กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 222/23 — อำนาจศาลแสวงหาข้อเท็จจริง

คนบทกฎหมาย

ในการพิจารณาพิพากษาคดี เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมให้ศาลมีอำนาจแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ ในการนี้ ศาลจะรับฟังพยานบุคคล พยานเอกสาร หรือพยานหลักฐานอื่นนอกเหนือจากพยานหลักฐานของคู่ความก็ได้ แต่ต้องให้คู่ความทุกฝ่ายทราบและไม่ตัดสิทธิคู่ความในอันที่จะโต้แย้งพยานหลักฐานดังกล่าว
ศาลอาจขอให้ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญมาให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาพิพากษาคดีได้ แต่ต้องให้คู่ความทุกฝ่ายทราบและไม่ตัดสิทธิคู่ความในอันที่จะขอให้เรียกผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญฝ่ายตนมาให้ความเห็นโต้แย้งหรือเพิ่มเติมความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญดังกล่าว
บุคคลที่ศาลขอให้มาตามวรรคหนึ่งและวรรคสองมีสิทธิได้รับค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทาง ค่าเช่าที่พัก และการชดใช้ค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไป ตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาโดยได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม และไม่ถือว่าเงินที่ศาลสั่งจ่ายตามวรรคนี้เป็นค่าฤชาธรรมเนียมในการดำเนินคดีแบบกลุ่มที่คู่ความจะต้องชำระ

คำแปลภาษาไทย

In the trial and adjudication of the case, for the benefit of justice the court has the power to seek additional facts. In doing so, the court may admit witness testimony, documentary evidence, or other evidence besides the evidence of the parties, but must inform all parties and must not cut off the parties' right to dispute such evidence.
The court may request a qualified person or an expert to give an opinion in support of the trial and adjudication of the case, but must inform all parties and must not cut off the parties' right to request that a qualified person or expert of their own side be called to give an opinion disputing or supplementing the opinion of such qualified person or expert.
A person whom the court has requested under paragraphs one and two has the right to receive a fee, travel expenses, accommodation, and reimbursement of expenses incurred, in accordance with the regulations of the President of the Supreme Court, with the approval of the Judicial Administration Commission. The money the court orders paid under this paragraph shall not be regarded as court fees for conducting the class action that the parties must pay.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

บทบัญญัตินี้ให้ศาลในคดีแบบกลุ่มมีลักษณะไต่สวนซึ่งไม่ค่อยพบในคดีแพ่งระบบกล่าวหาทั่วไป เนื่องจากคำพิพากษาในคดีกลุ่มกระทบกลุ่มขนาดใหญ่ที่บางส่วนไม่ได้อยู่ในคดี ศาลจึงมีอำนาจไปไกลกว่าพยานหลักฐานที่คู่ความนำเสนอ โดยแสวงหาข้อเท็จจริง รับฟังพยานของศาลเอง และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิได้ หลักประกันตลอดทั้งมาตราคือความเป็นธรรมทางกระบวนพิจารณา ศาลต้องแจ้งพยานหลักฐานนั้นแก่คู่ความและคงสิทธิในการโต้แย้งหรือหักล้าง รวมทั้งการเรียกผู้เชี่ยวชาญของตนเอง วรรคท้ายจัดการเรื่องค่าตอบแทน โดยให้ผู้เชี่ยวชาญที่ศาลเรียกได้รับค่าป่วยการและค่าใช้จ่ายตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกา และไม่ถือเป็นค่าฤชาธรรมเนียมของคู่ความ

ความสำคัญต่อ

คู่ความควรคาดหมายว่าผู้พิพากษาในคดีแบบกลุ่มจะมีบทบาทมากกว่าคดีแพ่งทั่วไป และเตรียมรับความเป็นไปได้ที่ศาลจะนำพยานหรือความเห็นผู้เชี่ยวชาญของศาลเข้ามาเอง หลักคุ้มครองในทางปฏิบัติคือสิทธิที่จะได้รับแจ้งและโต้แย้ง จึงควรจับตาพยานที่ศาลริเริ่มและพร้อมหักล้างหรือเสนอผู้เชี่ยวชาญของฝ่ายตน อำนาจไต่สวนนี้เป็นได้ทั้งคุณและโทษ เพราะอาจเติมช่องว่างที่ฝ่ายหนึ่งทิ้งไว้ ทั้งสองฝ่ายจึงไม่ควรถือว่าสำนวนปิดเมื่อคดีของตนจบ หากคดีขึ้นอยู่กับประเด็นทางเทคนิคหรือการประเมินมูลค่า การเตรียมผู้เชี่ยวชาญของตนแต่เนิ่นเป็นเรื่องรอบคอบ

เลย

ศาลแสวงหาพยานหลักฐานเองในคดีแบบกลุ่มได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา ๒๒๒/๒๓ ศาลอาจแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมและรับฟังพยาน เอกสาร หรือความเห็นผู้เชี่ยวชาญของศาลเองเพื่อความยุติธรรม แต่ต้องแจ้งคู่ความและให้โต้แย้งได้

ใครจ่ายค่าผู้เชี่ยวชาญที่ศาลเรียกในคดีแบบกลุ่ม

ตามมาตรา ๒๒๒/๒๓ ผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิที่ศาลเรียกได้รับค่าป่วยการและค่าใช้จ่ายตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกา และเงินนั้นไม่ถือเป็นค่าฤชาธรรมเนียมที่คู่ความต้องชำระ

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น