กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 109 — การหมดหน้าที่ของพยานเมื่อเบิกความแล้ว

คนบทกฎหมาย

เมื่อพยานคนใดได้เบิกความแล้ว ไม่ว่าพยานนั้นจะได้รับหมายเรียก หรือคู่ความนำมาเองก็ดี พยานนั้นย่อมหมดหน้าที่ ๆ จะอยู่ที่ศาลอีกต่อไป เว้นแต่ศาลจะได้สั่งให้พยานนั้นรอคอยอยู่ตามระยะเวลาที่ศาลจะกำหนดไว้

คำแปลภาษาไทย

When a witness has given testimony, whether that witness was summoned or was brought by a party, the witness is discharged from any further duty to remain at the court, unless the court has ordered the witness to wait for such period as the court may fix.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 109 กำหนดจุดที่หน้าที่ในการมาศาลของพยานสิ้นสุดลง เมื่อเบิกความแล้ว พยานไม่ว่าจะถูกหมายเรียกตามมาตรา 106 หรือคู่ความนำมาเอง ย่อมหมดหน้าที่ที่จะต้องอยู่ที่ศาลอีกต่อไป ทั้งนี้ศาลยังมีดุลพินิจสั่งให้พยานรอคอยตามระยะเวลาที่กำหนดได้ เช่น กรณีที่อาจต้องเรียกพยานกลับ ให้เผชิญกับพยานอื่น หรือสืบเพิ่มเติม หลักนี้ช่วยให้พยานไม่ต้องรอคอยอย่างไม่มีกำหนดเมื่อเบิกความเสร็จ ในขณะที่ศาลยังคงควบคุมการดำเนินกระบวนพิจารณาได้

ความสำคัญต่อ

ควรแจ้งพยานว่าโดยทั่วไปกลับได้เมื่อเบิกความเสร็จ ซึ่งช่วยให้พยานที่มีภารกิจยินยอมมาศาลตั้งแต่แรก แต่ควรเตือนว่าอย่าถือเป็นแน่ หากมีโอกาสที่จะเรียกกลับหรือต้องเทียบคำเบิกความกับพยานอื่น ศาลสั่งให้รอได้ จึงควรตรวจสอบก่อนกลับ หากคุณอาจต้องใช้พยานอีกในการพิจารณานัดเดียวกัน ควรขอให้ศาลสั่งให้พยานอยู่รอ ดีกว่าเสี่ยงให้พยานกลับบ้านไป

เลย

พยานกลับได้หลังเบิกความเสร็จหรือไม่

ได้ ตามมาตรา 109 พยานที่เบิกความแล้วย่อมหมดหน้าที่ที่จะอยู่ที่ศาล ไม่ว่าจะถูกหมายเรียกหรือคู่ความนำมาเอง เว้นแต่ศาลสั่งเป็นอย่างอื่น

ศาลสั่งให้พยานอยู่ต่อหลังเบิกความได้หรือไม่

ได้ ศาลอาจสั่งให้พยานรอคอยตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น กรณีที่อาจต้องเรียกกลับหรือสืบเพิ่มเติม

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น