มาตรา 222/22 — จำเลยขาดนัดในคดีแบบกลุ่ม
คนบทกฎหมาย
ในกรณีที่จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การหรือขาดนัดพิจารณาศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีโดยจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การหรือขาดนัดพิจารณามิได้ ให้ศาลสืบพยานหลักฐานโจทก์ไปฝ่ายเดียว และศาลอาจเรียกพยานหลักฐานอื่นมาสืบได้เองตามที่เห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
ถ้าโจทก์ไม่นำพยานหลักฐานมาสืบตามความในวรรคหนึ่งภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด หรือในกรณีที่คู่ความทั้งสองฝ่ายหรือโจทก์ขาดนัดพิจารณา ให้บังคับตามบทบัญญัติมาตรา ๒๒๒/๒๕
นอกจากที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาโดยขาดนัดมาใช้บังคับโดยอนุโลม
คำแปลภาษาไทย
In the case where the defendant defaults in filing an answer or defaults in appearance, the court may not render a judgment or an order deciding in favor of the plaintiff merely by reason of the defendant's default in filing an answer or default in appearance. The court shall take the plaintiff's evidence ex parte, and the court may itself call other evidence to be taken as it sees necessary for the benefit of justice.
If the plaintiff does not bring evidence to prove the case under paragraph one within the period prescribed by the court, or in the case where both parties or the plaintiff default in appearance, Section 222/25 shall apply.
In addition to what is provided in paragraph one and paragraph two, the provisions on trial in default shall apply mutatis mutandis.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
บทบัญญัตินี้ปรับหลักการพิจารณาโดยขาดนัดทั่วไปสำหรับคดีแบบกลุ่มเพื่อคุ้มครองสมาชิกกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในคดี ในคดีทั่วไปการที่จำเลยขาดนัดอาจทำให้โจทก์ได้เปรียบ แต่มาตรานี้ห้ามศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะเพียงเพราะจำเลยขาดนัด โจทก์ยังต้องสืบพยานพิสูจน์คดีไปฝ่ายเดียว และให้ศาลมีอำนาจไต่สวนเรียกพยานเพิ่มเติมเพื่อความยุติธรรม ความเข้มงวดนี้สะท้อนว่าคำพิพากษาในคดีกลุ่มผูกพันคนจำนวนมากที่ไม่ได้อยู่ต่อหน้าศาล วรรคสองให้กรณีโจทก์ขาดนัดหรือทั้งสองฝ่ายขาดนัดบังคับตามมาตรา ๒๒๒/๒๕ และวรรคสามให้นำบทบัญญัติการพิจารณาโดยขาดนัดทั่วไปมาใช้โดยอนุโลม
ความสำคัญต่อ
สำหรับโจทก์ อย่าคิดว่าจำเลยที่นิ่งเฉยหรือไม่มาศาลจะทำให้ชนะคดีแบบกลุ่มได้ง่าย ท่านยังต้องนำสืบพยานให้เห็นจริง เพราะศาลพิพากษาให้ท่านชนะเพราะการขาดนัดอย่างเดียวไม่ได้ และอาจเรียกพยานของศาลเองด้วย สำหรับจำเลย การเพิกเฉยต่อคดีแบบกลุ่มเป็นเรื่องอันตราย แต่ก็ไม่ได้ประกันว่าโจทก์จะชนะ การขอคำปรึกษาที่ถูกต้องจึงดีกว่าการไม่มาศาล เนื่องจากการขาดนัดอาจทำให้เข้าสู่กลไกจำหน่ายคดีตามมาตรา ๒๒๒/๒๕ หากโจทก์พลาดด้วย ทั้งสองฝ่ายควรติดตามกำหนดการมาศาลและการนำสืบอย่างใกล้ชิด
เลย
ถ้าจำเลยขาดนัด โจทก์ชนะคดีแบบกลุ่มโดยอัตโนมัติหรือไม่
ไม่ ตามมาตรา ๒๒๒/๒๒ ศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะเพียงเพราะจำเลยไม่ยื่นคำให้การหรือไม่มาศาลไม่ได้ โจทก์ยังต้องสืบพยานพิสูจน์คดีไปฝ่ายเดียว และศาลอาจเรียกพยานเพิ่มเติมเองได้
ทำไมหลักการขาดนัดในคดีแบบกลุ่มจึงเข้มงวดกว่า
เพราะคำพิพากษาในคดีกลุ่มผูกพันสมาชิกจำนวนมากที่ไม่ได้อยู่ในคดี มาตรา ๒๒๒/๒๒ จึงกำหนดให้ศาลต้องพิสูจน์พยานของโจทก์แม้จำเลยขาดนัด แทนที่จะพิพากษาให้ชนะโดยขาดนัดทันที