A buyer of let property is not bound by the seller's earlier assignment of future rent คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 765/2557
⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ
From the transfer the rent was a fruit belonging to the new owner, so the former landlord had nothing left to assign; section 569 covers rights and duties between lessor and lessee and does not extend to a separate assignment of rent, so the assignee had no claim against the tenant and the suit was dismissed.
บทบัญญัติของกฎหมายนี้เป็นสิทธิและหน้าที่ระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่าตามสัญญาเช่า ไม่ครอบคลุมถึงสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินค่าเช่าด้วย
Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร
A buyer of let property is not bound by the seller's prior assignment of future rent.
Facts of the Case ข้อเท็จจริง
A landlord company assigned its future rent from a petrol station tenant for 2001 to 2015 to a leasing company, but the land became owned by an asset management company from October 2010, and the tenant paid the 2011 rent to the new owner.
Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
From the transfer the rent was a fruit belonging to the new owner, so the former landlord had nothing left to assign; section 569 covers rights and duties between lessor and lessee and does not extend to a separate assignment of rent, so the assignee had no claim against the tenant and the suit was dismissed.
บทบัญญัติของกฎหมายนี้เป็นสิทธิและหน้าที่ระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่าตามสัญญาเช่า ไม่ครอบคลุมถึงสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินค่าเช่าด้วย
Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 765/2557. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 765/2557 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
English translation is being prepared and will be available soon.
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,302,631 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,263,158 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,302,631 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,263,158 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 22 ธันวาคม 2554) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนด ค่าทนายความ 8,000 บาท
จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบค่าเช่าตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การที่บริษัทบุญต่อ จำกัด โอนสิทธิเรียกร้องค่าเช่าอันจะพึงได้รับจากบริษัทโมบิลออยล์ไทยแลนด์ จำกัด แก่โจทก์ และได้รับความยินยอมในการโอนสิทธิรับค่าเช่าดังกล่าว สิทธิและหน้าที่ข้างต้นนั้นคงผูกพันบริษัทบุญต่อ จำกัด เจ้าหนี้และบริษัทโมบิลออยล์ไทยแลนด์ จำกัด ลูกหนี้ตามหนังสือโอนสิทธิเรียกร้องนั้น แต่เมื่อปรากฏว่าตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2553 บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินที่จำเลยเช่าดำเนินการสถานีบริการน้ำมัน ค่าเช่าที่คำนวณได้จากจำเลยได้ใช้ที่ดินนั้นย่อมเป็นดอกผลของบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าว บริษัทบุญต่อ จำกัด ไม่มีสิทธิใดในค่าเช่าอีกต่อไป ย่อมไม่มีสิทธิโอนสิทธิเรียกร้องค่าเช่าให้โจทก์ กรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "อันว่าสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นย่อมไม่ระงับไป เพราะเหตุโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินซึ่งให้เช่า" และวรรคสองบัญญัติว่า "ผู้รับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีต่อผู้เช่านั้นด้วย" บทบัญญัติของกฎหมายนี้เป็นสิทธิและหน้าที่ระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่าตามสัญญาเช่า ไม่ครอบคลุมถึงสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินค่าเช่าด้วย ดังนั้น การที่บริษัทบุญต่อ จำกัด โอนสิทธิเรียกร้องรับเงินค่าเช่าที่มีต่อบริษัทโมบิลออยล์ไทยแลนด์ จำกัด ให้แก่โจทก์สำหรับงวดปี 2544 ถึงปี 2558 หาใช่เป็นสิทธิและหน้าที่ของผู้ให้เช่าที่บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด ต้องผูกพันด้วยไม่ หากโจทก์ต้องเสียหายเนื่องจากไม่ได้รับเงินค่าเช่าตามฟ้อง โจทก์กับบริษัทบุญต่อ จำกัด มีสิทธิและหน้าที่กันอย่างไรชอบจะไปว่ากล่าวกันเอง การที่จำเลยชำระค่าเช่างวดปี 2554 แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยไม่ได้ชำระให้แก่โจทก์ซึ่งไร้สิทธิเรียกร้องค่าเช่าแล้ว ไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบค่าเช่าตามฟ้องได้ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเช่าพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองชั้นศาลแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความรวม 12,000 บาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 765/2557
บริษัทสิงขร ลิสซิ่ง จำกัด โจทก์
บริษัทเอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำเลย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.พ. ม. 55 ป.พ.พ. ม. 569 , ม. 1336 แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
คู่ความ: บริษัทสิงขร ลิสซิ่ง จำกัด โจทก์ บริษัทเอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำเลย ป.วิ.พ. ม. 55 ป.พ.พ. ม. 569 , ม. 1336
ศาล: ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายชูเกียรติ ตังคโนภาส
องค์คณะ: (นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี-วิวรรต นิ่มละมัย-ปกรณ์ มหรรณพ)
Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง
Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.
Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต