ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 222/38: อำนาจศาลในการบังคับคดีแบบกลุ่ม
ตัวบทกฎหมาย
ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ให้ศาลมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการปฏิบัติตามคำพิพากษา โดยจะกำหนดไว้ในคำพิพากษาหรือโดยคำสั่งในภายหลังก็ได้ และในระหว่างการบังคับคดีให้ศาลมีอำนาจออกคำบังคับเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาได้ตามที่เห็นสมควร
ให้ศาลชั้นต้นมีอำนาจพิจารณาสั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาคำสั่งของศาลชั้นต้นให้เป็นที่สุด
คำแปลภาษาอังกฤษ
Where the court renders judgment in favor of the plaintiff, the court has the power to fix the criteria, the methods, and the conditions for compliance with the judgment, whether by fixing them in the judgment or by a subsequent order, and during the execution of the judgment the court has the power to issue additional writs of execution to give effect to the judgment as it deems appropriate.
The court of first instance has the power to consider and order on a request for a stay of execution of the judgment. The order of the court of first instance shall be final.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
บทบัญญัตินี้ให้ศาลชั้นต้นมีอำนาจควบคุมการบังคับคดีแบบกลุ่มอย่างยืดหยุ่นและต่อเนื่อง โดยตระหนักว่าการเยียวยาแบบกลุ่มมักบังคับด้วยคำสั่งตายตัวเพียงคำสั่งเดียวไม่ได้ ศาลจึงมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการปฏิบัติตามคำพิพากษา และออกคำบังคับเพิ่มเติมได้ระหว่างบังคับคดี ซึ่งเหมาะกับการเยียวยาที่ซับซ้อน เป็นขั้นตอน หรือต่อเนื่องและกระทบสมาชิกจำนวนมาก วรรคสองรวมอำนาจพิจารณาคำร้องขอทุเลาการบังคับไว้ที่ศาลชั้นต้นและให้คำสั่งเป็นที่สุด ซึ่งเร่งการบังคับคดีโดยตัดการอุทธรณ์เรื่องทุเลา เมื่ออ่านประกอบมาตรา 222/35 และ 222/39 สะท้อนการออกแบบที่รวมศูนย์และเร่งรัดการบังคับคดีแบบกลุ่มภายใต้การกำกับของศาล
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
ข้อความสำคัญเชิงปฏิบัติสำหรับจำเลยคือคำพิพากษาคดีแบบกลุ่มไม่ใช่คำสั่งตายตัวที่รอให้ผ่านไปได้ ศาลปรับและออกคำบังคับเพิ่มเติมเพื่อให้การบังคับคดีได้ผลได้ จึงควรวางแผนปฏิบัติตามแต่เนิ่น ๆ หากประสงค์ขอทุเลาการบังคับ พึงทราบว่ามีเพียงศาลชั้นต้นที่พิจารณา และคำสั่งเป็นที่สุด จึงไม่มีการอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่อนุญาตให้ทุเลา คำร้องครั้งแรกจึงสำคัญมาก สำหรับกลุ่มที่ชนะคดี ความยืดหยุ่นนี้ช่วยให้การเยียวยาเกิดผลจริง เนื่องจากคำสั่งทุเลาเป็นที่สุด การดำเนินการโดยทนายความที่มีความชำนาญจึงสำคัญ
คำถามที่พบบ่อย
ศาลเปลี่ยนวิธีบังคับคดีตามคำพิพากษาคดีแบบกลุ่มได้หรือไม่
ได้ มาตรา 222/38 ให้ศาลกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการปฏิบัติตามคำพิพากษาในคำพิพากษาหรือโดยคำสั่งภายหลัง และออกคำบังคับเพิ่มเติมได้ระหว่างบังคับคดีตามที่เห็นสมควร
อุทธรณ์คำสั่งเรื่องทุเลาการบังคับในคดีแบบกลุ่มได้หรือไม่
ไม่ได้ ตามมาตรา 222/38 ศาลชั้นต้นเป็นผู้พิจารณาคำร้องขอทุเลาการบังคับ และคำสั่งของศาลชั้นต้นในเรื่องนี้เป็นที่สุด จึงอุทธรณ์ไม่ได้
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 222/38 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 222/38. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-38/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 222/38 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-38/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-38/"><p>ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ให้ศาลมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการปฏิบัติตามคำพิพากษา โดยจะกำหนดไว้ในคำพิพากษาหรือโดยคำสั่งในภายหลังก็ได้ และในระหว่างการบังคับคดีให้ศาลมีอำนาจออกคำบังคับเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาได้ตามที่เห็นสมควร ให้ศาลชั้นต้นมีอำนาจพิจารณาสั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาคำสั่งของศาลชั้นต้นให้เป็นที่สุด</p><footer>Civil Procedure Code, s. 222/38 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-38/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา