ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 222/19: การยกเลิกการดำเนินคดีแบบกลุ่ม
ตัวบทกฎหมาย
ในกรณีที่การดำเนินคดีแบบกลุ่มจะไม่คุ้มครองหรือเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกกลุ่มอย่างเพียงพอ หรือไม่มีความจำเป็นที่จะดำเนินคดีแบบกลุ่มอีกต่อไป เมื่อความปรากฏต่อศาลเองหรือตามคำแถลงของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งยกเลิกการดำเนินคดีแบบกลุ่มและดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปอย่างคดีสามัญ โดยให้ถือว่ากระบวนพิจารณาที่ได้กระทำไปแล้วมีผลผูกพันการดำเนินคดีสามัญของโจทก์และจำเลยต่อไปด้วย
หากความปรากฏต่อศาลในระหว่างการพิจารณาว่าทนายความฝ่ายโจทก์ไม่สามารถดำเนินคดีคุ้มครองสิทธิของกลุ่มบุคคลได้อย่างเพียงพอและเป็นธรรม หรือทนายความฝ่ายโจทก์ขอถอนตัวจากการดำเนินคดีแบบกลุ่ม ศาลอาจมีคำสั่งให้โจทก์และสมาชิกกลุ่มจัดหาทนายความคนใหม่มาดำเนินคดีแทนภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด หากโจทก์และสมาชิกกลุ่มเพิกเฉยไม่ดำเนินการดังกล่าว ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม
คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด
คำแปลภาษาอังกฤษ
ในกรณีที่การดำเนินคดีแบบกลุ่มจะไม่คุ้มครองหรือเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกกลุ่มอย่างเพียงพอ หรือไม่มีความจำเป็นที่จะดำเนินคดีแบบกลุ่มอีกต่อไป เมื่อความปรากฏต่อศาลเองหรือตามคำแถลงของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งยกเลิกการดำเนินคดีแบบกลุ่มและดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปอย่างคดีสามัญ โดยให้ถือว่ากระบวนพิจารณาที่ได้กระทำไปแล้วมีผลผูกพันการดำเนินคดีสามัญของโจทก์และจำเลยต่อไปด้วย
หากความปรากฏต่อศาลในระหว่างการพิจารณาว่าทนายความฝ่ายโจทก์ไม่สามารถดำเนินคดีคุ้มครองสิทธิของกลุ่มบุคคลได้อย่างเพียงพอและเป็นธรรม หรือทนายความฝ่ายโจทก์ขอถอนตัวจากการดำเนินคดีแบบกลุ่ม ศาลอาจมีคำสั่งให้โจทก์และสมาชิกกลุ่มจัดหาทนายความคนใหม่มาดำเนินคดีแทนภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด หากโจทก์และสมาชิกกลุ่มเพิกเฉยไม่ดำเนินการดังกล่าว ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม
คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรานี้เป็นวาล์วนิรภัยสำหรับยกเลิกคดีแบบกลุ่ม ให้ศาลถอนสภาพคดีกลุ่มระหว่างการพิจารณาได้ด้วยสองเหตุ คือคดีกลุ่มไม่เป็นประโยชน์หรือไม่จำเป็นต่อสมาชิกอีกต่อไป และการเป็นตัวแทนของกลุ่มมีปัญหา วรรคหนึ่งรักษาประสิทธิภาพโดยให้กระบวนพิจารณาที่ทำไปแล้วมีผลผูกพันเมื่อคดีกลายเป็นคดีสามัญ จึงไม่สูญเปล่า วรรคสองย้ำหลักความเพียงพอของการเป็นตัวแทนที่กำหนดไว้ในการอนุญาตตามมาตรา ๒๒๒/๑๒ (๕) โดยให้ศาลสั่งหาทนายใหม่ได้ระหว่างคดี หากไม่มี ก็ยกเลิกคดีกลุ่ม ความเป็นที่สุดของคำสั่งช่วยให้คดีเดินหน้าต่อไป
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
การอนุญาตไม่ใช่สิ่งถาวร จำเลยที่เห็นว่าคดีกลุ่มไม่เป็นประโยชน์ต่อสมาชิก หรือทนายของกลุ่มไม่มีความสามารถพอ สามารถแถลงต่อศาลและขอให้ยกเลิกได้ ส่วนโจทก์ควรถือว่าการรักษาการเป็นตัวแทนที่เข้มแข็งเป็นหน้าที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่ด่านเดียวจบ หากทนายของกลุ่มถอนตัวหรือถูกวินิจฉัยว่าไม่เพียงพอ โจทก์และสมาชิกต้องรีบหาทนายใหม่ เพราะการนิ่งเฉยจะทำให้คดีกลายเป็นคดีสามัญ เนื่องจากคำสั่งเป็นที่สุด จึงไม่มีโอกาสแก้ตัว การเลือกทนายที่เหมาะสมและรักษาประโยชน์ของกลุ่มตลอดคดีจึงจำเป็น
คำถามที่พบบ่อย
คดีแบบกลุ่มที่ศาลอนุญาตแล้วยกเลิกได้หรือไม่
ได้ ตามมาตรา ๒๒๒/๑๙ ศาลอาจยกเลิกได้ทุกเมื่อ หากคดีกลุ่มไม่คุ้มครองหรือเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกอย่างเพียงพอ หรือไม่จำเป็นอีกต่อไป แล้วให้ดำเนินต่ออย่างคดีสามัญ
ถ้าทนายของกลุ่มถอนตัวหรือคุ้มครองกลุ่มไม่ได้จะเป็นอย่างไร
ตามมาตรา ๒๒๒/๑๙ ศาลอาจสั่งให้โจทก์และสมาชิกหาทนายใหม่ภายในเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการ จะยกเลิกคดีแบบกลุ่มและดำเนินต่ออย่างคดีสามัญ
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 222/19 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 222/19. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-19/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 222/19 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-19/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-19/"><p>ในกรณีที่การดำเนินคดีแบบกลุ่มจะไม่คุ้มครองหรือเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกกลุ่มอย่างเพียงพอ หรือไม่มีความจำเป็นที่จะดำเนินคดีแบบกลุ่มอีกต่อไป เมื่อความปรากฏต่อศาลเองหรือตามคำแถลงของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งยกเลิกการดำเนินคดีแบบกลุ่มและดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปอย่างคดีสามัญ โดยให้ถือว่ากระบวนพิจารณาที่ได้กระทำไปแล้วมีผลผูกพันการดำเนินคดีสามัญของโจทก์และจำเลยต่อไปด้วย หากความปรากฏต่อศาลในระหว่างการพิจารณาว่าทนายความฝ่ายโจทก์ไม่สามารถดำเนินคดีคุ้มครองสิทธิของกลุ่มบุคคลได้อย่างเพียงพอและเป็นธรรม หรือทนายความฝ่ายโจทก์ขอถอนตัวจากการดำเนินคดีแบบกลุ่ม ศาลอาจมีคำสั่งให้โจทก์และสมาชิกกลุ่มจัดหาทนายความคนใหม่มาดำเนินคดีแทนภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด หากโจทก์และสมาชิกกลุ่มเพิกเฉยไม่ดำเนินการดังกล่าว ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด</p><footer>Civil Procedure Code, s. 222/19 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-19/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา