Large transfers described in chats as investments are not enforceable as loans คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2566
⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ
LINE messages can be written evidence signed by the sender under the Electronic Transactions Act, but these only said the first defendant would chase the money and pointed to a joint investment in luxury cars, with no interest agreed; they did not show a loan or acknowledge a loan debt, so the claim failed under section 653 para 1; the dismissal was affirmed.
ข้อความสนทนาตามที่โจทก์นำสืบมายังไม่พอมีน้ำหนักฟังได้ว่า เงินจำนวน 7,800,000 บาท ที่โจทก์มอบให้แก่จำเลยที่ 1 ไปเป็นเงินกู้ยืม
Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร
Large transfers described in chats as investments will not be enforced as loans without an express acknowledgement.
Facts of the Case ข้อเท็จจริง
The plaintiff paid 7.8 million baht into the second defendant's account and relied on LINE conversations with the first defendant as evidence of a loan.
Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
LINE messages can be written evidence signed by the sender under the Electronic Transactions Act, but these only said the first defendant would chase the money and pointed to a joint investment in luxury cars, with no interest agreed; they did not show a loan or acknowledge a loan debt, so the claim failed under section 653 para 1; the dismissal was affirmed.
ข้อความสนทนาตามที่โจทก์นำสืบมายังไม่พอมีน้ำหนักฟังได้ว่า เงินจำนวน 7,800,000 บาท ที่โจทก์มอบให้แก่จำเลยที่ 1 ไปเป็นเงินกู้ยืม
Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 1112/2566. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2566 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
English translation is being prepared and will be available soon.
โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 7,800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติโดยคู่ความไม่ฎีกาว่า เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2560 โจทก์สั่งจ่ายเช็คธนาคาร ก. สาขาอุดรธานี ลงวันที่ 19 เมษายน 2560 จำนวนเงิน 7,800,000 บาท แล้วนำฝากเข้าบัญชีธนาคาร ก. ซึ่งเป็นของจำเลยที่ 2 โจทก์มอบให้ทนายความมีหนังสือทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้แล้ว โจทก์และจำเลยที่ 1 มีการสนทนาผ่านระบบแอปพลิเคชันไลน์ระหว่างกัน
มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกู้ยืมเงิน 7,800,000 บาท ไปจากโจทก์หรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีนายปัญญา ผู้รับมอบอำนาจโจทก์มาเบิกความประกอบข้อความสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยทั้งสองมีนายสนั่น ผู้รับมอบอำนาจจำเลยทั้งสองมาเบิกความประกอบข้อความสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ระหว่างโจทก์ จำเลยที่ 1 และบุคคลภายนอก โดยพยานโจทก์และพยานจำเลยทั้งสองมิได้เป็นประจักษ์พยานที่รู้เห็นการกู้ยืมเงินและการลงทุนของโจทก์กับจำเลยที่ 1 แต่อย่างใด จึงต้องพิจารณาจากข้อความสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์อันเป็นเอกสารที่คู่ความทั้งสองฝ่ายอ้างส่งศาล แม้ข้อความสนทนาผ่านระบบแอปพลิเคชันไลน์ระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นการสนทนาผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตถือว่าเป็นการส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และเป็นหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจำเลยที่ 1 ตามที่โจทก์ฎีกาก็ตาม แต่ข้อมูลดังกล่าวจะรับฟังเป็นยุติได้หรือไม่นั้นต้องพิเคราะห์ข้อความสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ประกอบกันซึ่งเป็นข้อความสนทนาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ในลักษณะโจทก์ทวงถามเงินที่อ้างว่าจำเลยที่ 1 กู้ยืมจากโจทก์ไป 7,800,000 บาท เป็นการส่งข้อความสนทนาระหว่างกันเฉพาะวันที่ 3 ตุลาคม 2560 และวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 เท่านั้น โดยข้อความสนทนาในวันที่ 3 ตุลาคม 2560 โจทก์ส่งข้อความว่า "ถ้าเร็วกว่านี้ได้ก็ดีครับ เพราะผมเห็นว่า สสไผ่น่าจะมีรายได้แล้ว เรื่องรถหรืออะไรก็ตามเพราะเป็น สส แล้วถ้าช่วยผมได้ก่อนเงินแค่ 7.8 ล้านผมว่า สสไผ่มีอยู่แล้ว..." ในแผ่นที่ 5 ปรากฏข้อความที่จำเลยที่ 1 ส่งมาว่า "เดียวผมจัดการให้ครับ" "คันq7 ครับ" และ "ภายในสิ้นเดือนครับ" ซึ่งโจทก์ส่งข้อความกลับมาว่า "ผมจำคันไม่ได้แต่เอาว่าที่ สสไผ่คุยกับผมว่าคัน 7.8 ล้าน เป็นของ สสไผ่เอง เอาตรงนี้ สสไผ่ เอาคันที่ สสไผ่เอาเงินผมไปเพราะ สสไผ่รู้ดีครับ บัญชีที่ สสไผ่มี ผมเอาตามบัญชีที่ สส.ไผ่ก็แล้วกันครับ" จำเลยที่ 1 ส่งข้อความว่า "ครับผมเต็มที่ครับ" "ไงผมก็ต้องจัดการครับ" "ผมแค่อธิบายเฉยๆครับเพิ่งไล่ดูครับ" ในแผ่นที่ 6 โจทก์ส่งข้อความต่อมาว่า "ยังไม่ได้คืนคันสุดท้ายที่ผมโอนไปให้ 7.8 สสไผ่ก็ยังบอกผมที่วังเด็ก 7.8 ยอดนี้เป็นของ สสไผ่จะรีบโอนให้ไงครับ" ซึ่งข้อความสนทนาเช่นเดียวกันนี้ ปรากฏเอกสารและข้อความที่จำเลยที่ 1 ส่งแทรกเข้ามาต่อจากที่โจทก์ส่งข้อความแรก ซึ่งเป็นเอกสารรายการรถยนต์คันที่ 9 ถึงคันที่ 17 โดยมีเส้นสีดำวงไว้ในคันที่ 14 ที่มีข้อความว่า คันที่ 14 new Nissan gtr คันนี้วางไว้ 8 เดือนแล้ว ยอดวาง 8,000,000 บาท ดอกเบี้ยงวดละ 200,000 บาท (ค้างจ่ายดอกเบี้ย 5 งวด) และมีข้อความที่จำเลยที่ 1 ส่งตามมาว่า "ยอดนี้นะครับ" และ "ยอดรถพ่อผมคืนไปแล้วครับ" แล้วจึงเป็นข้อความที่โจทก์ส่งมาว่า "ผมจำคันไม่ได้แต่เอาว่าที่ สสไผ่คุยกับผมว่าคัน 7.8 ล้านเป็นของ สสไผ่เอง เอาตรงนี้ สสไผ่ เอาคันที่ สสไผ่เอาเงินผมไปเพราะ สสไผ่รู้ดีครับ..." ตามที่ปรากฏข้างต้น จากข้อความสนทนาตามเอกสารทั้งสองดังกล่าวมีข้อความสอดคล้องเชื่อมโยงกันโดยเฉพาะเวลาที่ส่งข้อความเป็นลำดับกัน และข้อความเอกสารที่จำเลยที่ 1 ส่งให้แก่โจทก์ เป็นข้อความที่ถูกตัดออกไปจากข้อความสนทนา เมื่อพิจารณาแล้วทำให้เห็นว่า เงินจำนวน 7,800,000 บาท ที่จำเลยที่ 1 รับไปผ่านบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 นั้น เกี่ยวข้องกับรถยนต์ตามที่จำเลยที่ 1 ส่งเอกสาร และเมื่อพิจารณาจากเอกสาร ซึ่งโจทก์ส่งให้แก่จำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 2 และ 3 พฤศจิกายน 2560 ปรากฏรายการรถยนต์จำนวน 14 คัน ซึ่งตรงกับเอกสารที่จำเลยที่ 1 ส่งให้โจทก์ โดยเฉพาะรถยนต์คันที่ 14 ยกเว้นงวดที่ค้างจ่ายของรถยนต์แต่ละคันที่แตกต่างกันตามเวลาที่ส่งข้อความเท่านั้น เมื่อพิจารณาระยะเวลาวางรถยนต์คันที่ 14 จากเอกสารดังกล่าวตามเวลาที่มีการส่งข้อความแต่ละครั้งก็สอดคล้องกับระยะเวลาที่จำเลยที่ 1 รับเงินไปจากโจทก์ นอกจากนี้ข้อความสนทนาผ่านระบบแอปพลิเคชันไลน์เป็นข้อความสนทนาระหว่างกันเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง โดยโจทก์อ้างเพียงฝ่ายเดียวว่าจำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินโจทก์ 7,800,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 1 คงส่งข้อความตอบรับโดยใช้ถ้อยคำแต่เพียงว่าจะติดตามเงินจำนวนดังกล่าวให้ มิได้ยอมรับโดยชัดแจ้งว่ามีการกู้ยืมเงินกัน จำเลยที่ 1 ยังส่งข้อความสนทนาในลักษณะว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเรื่องการวางรถยนต์ที่ร่วมลงทุนกัน แต่รถยนต์ถูกอายัด จำเลยที่ 1 พยายามติดตามให้นายบอยหรือนายอินทระศักดิ์ ชำระหนี้ดังกล่าวให้แก่โจทก์ และยังมีข้อความสนทนาที่นายบอยขอชำระหนี้ให้แก่โจทก์ด้วย ทำให้มีน้ำหนักเชื่อได้ว่าโจทก์กับนายบอยร่วมลงทุนเกี่ยวกับรถยนต์ราคาแพง (รถซุปเปอร์คาร์) รวมถึงรถยนต์คันที่ 14 ข้างต้น โดยมีจำเลยที่ 1 มีส่วนร่วมรู้เห็นตามที่จำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้ไว้ อีกทั้งการกู้ยืมเงินจำนวนมากเช่นนี้ทางนำสืบของโจทก์กลับไม่ปรากฏมีการเรียกผลประโยชน์หรือดอกเบี้ยเป็นการตอบแทนกันอันเป็นการผิดปกติวิสัย ข้อความสนทนาตามที่โจทก์นำสืบมายังไม่พอมีน้ำหนักฟังได้ว่า เงินจำนวน 7,800,000 บาท ที่โจทก์มอบให้แก่จำเลยที่ 1 ไปเป็นเงินกู้ยืม และไม่อาจถือเป็นหลักฐานกู้ยืมเงินเป็นหนังสือที่จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อไว้แล้วหรือเป็นหนังสือรับสภาพหนี้เงินกู้ยืมตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง และมาตรา 9 ตามที่โจทก์ฎีกา อันจะนำมาฟ้องร้องให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 รับผิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2566
นาย ผ. กับพวก จำเลย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 653 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 ม. 8 วรรคหนึ่ง , ม. 9 แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
คู่ความ: นาย ก. โจทก์ นาย ผ. กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 653 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 ม. 8 วรรคหนึ่ง , ม. 9
ศาล: ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายไตรสิทธิ์ วิสูตรธนาวิทย์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายสมควร ศิริยุทธ
องค์คณะ: (ชูศักดิ์ ทองวิทูโกมาลย์-ขนิษฐา อรุณวงศ์-อริยะ นาวินธรรม)
Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง
Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.
Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต