Verified ตรวจสอบแล้ว Civil & Commercial Codeป.พ.พ. Decision 14040/2557 คำพิพากษาที่ 14040/2557 2014 (B.E. 2557)

Property bought in the Thai spouse's name during marriage is still marital property คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14040/2557

CCC Sections: มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

The land and house were acquired during the marriage and were marital property under section 1474(1), to be divided equally under section 1533; the husband's half of the land had to be disposed of within the time set by the Director General under section 94 of the Land Code, but the house was not subject to that order because a foreigner may own buildings.

แม้ที่ดินและบ้านระบุชื่อของโจทก์เพียงฝ่ายเดียว แต่ก็เป็นทรัพย์สินที่โจทก์ได้มาระหว่างโจทก์กับจำเลยสมรสกัน

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

Registration in the Thai spouse's name does not stop property bought during the marriage from being marital, and a foreign spouse's share of land is realised by a forced sale.

Facts of the Case ข้อเท็จจริง

A Thai wife and a foreign husband who had lived together in England married in 1986 and then bought land and a house in Bangkok registered in her name alone; at divorce he claimed she held it as his agent.

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

The land and house were acquired during the marriage and were marital property under section 1474(1), to be divided equally under section 1533; the husband's half of the land had to be disposed of within the time set by the Director General under section 94 of the Land Code, but the house was not subject to that order because a foreigner may own buildings.
แม้ที่ดินและบ้านระบุชื่อของโจทก์เพียงฝ่ายเดียว แต่ก็เป็นทรัพย์สินที่โจทก์ได้มาระหว่างโจทก์กับจำเลยสมรสกัน

Legal Analysis การวิเคราะห์ทางกฎหมาย

On section 1533: The house and land were sin somros under section 1474 (1) to be divided equally under section 1533; the husband's half of the land, being acquired in breach of Land Code section 86, had to be disposed of under section 94 within the time set by the Director General of Lands, while the house, which an alien may own, was not subject to forced disposal.

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 14040/2557. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14040/2557 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

English translation is being prepared and will be available soon.

โจทก์กับจำเลยจดทะเบียนสมรสกันและซื้อที่ดินพร้อมบ้านภายหลังจดทะเบียนสมรส แม้ที่ดินและบ้านระบุชื่อโจทก์เพียงฝ่ายเดียวแต่เป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส จึงเป็นทรัพย์สินที่โจทก์และจำเลยได้มาระหว่างสมรสตาม ป.พ.พ. มาตรา 1474 (1) ซึ่งโจทก์และจำเลยต้องนำมาแบ่งกันเมื่อขาดจากการสมรสโดยได้ส่วนเท่ากันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1533
การที่โจทก์ซื้อที่ดินและบ้านพิพาทระหว่างสมรสกับจำเลย แม้ส่วนของจำเลยซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าวนั้น การทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทจะฝ่าฝืน ป.ที่ดิน มาตรา 86 แต่การได้ที่ดินมามิใช่จะไม่มีผลใด ๆ เสียเลยเพราะจำเลยยังมีสิทธิได้รับผล ตาม ป.ที่ดิน มาตรา 94 ที่บัญญัติให้คนต่างด้าวจัดการจำหน่ายที่ดินดังกล่าวนั้นได้และการบังคับให้จำหน่ายดังกล่าวหมายความเฉพาะกับที่ดินพิพาทเท่านั้น ไม่รวมบ้านซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างพิพาทด้วยเพราะคนต่างด้าวไม่ต้องห้ามมิให้ถือกรรมสิทธิ์ในสิ่งปลูกสร้างแต่ประการใด
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาให้โจทก์กับจำเลยหย่าขาดจากกัน และให้ขายบ้าน (บ้านเดี่ยวพร้อมที่ดิน 100 ตารางวา)ที่เป็นสินสมรสตามฟ้อง โดยให้โจทก์หรือจำเลยมีสิทธิขายบ้าน ได้เงินมาจำนวนเท่าไร ให้แบ่งให้โจทก์และจำเลยคนละครึ่ง
จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้พิพากษาให้โจทก์โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 62146 ตำบลคลองกุ่ม อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 4/415 หมู่ที่ 4 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร คืนให้แก่จำเลย หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามขอให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า บ้านพร้อมที่ดินตามฟ้องเป็นสินสมรส ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิในทรัพย์พิพาทกึ่งหนึ่ง หากโจทก์และจำเลยตกลงแบ่งทรัพย์พิพาทไม่ได้ ให้นำทรัพย์พิพาทออกขายทอดตลาด เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วแบ่งเงินสุทธิให้โจทก์กึ่งหนึ่งตามฟ้องและฟ้องแย้ง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองฝ่ายสมควรให้เป็นพับ
ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์และจำเลยหย่าขาดจากกันและให้นำทรัพย์สินพิพาทออกขายแล้วเอาเงินที่ขายได้แบ่งกันเท่านั้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยชั้นฎีกาของจำเลยประเด็นแรกว่า ทรัพย์พิพาทคือที่ดินและบ้านเลขที่ 4/415 ซึ่งปลูกสร้างบนที่ดินโฉนดเลขที่ 62146 เป็นสินสมรสหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า จำเลยต้องการซื้อที่ดินและบ้านเป็นของจำเลย เนื่องจากจำเลยเป็นคนต่างด้าวไม่อาจถือกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ จึงใส่ชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านดังกล่าว ถือได้ว่าโจทก์เป็นตัวแทนเชิดของจำเลย โจทก์ต้องคืนที่ดินและบ้านแก่จำเลยนั้น เห็นว่า การที่จำเลยจะตั้งโจทก์เป็นตัวแทนเชิดในการถือครองที่ดินและบ้านพิพาทสามารถกระทำได้โดยโจทก์และจำเลยไม่ต้องจดทะเบียนสมรส ทั้งพฤติการณ์ที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยอยู่กินฉันสามีภริยามาก่อนที่ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ปี 2527 ต่อมาจึงจดทะเบียนสมรสกัน จำเลยก็ไม่ได้ให้การปฏิเสธ ข้อเท็จจริงดังกล่าวรับฟังได้ตามที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยอยู่กินฉันสามีภริยากันตั้งแต่ปี 2527 ต่อมาวันที่ 12 พฤศจิกายน 2529 โจทก์กับจำเลยจึงจดทะเบียนสมรสและซื้อที่ดินและบ้านดังกล่าวมาภายหลังมีการจดทะเบียนสมรส แม้ที่ดินและบ้านระบุชื่อของโจทก์เพียงฝ่ายเดียว แต่ก็เป็นทรัพย์สินที่โจทก์ได้มาระหว่างโจทก์กับจำเลยสมรสกัน จึงเป็นทรัพย์สินที่โจทก์กับจำเลยได้มาระหว่างสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1474 (1) ที่จำเลยอ้างว่า โจทก์เป็นตัวแทนเชิดของจำเลยนั้น มีเฉพาะคำเบิกความของจำเลย ซึ่งขัดต่อการประพฤติปฏิบัติระหว่างโจทก์กับจำเลยซึ่งปฏิบัติต่อกันมาโดยอยู่กินฉันสามีภริยาก่อนมีการจดทะเบียนสมรส ดังนั้นที่ดินและบ้านจึงเป็นสินสมรส ซึ่งโจทก์กับจำเลยต้องนำมาแบ่งกันเมื่อขาดจากการสมรสโดยได้ส่วนเท่ากันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1533 ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
ปัญหาตามฎีกาของจำเลยประการสุดท้ายว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้แบ่งทรัพย์สิน โดยนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดโดยไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 94 เป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า การที่โจทก์ซื้อที่ดินและบ้านพิพาทระหว่างสมรสกับจำเลย แม้ส่วนของจำเลยซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าวนั้น การทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทจะฝ่าฝืนตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 86 แต่การได้ที่ดินมาก็มิใช่ว่าจะไม่มีผลใด ๆ เสียเลยเพราะจำเลยยังมีสิทธิได้รับผลตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 94 ที่บัญญัติให้คนต่างด้าวจัดการจำหน่ายที่ดินดังกล่าวนั้นได้ และการบังคับให้จำหน่ายดังกล่าวหมายความเฉพาะกับที่ดินพิพาทเท่านั้น ไม่รวมบ้านซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างพิพาทด้วย เพราะคนต่างด้าวไม่ต้องห้ามมิให้ถือกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้างแต่ประการใด ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ขายทอดตลาดที่ดินและบ้าน โดยไม่ได้กำหนดให้จำเลยปฏิบัติตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 94 นั้น เป็นการไม่ชอบ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจำหน่ายเฉพาะที่ดินโฉนดเลขที่ 62146 ตำบลคลองกุ่ม อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ครึ่งหนึ่งภายในเวลาที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนด โดยให้โจทก์ผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์แทนจำเลยไปจดทะเบียนโอนจำหน่ายได้ หากไม่ได้ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาและให้จำเลยมีสิทธิในเงินที่จำหน่าย หากไม่ปฏิบัติตามให้อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้นได้ตามกฎหมาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำพิพากษาศาลฎีกาให้อธิบดีกรมที่ดินทราบ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14040/2557
นางบุญล้อม สุดตา โจทก์
นายไมเคิล แม็ค คิมมี่ จำเลย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 1474 (1) , ม. 1533 ป.ที่ดิน ม. 86 , ม. 94 แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

คู่ความ: นางบุญล้อม สุดตา โจทก์ นายไมเคิล แม็ค คิมมี่ จำเลย ป.พ.พ. ม. 1474 (1) , ม. 1533 ป.ที่ดิน ม. 86 , ม. 94

ศาล: ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นายพิธี อุปปาติก ศาลอุทธรณ์ - นายธีระพล ศรีอุดมขจร

องค์คณะ: (ชัยยุทธ ศรีจำนงค์-พฤษภา พนมยันตร์-กิจชัย จิตธารารักษ์)

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Foreign Legal Consultant
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Thai Attorney and Notary

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Scroll to Top
WhatsApp LINE Call Book