มาตรา 222/45 — อุทธรณ์ฎีกาโดยไม่จำกัดทุนทรัพย์
คนบทกฎหมาย
ให้คู่ความมีสิทธิอุทธรณ์และฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล โดยไม่นำข้อจำกัดสิทธิเรื่องทุนทรัพย์ของการอุทธรณ์และฎีกาในข้อเท็จจริงมาใช้บังคับ
คำแปลภาษาไทย
The parties shall have the right to appeal and to bring a dika (further appeal to the Supreme Court) against a judgment or order of the court, without applying the restriction on the right of appeal and dika on questions of fact based on the amount in dispute.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
บทบัญญัตินี้เปิดส่วนที่ 5 ว่าด้วยอุทธรณ์และฎีกาในคดีแบบกลุ่ม และยกเว้นข้อจำกัดเรื่องทุนทรัพย์ที่ปกติห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามมาตรา 224 และข้อจำกัดฎีกาที่สอดคล้องกัน เหตุผลคือคดีแบบกลุ่มรวมข้อเรียกร้องของบุคคลจำนวนมากและมักมีปัญหาสำคัญต่อสาธารณะ จึงไม่ควรถูกตัดสิทธิการตรวจสอบของศาลสูงเพียงเพราะจำนวนของสมาชิกรายใดหรือแม้แต่ยอดรวมต่ำกว่าเกณฑ์ สิทธินี้เป็นของคู่ความ คือโจทก์และจำเลย และต้องอ่านประกอบมาตรา 222/46 ซึ่งจำกัดสิทธิอุทธรณ์ของสมาชิกกลุ่มไว้เฉพาะกรณีตามมาตรา 222/42
ความสำคัญต่อ
สำหรับผู้ดำเนินคดี นี่คือข้อได้เปรียบสำคัญของการฟ้องแบบกลุ่ม เพราะยังคงสิทธิอุทธรณ์และฎีกาในข้อเท็จจริงเต็มที่ แม้คดีทั่วไปที่ทุนทรัพย์เท่ากันจะถูกจำกัดไว้เพียงศาลชั้นต้น อย่างไรก็ตาม สิทธิในชั้นอุทธรณ์เป็นของคู่ความ ไม่ใช่ของสมาชิกกลุ่มรายบุคคลซึ่งมีสิทธิแคบกว่ามาก หากท่านกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างคดีแบบกลุ่มกับการฟ้องรายบุคคล สิทธิอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงที่คงไว้นี้อาจเป็นตัวชี้ขาด
เลย
คู่ความในคดีแบบกลุ่มอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้แม้ทุนทรัพย์น้อยหรือไม่
ได้ มาตรา 222/45 ไม่นำข้อจำกัดเรื่องทุนทรัพย์มาใช้ คู่ความจึงอุทธรณ์และฎีกาในข้อเท็จจริงต่อคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีแบบกลุ่มได้ไม่ว่าทุนทรัพย์จะเป็นเท่าใด
สิทธิอุทธรณ์นี้เป็นของสมาชิกกลุ่มรายบุคคลหรือไม่
ไม่ใช่ มาตรา 222/45 ให้สิทธิแก่คู่ความ คือโจทก์และจำเลย ส่วนสิทธิอุทธรณ์ของสมาชิกกลุ่มถูกจำกัดตามมาตรา 222/46 ไว้เฉพาะกรณีตามมาตรา 222/42