When a spouse dies mid-case, the divorce claim lapses and compensation falls away คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8040/2556
⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ
Because the marriage had ended by death (the court cites sections 1501 and 1514), there was no need to decide whether the wife's conduct was a divorce ground; without a divorce judgment the compensation could not be claimed, and the marital property fell to be divided as at the date of death under section 1625. The case was struck out under Civil Procedure Code section 132 (3).
เมื่อศาลไม่ได้พิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่ากัน โจทก์จึงไม่อาจเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้
Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร
Compensation linked to divorce disappears if a spouse dies before the divorce judgment is final.
Facts of the Case ข้อเท็จจริง
A husband who could no longer support himself won a divorce and compensation in the lower courts because his wife did not care for him; he died while the wife's appeal was pending and his mother was admitted to continue the case.
Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
Because the marriage had ended by death (the court cites sections 1501 and 1514), there was no need to decide whether the wife's conduct was a divorce ground; without a divorce judgment the compensation could not be claimed, and the marital property fell to be divided as at the date of death under section 1625. The case was struck out under Civil Procedure Code section 132 (3).
เมื่อศาลไม่ได้พิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่ากัน โจทก์จึงไม่อาจเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้
Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 8040/2556. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8040/2556 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
English translation is being prepared and will be available soon.
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับผิดจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้แก่โจทก์เดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป นอกจากนี้ในระหว่างอยู่กินด้วยกันโจทก์จำเลยมีสินสมรส 3 รายการ คือ รถยนต์หมายเลขทะเบียน ก - 8538 แพร่ ราคา 150,000 บาท รถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน แพร่ ฌ 7162 ราคา 5,000 บาท และสินค้าในร้านราคา 200,000 บาท จึงขอให้บังคับจำเลยแบ่งสินสมรสให้โจทก์กึ่งหนึ่งเป็นเงิน 177,500 บาท
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์หย่าขาดจากจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าทดแทน 40,000 บาท แก่โจทก์ ให้แบ่งสินสมรสตามฟ้องให้โจทก์จำเลยฝ่ายละกึ่งหนึ่ง ถ้าการแบ่งไม่อาจกระทำได้หรือจะเสียหายมากนักให้ขายโดยการประมูลราคาระหว่างโจทก์จำเลยหรือขายทอดตลาด คำขออื่นให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ถึงแก่ความตาย นางคำ มารดาของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาอนุญาต
ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1501 ระบุว่า การสมรสย่อมสิ้นสุดลงด้วยความตาย การหย่าหรือศาลพิพากษาให้เพิกถอน และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1514 ระบุว่า การหย่านั้นจะทำได้แต่โดยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายหรือโดยคำพิพากษาของศาล คดีนี้ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่าขาดจากกัน โดยวินิจฉัยว่า โจทก์ซึ่งไม่สามารถประกอบการงานและช่วยเหลือตนเองได้อย่างปกติ แต่จำเลยในฐานะภริยากลับไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูโจทก์ จึงเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 (6) และกำหนดให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนให้โจทก์เป็นเงิน 40,000 บาท จำเลยฎีกาทำนองว่าบิดามารดาโจทก์ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับโจทก์เกินสมควร ไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของจำเลยในการดูแลรักษาและเลี้ยงดูโจทก์ เป็นการบีบบังคับไม่ให้จำเลยดูแลโจทก์โดยปริยายซึ่งไม่ใช่ความสมัครใจของจำเลยแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นเหตุหย่าตามกฎหมาย แต่ในระหว่างพิจารณาคดีของศาลฎีกา โจทก์ได้ถึงแก่ความตายทำให้การสมรสสิ้นสุดลงเนื่องจากความตายของโจทก์แล้ว ศาลฎีกาจึงไม่จำต้องพิจารณาพิพากษาตามฎีกาของจำเลยอีกต่อไปว่า การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าได้หรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลของการสมรสเปลี่ยนแปลงไป ส่วนค่าทดแทนที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์จำนวน 40,000 บาท นั้น เห็นว่า เมื่อศาลไม่ได้พิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่ากัน โจทก์จึงไม่อาจเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้เพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1524 ระบุว่าการเรียกค่าทดแทนจากอีกฝ่ายหนึ่งจะมีได้เฉพาะในกรณีศาลพิพากษาให้หย่ากันเท่านั้น และการแบ่งสินสมรสหลังการสมรสสิ้นสุดเพราะการตายต้องแบ่งทรัพย์สินระหว่างผู้ตายกับจำเลยซึ่งเป็นคู่สมรสที่มีชีวิตอยู่นับแต่เวลาที่การสมรสสิ้นสุดไปด้วยเหตุความตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1625 ด้วย ฉะนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยปัญหาตามฟ้องโจทก์ต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 (3)
ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นในชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8040/2556
นายอุดมพร เพชรหาญ โจทก์
นางเพ็ญศิริ เพชรหาญ จำเลย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 1524 , ม. 1625 ป.วิ.พ. ม. 132 (3) แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
คู่ความ: นายอุดมพร เพชรหาญ โจทก์ นางเพ็ญศิริ เพชรหาญ จำเลย ป.พ.พ. ม. 1524 , ม. 1625 ป.วิ.พ. ม. 132 (3)
ศาล: ศาลจังหวัดแพร่แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว - นายวิชา เหล่าเทิดพงษ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายสรศักดิ์ ศรีพิชญาการ
องค์คณะ: (วันทนี กีรติพิบูล-เพลินจิต ตั้งพูลสกุล-ชาติชาย อัครวิบูลย์)
Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง
Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.
Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต