อง
นาง สำรวย เมฆ เกรียงไกร กับพวก ผู้คัดค้าน
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 1629 , ม. 1713 แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
คู่ความ: นาง มา ลี เมฆเกรียงไกร หรือนางฟู จิงฉิน เมฆเกรียงไกร ผู้ร้อง นาง สำรวย เมฆ เกรียงไกร กับพวก ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 1629 , ม. 1713
องค์คณะ: (ผล อนุวัตรนิติการ-สมลักษณ์ จัดกระบวนพล-เสรี ชุณหถนอม)
Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง
Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.
Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต