A bare right to assign a lease does not by itself make it inheritable คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 383/2540
⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ
The Supreme Court held a lease is personal and ends on the tenant's death; the transfer clause, permitted by section 544, applied only while the parties were alive and bound only them, so it did not pass to the son and eviction was upheld.
เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับการโอนการเช่าในระหว่างที่ผู้ให้เช่าและผู้เช่ายังมีชีวิตอยู่ซึ่งอาจทำได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา544
Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร
A bare right to assign does not by itself make a lease inheritable.
Facts of the Case ข้อเท็จจริง
A shophouse lease allowed the tenant to transfer the lease on paying the landlord 2,000 baht; the tenant died and the new owners sued his son to leave.
Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
The Supreme Court held a lease is personal and ends on the tenant's death; the transfer clause, permitted by section 544, applied only while the parties were alive and bound only them, so it did not pass to the son and eviction was upheld.
เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับการโอนการเช่าในระหว่างที่ผู้ให้เช่าและผู้เช่ายังมีชีวิตอยู่ซึ่งอาจทำได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา544
Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 383/2540. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 383/2540 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
English translation is being prepared and will be available soon.
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 74580 และตึกแถวเลขที่ 11/134-136 โดยซื้อมาจากนางสาวศิริกุล จิตรชื่น เดิมนางสาวศิริกุลได้ให้นายหลิวกาหยุงเซี่ยงหลิว เช่าอยู่ ต่อมานายหลิวกาหยุงถึงแก่ความตายเป็นเหตุให้สัญญาเช่าระงับ จำเลยซึ่งเป็นบุตรของนายหลิวกาหยุงและเป็นบริวารจึงไม่มีสิทธิอยู่ในตึกแถวพิพาทอีกต่อไป ขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากตึกแถวพิพาท และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองในอัตราเดือนละ 24,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากตึกพิพาท และส่งมอบตึกแถวพิพาทคืนโจทก์ทั้งสองเสร็จสิ้น
จำเลยให้การว่า สัญญาเช่าระหว่างนายหลิวหาหยุงกับนางสาวศิริกุลเป็นสัญญาต่างตอบแทนชนิดพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา เนื่องจากนายหลิวกาหยุงได้จ่ายเงินช่วยค่าก่อสร้างตึกแถวพิพาทดังกล่าวให้แก่นางสาวศิริกุล สิทธิการเช่าจึงเป็นทรัพย์มรดกของนายหลิวกาหยุง โจทก์เสียหายไม่เกินเดือนละ 300 บาทขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้น พิพากษา ให้ยก ฟ้องโจทก์
โจทก์ ทั้ง สอง อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยขนย้ายยกทรัพย์สินและบริวารออกไปจากตึกแถวเลขที่ 11/134-136 ถนนเอกชัย แขวงบางขุนเทียนเขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร และส่งมอบตึกแถวคืนแก่โจทก์ทั้งสองให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองในอัตราเดือนละ 6,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากตึกแถวดังกล่าวและส่งมอบตึกแถวคืนแก่โจทก์ทั้งสองเสร็จขึ้น
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า ตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.1 ข้อ 4 ระบุว่า ในระหว่างสัญญาเช่ายังไม่ครบกำหนดอายุสัญญา ผู้เช่ามีสิทธิที่จะโอนกรรมสิทธิการเช่าให้แก่ผู้อื่นได้ แต่จะต้องชำระเงินให้แก่ผู้ให้เช่าเป็นค่าตอบแทนจำนวน 2,000 บาท ซึ่งเป็นการให้สิทธิแก่ผู้เช่าที่จะโอนสิทธิการเช่าให้แก่ผู้ใดก็ได้ แต่ต้องเสียค่าตอบแทนให้แก่ผู้ให้เช่าเป็นเงินจำนวนหนึ่ง สิทธิการเช่าของนายหลิวกาหยุง จึงเป็นทรัพย์สิทธิเมื่อนายหลิวกาหยุงผู้เช่าตาย สิทธิการเช่าซึ่งเป็นทรัพย์สิทธิก็ย่อมเป็นมรดกตกทอดแก่จำเลยผู้เป็นทายาท สัญญาเช่าดังกล่าวหาได้เป็นบุคคลสิทธิดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การเช่าทรัพย์สินนั้นปกติฝ่ายผู้ให้เช่าย่อมเพ่งเล็งถึงคุณสมบัติผู้เช่าว่าจะสมควรได้รับความไว้วางใจในการใช้ทรัพย์สินที่เช่าและในการดูแลทรัพย์สินที่เช่าหรือไม่ฉะนั้น สิทธิของผู้เช่าจึงมีสภาพเป็นการเฉพาะตัว เมื่อผู้เช่าตายสัญญาเช่าเป็นอันระงับไปไม่ตกทอดไปถึงทายาท ที่สัญญาเช่าตามเอกสารหมาย จ.1 ข้อ 4 ระบุว่าในระหว่างสัญญาเช่ายังไม่ครบกำหนดอายุสัญญา ผู้เช่ามีสิทธิที่จะโอนการเช่าให้แก่ผู้อื่นได้แต่ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ผู้ให้เช่าเป็นเงินจำนวน 2,000 บาทนั้น เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับการโอนการเช่าในระหว่างที่ผู้ให้เช่าและผู้เช่ายังมีชีวิตอยู่ ซึ่งอาจทำได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 544 และเป็นเพียงบุคคลสิทธิผูกพันเฉพาะคู่สัญญาหาได้ตกทอดมายังจำเลยแต่อย่างใดไม่ โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 383/2540
นาย ธนกร สิงหทองพูน กับพวก โจทก์
นาย ศุภชัย หลิ่วพิริยะวงศ์ จำเลย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 537 , ม. 544 , ม. 1600 แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
คู่ความ: นาย ธนกร สิงหทองพูน กับพวก โจทก์ นาย ศุภชัย หลิ่วพิริยะวงศ์ จำเลย ป.พ.พ. ม. 537 , ม. 544 , ม. 1600
องค์คณะ: (อุระ หวังอ้อมกลาง-ปราโมทย์ ชพานนท์-เสริม บุญทรงสันติกุล)
Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง
Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.
Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต