มาตรา 222/43 — การขอเฉลี่ยทรัพย์จากการบังคับคดีในคดีอื่น
คนบทกฎหมาย
เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินอย่างใดของลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีอื่นไว้แทนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว ให้ทนายความฝ่ายโจทก์ในคดีแบบกลุ่มมีอำนาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้น เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้เฉลี่ยทรัพย์แก่ทนายความฝ่ายโจทก์ โจทก์ และสมาชิกกลุ่มตามมาตรา ๓๒๖ ตามจำนวนที่มีสิทธิได้รับ
ในกรณีที่จำนวนเงินที่สมาชิกกลุ่มได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามมาตรา ๒๒๒/๔๒ ยังไม่เป็นที่ยุติ ให้ศาลที่ได้รับคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ตามวรรคหนึ่งรอการมีคำสั่งให้เฉลี่ยทรัพย์ไว้ก่อน และเมื่อได้ข้อยุติในจำนวนเงินดังกล่าวแล้ว ให้ทนายความฝ่ายโจทก์แจ้งให้ศาลนั้นทราบ
เมื่อศาลได้มีคำสั่งให้เฉลี่ยทรัพย์แล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีนั้นส่งเงินให้เจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีแบบกลุ่มเพื่อจ่ายให้แก่ผู้มีสิทธิตามมาตรา ๒๒๒/๔๔
คำแปลภาษาไทย
When the execution officer has, in another case, seized or attached any property of a judgment debtor on behalf of a judgment creditor, the plaintiff's lawyer in the class action shall have the power to file a request, made in the form of a motion, with the court that issued the writ of execution for the seizure or attachment of that property, so that the court may order a rateable distribution of the property to the plaintiff's lawyer, the plaintiff, and the group members under Section 326, according to the amounts they are entitled to receive.
In the case where the amount of money for which group members have filed debt-repayment claims under Section 222/42 has not yet been finalised, the court that receives the request for rateable distribution under paragraph one shall stay its order for the rateable distribution, and once that amount has been finalised, the plaintiff's lawyer shall notify that court.
Once the court has ordered a rateable distribution, the execution officer in that case shall remit the money to the execution officer in the class action for payment to those entitled under Section 222/44.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
บทบัญญัตินี้ขยายกลไกการเฉลี่ยทรัพย์ตามมาตรา 326 มาสู่บริบทคดีแบบกลุ่ม และให้ทนายความฝ่ายโจทก์มีอำนาจร้องขอได้ เมื่อทรัพย์สินของจำเลยรายเดียวกันถูกบังคับคดีในคดีอื่น ฝ่ายคดีแบบกลุ่มสามารถขอเฉลี่ยตามส่วนได้ แทนที่จะเสียเปรียบเจ้าหนี้รายที่ยึดก่อน วรรคสองแก้ปัญหาเรื่องจังหวะเวลาที่เป็นลักษณะเฉพาะของคดีแบบกลุ่ม เพราะจำนวนคำขอรายบุคคลของสมาชิกยุติผ่านกระบวนการตามมาตรา 222/42 ศาลที่เฉลี่ยทรัพย์จึงต้องรอจนจำนวนยุติแล้วจึงดำเนินการตามที่ทนายความแจ้ง วรรคท้ายให้ส่งเงินผ่านเจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีแบบกลุ่มเพื่อจ่ายตามลำดับในมาตรา 222/44
ความสำคัญต่อ
เพื่อให้คดีแบบกลุ่มได้รับเงินจริง ทนายความฝ่ายโจทก์ต้องติดตามว่าทรัพย์สินของจำเลยถูกบังคับคดีในคดีอื่นหรือไม่ และยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ให้ทันเวลา มิฉะนั้นกลุ่มอาจถูกตัดสิทธิโดยเจ้าหนี้ที่เร็วกว่า การรอตามวรรคสองหมายความว่าตารางการตรวจสอบคำขอของกลุ่มมีผลโดยตรงต่อเวลาที่เงินจะไหล การรักษากำหนดจำนวนของสมาชิกให้ทันจึงสำคัญ
เลย
คดีแบบกลุ่มขอส่วนแบ่งจากทรัพย์สินของจำเลยที่ถูกยึดในคดีอื่นได้หรือไม่
ได้ ตามมาตรา 222/43 ทนายความฝ่ายโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีเพื่อขอเฉลี่ยทรัพย์ตามมาตรา 326 ให้แก่ทนายความ โจทก์ และสมาชิกกลุ่มได้
หากจำนวนคำขอของสมาชิกยังไม่ยุติจะเป็นอย่างไร
ศาลที่รับคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ต้องรอการมีคำสั่งไว้ก่อนจนกว่าจำนวนคำขอของสมาชิกจะยุติตามมาตรา 222/42 จากนั้นทนายความฝ่ายโจทก์จึงแจ้งให้ศาลทราบเพื่อดำเนินการต่อ