กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 222/10 — คำฟ้องคดีแบบกลุ่มและค่าขึ้นศาล

คนบทกฎหมาย

คำฟ้องของโจทก์ต้องทำเป็นหนังสือและแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับ รวมทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาของโจทก์และของกลุ่มบุคคลที่มีลักษณะเดียวกับโจทก์ด้วย และในกรณีที่โจทก์มีคำขอบังคับให้จำเลยชำระหนี้เป็นเงิน คำขอบังคับของกลุ่มบุคคลต้องระบุหลักการและวิธีการคำนวณเพื่อชำระเงินให้แก่สมาชิกกลุ่มเท่าที่จะระบุได้ แต่ไม่จำเป็นต้องแสดงจำนวนเงินที่สมาชิกกลุ่มแต่ละรายจะได้รับด้วย
ในการดำเนินคดีแบบกลุ่ม ให้โจทก์ผู้เริ่มคดีเสียค่าขึ้นศาลตามคำขอบังคับเฉพาะในส่วนของโจทก์ผู้เริ่มคดีเท่านั้น

คำแปลภาษาไทย

The plaintiff's complaint must be made in writing and clearly state the nature of the claim, the demand for relief, together with the allegations relied upon as the basis of the claim of the plaintiff and of the group of persons having the same characteristics as the plaintiff. In the case where the plaintiff seeks an order requiring the defendant to pay a debt in money, the demand of the group of persons must specify the principle and the method of calculation for payment to group members as far as it can be specified, but it is not necessary to state the amount of money that each group member will receive.
In conducting a class action, the plaintiff who initiates the case shall pay court fees according to the demand for relief only in the part relating to the plaintiff who initiates the case.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

บทบัญญัตินี้เปิดส่วนที่ 2 ว่าด้วยการขออนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม และกำหนดสาระสำคัญที่คำฟ้องคดีแบบกลุ่มต้องมี โดยต่อยอดจากหลักการทำคำคู่ความทั่วไป แต่เพิ่มมิติของกลุ่ม คือคำฟ้องต้องแสดงข้อหาทั้งของโจทก์และของกลุ่มบุคคลที่มีลักษณะเดียวกัน การยอมให้ระบุเพียงหลักการและวิธีคำนวณโดยไม่ต้องแจกแจงจำนวนเงินรายบุคคล สอดคล้องกับความจริงที่ว่าสมาชิกกลุ่มมักยังไม่ทราบตัวในขณะยื่นฟ้อง วรรคท้ายเป็นจุดสำคัญด้านการเข้าถึงความยุติธรรม เพราะโจทก์ผู้เริ่มคดีรับภาระค่าขึ้นศาลเฉพาะส่วนของตน จึงไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์รวมของทั้งกลุ่ม

ความสำคัญต่อ

หลักเรื่องค่าขึ้นศาลคือกลไกสำคัญที่ทำให้คดีแบบกลุ่มในไทยเป็นไปได้จริง เพราะในคดีเรียกเงินทั่วไปค่าขึ้นศาลคิดตามร้อยละของทุนทรัพย์ ซึ่งหากเป็นกลุ่มขนาดใหญ่จะสูงมาก แต่มาตรานี้ให้โจทก์ผู้เริ่มคดีเสียเฉพาะส่วนของตน คดีกลุ่มจึงเป็นไปได้ในทางการเงิน หากท่านเป็นผู้บริโภคหรือนักลงทุนที่คิดจะฟ้องแบบกลุ่ม การเขียนหลักการและวิธีคำนวณในคำฟ้องมีความสำคัญมาก เพราะสูตรที่คลุมเครือหรือใช้ไม่ได้อาจทำให้ศาลไม่อนุญาตในภายหลัง ทีมทนายของเราช่วยประเมินได้ว่าข้อพิพาทของท่านเหมาะกับรูปแบบคดีกลุ่มหรือไม่

เลย

โจทก์ผู้เริ่มคดีแบบกลุ่มต้องเสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ของทั้งกลุ่มหรือไม่

ไม่ต้อง ตามมาตรา ๒๒๒/๑๐ โจทก์ผู้เริ่มคดีเสียค่าขึ้นศาลเฉพาะส่วนของตนเองเท่านั้น ไม่ใช่ตามทุนทรัพย์รวมของทั้งกลุ่ม

คำฟ้องคดีแบบกลุ่มต้องระบุจำนวนเงินที่สมาชิกแต่ละรายจะได้รับหรือไม่

ไม่ต้อง คำฟ้องต้องระบุเพียงหลักการและวิธีการคำนวณเงินที่จะจ่ายให้สมาชิกกลุ่มเท่าที่ระบุได้ แต่ไม่จำเป็นต้องแสดงจำนวนเงินของสมาชิกแต่ละราย

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น