Verified ตรวจสอบแล้ว Civil & Commercial Codeป.พ.พ. Decision 7789/2560 คำพิพากษาที่ 7789/2560 2017 (B.E. 2560)

A sale of marital land by one spouse without consent can be revoked คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7789/2560

CCC Sections: มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Land bought during the marriage was marital property under section 1474(1) although only the wife's name was on the title; because she sold it with a right of redemption without consent under section 1476(1) and the buyer knew this, the husband could have the sale revoked under section 1480. The Supreme Court affirmed the revocation.

เมื่อจำเลยที่ 1 นำที่ดินสินสมรสไปขายฝากแก่จำเลยที่ 2 โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1476 (1) และจำเลยที่ 2 ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

A sale with right of redemption is caught by item (1), and a buyer who knows the spouse has not consented cannot rely on good faith.

Facts of the Case ข้อเท็จจริง

A wife registered as sole owner sold two plots of marital land with a right of redemption to a professional buyer without her husband's consent; the buyer had signed a Land Office note that the spouse had not consented.

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Land bought during the marriage was marital property under section 1474(1) although only the wife's name was on the title; because she sold it with a right of redemption without consent under section 1476(1) and the buyer knew this, the husband could have the sale revoked under section 1480. The Supreme Court affirmed the revocation.
เมื่อจำเลยที่ 1 นำที่ดินสินสมรสไปขายฝากแก่จำเลยที่ 2 โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1476 (1) และจำเลยที่ 2 ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว

Legal Analysis การวิเคราะห์ทางกฎหมาย

On section 1480: Because the land was marital property, the sale needed consent under section 1476(1), and the buyer knew consent was missing, so the husband could have the sale revoked under section 1480; the Supreme Court affirmed the revocation and the order to hand back the title deeds.

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 7789/2560. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7789/2560 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

English translation is being prepared and will be available soon.

แม้จำเลยที่ 1 ซื้อที่ดินทั้งสองแปลงเอง และปรากฏชื่อจำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียวถือกรรมสิทธิ์ แต่เป็นการได้ทรัพย์สินมาในระหว่างสมรส ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ใช้เงินสินส่วนตัวไปซื้อที่ดินดังกล่าวมา ที่ดินทั้งสองแปลงย่อมเป็นสินสมรสตาม ป.พ.พ. มาตรา 1474 (1) เมื่อจำเลยที่ 1 นำที่ดินสินสมรสไปขายฝากแก่จำเลยที่ 2 โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ซึ่งเป็นคู่สมรสตาม ป.พ.พ. มาตรา 1476 (1) และจำเลยที่ 2 ทราบถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว โจทก์ย่อมฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรม การขายฝากนั้นได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1480
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการขายฝากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามโฉนดที่ดินเลขที่ 19654 และ 2508 อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ระหว่างจำเลยทั้งสอง กับให้จำเลยที่ 2 ส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาทแก่โจทก์และห้ามเกี่ยวข้องหรือทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว
จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ
จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยที่ 2 ใหม่ โดยแจ้งวันนัดให้จำเลยที่ 1 ทราบ แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ยกอุทธรณ์ของโจทก์คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความในการดำเนินคดีในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้เป็นพับ
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษากลับ ให้เพิกถอนการขายฝากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามโฉนดที่ดินเลขที่ 19654 และ 2508 อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ระหว่างจำเลยทั้งสองเสีย ให้จำเลยที่ 2 ส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาททั้งสองแปลงนี้แก่โจทก์ และห้ามจำเลยที่ 2 เข้าไปเกี่ยวข้องหรือทำประโยชน์ในที่ดินพิพาททั้งสองแปลง ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 15,000 บาท
ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 เคยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ระหว่างสมรสมีทรัพย์สินเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 2508 อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และที่ดินโฉนดเลขที่ 19654 อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น โดยมีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2553 จำเลยที่ 1 นำที่ดินโฉนดเลขที่ 19654 ไปจดทะเบียนขายฝากแก่จำเลยที่ 2 และวันที่ 8 มีนาคม 2554 จดทะเบียนขยายระยะเวลาไถ่ถอนออกไปอีก 1 ปี และในวันเดียวกันจำเลยที่ 1 นำที่ดินโฉนดเลขที่ 2508 พร้อมสิ่งปลูกสร้างจดทะเบียนขายฝากไว้แก่จำเลยที่ 2 อีก ต่อมาวันที่ 8 กรกฎาคม 2556 โจทก์กับจำเลยที่ 1 จดทะเบียนหย่าขาดจากกัน
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 2508 และ 19654 เป็นสินสมรสของโจทก์กับจำเลยที่ 1 หรือไม่ และจำเลยที่ 2 รับซื้อฝากไว้โดยสุจริตหรือไม่ โจทก์มีตัวโจทก์เบิกความว่า ระหว่างสมรสโจทก์กับจำเลยที่ 1 ร่วมกันซื้อที่ดินทั้งสองแปลงโดยใส่ชื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ จำเลยที่ 1 นำสินสมรสไปขายฝากหลายรายการ โจทก์กับจำเลยที่ 1 จึงจดทะเบียนหย่ากันเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2556 โดยไม่ได้บันทึกเรื่องทรัพย์สินไว้เพราะยังไม่ทราบรายละเอียด ต่อมาวันที่ 15 กรกฎาคม 2556 โจทก์ประสงค์จะแบ่งสินสมรสจึงทราบว่า จำเลยที่ 1 นำที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวไปขายฝากไว้แก่จำเลยที่ 2 โดยโจทก์ไม่ได้ให้ความยินยอม ซึ่งจำเลยที่ 2 ทราบดีว่าโจทก์เป็นสามีของจำเลยที่ 1 และโจทก์ไม่ได้ให้ความยินยอมในการขายฝาก ขณะทำสัญญาขายฝากจำเลยที่ 1 ทำงานเป็นพนักงานที่ดินอยู่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น สาขากระนวน นายภูษิต เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น สาขากระนวน เบิกความว่า การทำสัญญาขายฝากครั้งนี้ คู่สมรสของผู้ขายฝากไม่ได้ให้ถ้อยคำยินยอมโดยผู้ซื้อฝากทราบว่าผู้ขายฝากมีคู่สมรสและคู่สมรสไม่ได้มาให้ความยินยอม ฝ่ายจำเลยที่ 2 มีตัวจำเลยที่ 2 เบิกความว่า จำเลยที่ 2 มีอาชีพรับซื้อฝากที่ดิน จำเลยที่ 1 นำที่ดินมาขายฝาก 9 แปลง จำเลยที่ 2 ทราบว่าโจทก์เป็นสามีของจำเลยที่ 1 แต่สอบถามจำเลยที่ 1 แจ้งว่า จำเลยที่ 1 ซื้อที่ดินทั้งสองแปลงมาเอง โจทก์ไม่เกี่ยวข้อง เห็นว่า ตามบันทึกด้านหลังหนังสือสัญญาขายฝากที่ดิน จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อให้ถ้อยคำไว้เองว่า การจดทะเบียนนิติกรรมรายนี้คู่สมรสของฝ่ายผู้ขายฝากไม่ได้ให้ถ้อยคำยินยอม การจดทะเบียนนิติกรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบัน และอาจเกิดผลเสียหายได้ ข้าพเจ้าทั้งสองฝ่ายยืนยันให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนได้ หากเกิดการเสียหายขึ้นภายหลัง ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบเองทั้งสิ้นไม่เกี่ยวแก่พนักงานเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า สัญญาขายฝากฉบับที่จำเลยที่ 2 เก็บรักษาไว้ตามเอกสารแนบท้ายฎีกา ไม่มีข้อความเกี่ยวกับการให้ความยินยอมของคู่สมรสเหมือนกับที่ปรากฏในเอกสารสำเนาสัญญาขายฝาก ซึ่งเมื่อพิจารณาสำเนาสัญญาขายฝาก เป็นฉบับที่เจ้าพนักงานที่ดินรับรองความถูกต้องแล้ว อีกทั้งจำเลยที่ 2 ก็มิได้นำสืบปฏิเสธความถูกต้องของเอกสารดังกล่าวหรือปฏิเสธว่า ลายมือชื่อที่ลงรับทราบข้อความดังกล่าวในช่องผู้รับซื้อฝากมิใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ประกอบกับจำเลยที่ 2 เบิกความยอมรับเองว่า ทราบว่าโจทก์เป็นสามีของจำเลยที่ 1 แสดงว่าขณะทำสัญญาขายฝากที่ดินทั้งสองแปลงจำเลยที่ 2 ทราบดีว่าโจทก์เป็นคู่สมรสของจำเลยที่ 1 และไม่ได้ให้ความยินยอมในการที่จำเลยที่ 1 นำที่ดินทั้งสองแปลงมาขายฝาก จำเลยที่ 2 อ้างต่อสู้เพียงว่า สอบถามจำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 1 บอกว่าซื้อเอง โจทก์ไม่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี แม้จำเลยที่ 1 ซื้อที่ดินทั้งสองแปลงเองและปรากฏชื่อจำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียวถือกรรมสิทธิ์ แต่เป็นการได้ทรัพย์สินมาในระหว่างสมรส ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ใช้เงินสินส่วนตัวไปซื้อที่ดินดังกล่าวมา ที่ดินทั้งสองแปลงย่อมเป็นสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1474 (1) เมื่อจำเลยที่ 1 นำที่ดินสินสมรสไปขายฝากแก่จำเลยที่ 2 โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1476 (1) และจำเลยที่ 2 ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว โจทก์ย่อมฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมนั้นได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1480 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7789/2560
นาง ก. กับพวก จำเลย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 1474 (1) , ม. 1476 (1) , ม. 1480 แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

คู่ความ: นาย ส. โจทก์ นาง ก. กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 1474 (1) , ม. 1476 (1) , ม. 1480

ศาล: ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น - นางสาวดวงรักษ์ ตรงเมธีรัตน์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายสมัย เฮงมีชัย

องค์คณะ: (จิรนิติ หะวานนท์-พิศล พิรุณ-พิศิฏฐ์ สุดลาภา)

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Foreign Legal Consultant
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Thai Attorney and Notary

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Scroll to Top
WhatsApp LINE Call Book