Supplying a crane with its operator is hire of work, not a lease คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11044/2558
⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ
The Supreme Court held the contract was hire of work under section 587, judged by the result to be achieved, not a hire of property under section 537, and the crane company was liable for its operator's negligence.
เพราะมุ่งเน้นเอาผลสำเร็จของการงานที่ทำเป็นสำคัญ หาใช่เป็นสัญญาเช่าทรัพย์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 537
Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร
Supplying equipment with an operator who controls the work is not a lease, which affects liability and exclusion clauses.
Facts of the Case ข้อเท็จจริง
A crane company supplied a crane and its own operator to lift machinery, which fell and was damaged; the insurer of the buyer sued in subrogation.
Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
The Supreme Court held the contract was hire of work under section 587, judged by the result to be achieved, not a hire of property under section 537, and the crane company was liable for its operator's negligence.
เพราะมุ่งเน้นเอาผลสำเร็จของการงานที่ทำเป็นสำคัญ หาใช่เป็นสัญญาเช่าทรัพย์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 537
Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 11044/2558. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11044/2558 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
English translation is being prepared and will be available soon.
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 2,173,087 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,170,857 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 2,170,857 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 23 เมษายน 2553) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบรับกันและไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังเป็นที่ยุติว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ณ ประเทศญี่ปุ่น มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการประกันภัยและโจทก์ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในประเทศไทย ตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โจทก์มอบอำนาจให้นายโทชินาริ ผู้จัดการทั่วไปของโจทก์ดำเนินคดีนี้ จำเลยจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการผลิต ประกอบ ซ่อม ซื้อ ขาย เช่า ให้เช่า รถเครน รถยก รถเทรลเลอร์ ฯลฯ โจทก์ได้รับประกันภัยสินค้าเครื่องจักรตามฟ้องของบริษัทเมนเดนชา คอร์ปอเรชั่น ผู้ขายในประเทศญี่ปุ่นซึ่งบริษัทไทย เมเดนชา จำกัด เป็นตัวแทนผู้สั่งซื้อและติดตั้งเครื่องจักรให้แก่บริษัทฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ผู้ซื้อในประเทศไทย โดยโจทก์รับประกันภัยในภัยพิบัติทั้งปวงที่เกิดขึ้นแก่เครื่องจักรซึ่งบริษัทเมเดนชา คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้เอาประกันภัยในวงเงินคุ้มครองความเสียหาย 110,550,000 เยน และมีบริษัทฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด เป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย ต่อมาเครื่องจักรซึ่งบรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ถูกขนส่งจากท่าเรือเมืองโยโกฮามาถึงท่าเรือกรุงเทพในสภาพเรียบร้อย หลังจากนั้นบริษัทไทย เมเดนชา จำกัด ซึ่งมีหน้าที่ติดตั้งเครื่องจักรได้ติดต่อขอเช่าและจำเลยตกลงให้เช่ารถเครนปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่คันเกิดเหตุไปดำเนินการยกเครื่องจักรเพื่อติดตั้ง ณ โรงงานของบริษัทฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ครั้นเครื่องจักรได้ถูกขนส่งจากท่าเรือกรุงเทพไปยังโรงงานของบริษัทฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด เพื่อติดตั้ง นายขรรชัย พนักงานขับรถเครนของจำเลยได้ใช้ปั้นจั่นรถเครนคันเกิดเหตุยกเครื่องจักรลงจากรถบรรทุกเพื่อจะวางตามจุดที่นายเกรียงไกร พนักงานของบริษัทไทย เมเดนชา จำกัด เป็นผู้กำหนด แต่ขณะที่ปั้นจั่นกำลังยกเครื่องจักรซึ่งมีน้ำหนัก 10,700 กิโลกรัม ขึ้นสูงประมาณ 1.5 เมตร เครื่องจักรได้รูดตกลงไปกระแทกกับพื้นได้รับความเสียหาย โจทก์ได้ให้บริษัทนิปปอนไดจิ เคนเตอิ (ไทยแลนด์) จำกัด ทำการสำรวจความเสียหายรวมทั้งส่งกลับไปตรวจสอบ ซ่อมและทดลองการใช้งานที่บริษัทผู้ผลิตในประเทศญี่ปุ่นแล้วส่งกลับมายังประเทศไทย ต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 4,998,923 เยน และ 371,245.18 บาท หรือรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,170,857 บาท ต่อมาโจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยเครื่องจักรได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทไทย เมเดนชา จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนผู้รับมอบอำนาจของบริษัทฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ผู้รับประโยชน์ เป็นเงิน 2,170,857 บาท นอกจากนี้คดียังฟังยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยที่คู่ความไม่อุทธรณ์โต้แย้งเป็นอย่างอื่นว่า คำฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับค่าเสียหายไม่เคลือบคลุมและเหตุที่เครื่องจักรรูดรถตกลงไปกระแทกพื้นได้รับความเสียหาย ไม่ใช่เกิดจากเหตุสุดวิสัยตามที่จำเลยให้การต่อสู้ กับคดีฟังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ว่า ในกรณีที่โจทก์ได้รับช่วงสิทธิ โจทก์คงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินค่าเสียหายจากจำเลยได้นับแต่วันฟ้องเท่านั้น
มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า เหตุที่เครื่องจักรตกลงไปกระแทกพื้นได้รับความเสียหาย เป็นอุบัติเหตุซึ่งจำเลยไม่ต้องรับผิด โจทก์ผู้รับประกันภัยเครื่องจักร จึงไม่อาจได้รับช่วงสิทธิมาฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยดังที่ศาลชั้นต้นพิพากษาหรือไม่ เห็นว่า แม้คู่ความจะรับกันว่า สัญญาระหว่างบริษัทไทย เมเดนชา จำกัด กับจำเลย ซึ่งบริษัทจำเลยได้เข้าถือเอาประโยชน์ตามสัญญาเป็นการเช่าทรัพย์ตามข้อความที่ระบุในสำเนาหนังสือขอเสนอราคาค่าเช่าและสำเนาใบรับงานเช่าก็ตาม แต่นายขรรชัยคนขับรถเครนคันเกิดเหตุก็เป็นพนักงานของจำเลย ซึ่งเป็นผู้ควบคุมปั้นจั่นรถเครนในการยกเครื่องจักรขึ้นลงตามความชำนาญงานของตน ส่วนนายเกรียงไกร พนักงานผู้ควบคุมงานของบริษัทไทย เมนเดนชา จำกัด น่าเชื่อว่า เป็นเพียงผู้กำหนดจุดที่จะวางตั้งเครื่องจักรเท่านั้น นายเกรียงไกรไม่มีอำนาจกำหนดวิธีการใช้อุปกรณ์หรือปั้นจั่นของรถเครน ซึ่งเป็นอำนาจโดยเฉพาะของนายขรรชัยพนักงานขับรถเครนของจำเลย ดังนี้ การงานที่ทำดังกล่าวจึงมีลักษณะสำคัญเป็นการทำการงานที่จำเลยตกลงรับทำให้บริษัทไทย เมเดนชา จำกัด ผู้ว่าจ้างจนสำเร็จ และผู้ว่าจ้างตกลงให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น โดยจำเลยเป็นผู้จัดหาเครื่องมือคือรถเครนคันเกิดเหตุสำหรับใช้ทำการงานให้สำเร็จตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 588 สัญญาระหว่างบริษัทไทย เมเดนชา จำกัด กับจำเลยจึงมีลักษณะเป็นสัญญาจ้างทำของตามมาตรา 587 เพราะมุ่งเน้นเอาผลสำเร็จของการงานที่ทำเป็นสำคัญ หาใช่เป็นสัญญาเช่าทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537 ตามที่คู่ความเข้าใจไม่ ดังนั้น จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องจัดหาเครื่องมือชนิดดีและไม่มีความชำรุดบกพร่องไปปฏิบัติงานที่รับจ้างทำ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความตามทางพิจารณาว่า ปั้นจั่นรถเครนซึ่งเป็นเครื่องมือที่จำเลยนำไปใช้ทำการงานที่รับจ้างมีความชำรุดบกพร่อง เพราะจำเลยรวมทั้งพนักงานขับรถของจำเลยมิได้ใช้ความระมัดระวังในการตรวจสอบปั้นจั่นรถเครนคันเกิดเหตุให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยก่อนนำไปใช้ทำการงานที่ตนรับจ้าง เป็นเหตุให้เครื่องจักรรูดตกลงไปกระแทกพื้นได้รับความเสียหาย เป็นผลที่สืบเนื่องมาจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยและพนักงานขับรถของจำเลย จึงเป็นการทำละเมิดต่อเจ้าของกรรมสิทธิ์เครื่องจักร จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บริษัทฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ผู้ซื้อเครื่องจักรซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เครื่องจักร ส่วนข้อตกลงท้ายใบรับงานเช่าที่ยกเว้นความรับผิดของจำเลย นั้น ไม่ปรากฏว่า บริษัทฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ได้มอบอำนาจให้บริษัทไทย เมเดนชา จำกัด เป็นตัวแทน ไปทำข้อตกลงกับจำเลยด้วย ดังนั้น ไม่ว่าข้อตกลงยกเว้นความรับผิดจะมีผลใช้บังคับแก่บริษัทไทย เมเดนชา จำกัด ได้หรือไม่ก็ตาม ก็เป็นเรื่องระหว่างบริษัทไทย เมเดนชา จำกัด ผู้รับติดตั้งเครื่องจักรกับจำเลยซึ่งเป็นคู่สัญญากันเท่านั้น ข้อตกลงหาได้มีผลผูกพันไปถึงบริษัทฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยเครื่องจักรตามฟ้องได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทไทย เมเดนชา จำกัด ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจเรียกร้องและรับเงินค่าเสียหายแทนบริษัทฮอนด้า คาร์ อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยไปแล้ว ดังปรากฏตามใบเสร็จรับเงิน/ใบสละ/ใบรับช่วงสิทธิ โจทก์ผู้รับประกันภัยในภัยพิบัติของเครื่องจักรย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของบริษัทฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด มาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 880 วรรคหนึ่ง และศาลฎีกาเห็นสมควรกล่าวด้วยว่า แม้คำฟ้องโจทก์จะบรรยายมาว่าโจทก์ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทไทย เมเดนชา จำกัด โดยโจทก์มิได้บรรยายฟ้องมาท้ายข้อความตอนนี้ว่า บริษัทไทย เมเดนชา จำกัด เป็นตัวแทนผู้มีอำนาจรับเงินแทนบริษัทฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด แต่โจทก์ก็บรรยายฟ้องมาในตอนแรกแล้วว่า หลังจากเครื่องจักรได้รับความเสียหาย บริษัทไทย เมเดนชา จำกัด ในฐานะตัวแทนของบริษัทฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ผู้ซื้อได้มีหนังสือเรียกร้องค่าเสียหายจากโจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัย ดังนั้น ที่โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทไทย เมเดนชา จำกัด จึงเป็นที่เข้าใจได้ว่าเป็นการชดใช้ค่าเสียหายแก่บริษัทไทย เมเดนชา จำกัด ในฐานะตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด คำวินิจฉัยของศาลฎีกาในข้อนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นที่โจทก์ฟ้อง เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว ปัญหาข้ออื่นตามฎีกาของจำเลย จึงไม่จำต้องยกขึ้นวินิจฉัยอีกต่อไป เพราะไม่ว่าจะวินิจฉัยไปในทางใด ก็ไม่อาจทำให้ผลของคำพิพากษานี้เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นไปได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า ขณะที่จำเลยรับงานให้เช่ารถเครนคันเกิดเหตุเพื่อยกเครื่องจักรนั้น บริษัทไทย เมเดนชา จำกัด ไม่มีผู้ใดลงชื่อรับทราบข้อตกลงยกเว้นความรับผิดของจำเลยที่ท้ายใบรับงานเช่า แม้นายเกรียงไกรพนักงานของบริษัทไทย เมเดนชา จำกัด จะลงชื่อในใบรับงานเช่า แต่ก็เป็นเพียงลงชื่อในช่องผู้ควบคุมงานเท่านั้น ไม่ใช่ลงชื่อในฐานะคู่สัญญากับจำเลย ข้อตกลงการเช่าซึ่งระบุให้ยกเว้นความรับผิดของจำเลย จึงไม่มีผลผูกพันบริษัทไทย เมเดนชา จำกัด จำเลยจึงต้องรับผิดในความเสียหายอันเกิดแต่การนั้นและเมื่อโจทก์ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทไทย เมเดนชา จำกัด แล้ว ย่อมเข้ารับช่วงสิทธิมาเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยได้และพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 2,170,857 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องมานั้น ศาลฎีกาคงเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11044/2558
บริษัทมิตซุยสุมิโตโม อินชัวรันซ์ จำกัด โจทก์
บริษัทเครน แอนด์ ทรานส์ จำกัด จำเลย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 420 , ม. 537 , ม. 588 , ม. 880 แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
คู่ความ: บริษัทมิตซุยสุมิโตโม อินชัวรันซ์ จำกัด โจทก์ บริษัทเครน แอนด์ ทรานส์ จำกัด จำเลย ป.พ.พ. ม. 420 , ม. 537 , ม. 588 , ม. 880
ศาล: ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นางสาวสุพจี รุ่งโรจน์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายศักดิ์ชัย รังษีวงศ์
องค์คณะ: (สุรชาติ บุญศิริพันธ์-กษิดิ์เดช จีนสลุต-จักรกฤช เจริญเลิศ)
Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง
Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.
Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต