กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 222/48 — การยกอุทธรณ์ฎีกาที่ต้องห้ามและข้อยกเว้น

คนบทกฎหมาย

คดีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์หรือฎีกาส่งมาให้ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา หากศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา แล้วแต่กรณี พิจารณาเห็นว่าอุทธรณ์หรือฎีกานั้นต้องห้ามอุทธรณ์หรือห้ามฎีกา ให้ยกอุทธรณ์หรือฎีกา โดยไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นที่อุทธรณ์หรือฎีกา แต่ถ้าศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา แล้วแต่กรณี พิจารณาเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดจะรับพิจารณาพิพากษาคดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์หรือห้ามฎีกาดังกล่าวนั้นก็ได้

คำแปลภาษาไทย

In a case where the court of first instance has ordered acceptance of an appeal or a dika and sent it to the Court of Appeal or the Supreme Court, if the Court of Appeal or the Supreme Court, as the case may be, considers that the appeal or dika is one that is prohibited from appeal or dika, it shall dismiss the appeal or dika without needing to decide the issues raised in the appeal or dika; but if the Court of Appeal or the Supreme Court, as the case may be, considers it appropriate that, for the benefit of justice, it is necessary to correct an error, it may accept and adjudicate the case that is otherwise prohibited from appeal or dika.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

บทบัญญัตินี้ยืนยันว่า การที่ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์หรือฎีกาไว้ไม่ผูกพันศาลสูงในเรื่องการรับไว้พิจารณา หากศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาเห็นว่าอุทธรณ์หรือฎีกานั้นต้องห้ามตามกฎหมาย โดยหลักให้ยกโดยไม่ต้องวินิจฉัยประเด็นเนื้อหา เพื่อรักษาหลักข้อจำกัดการอุทธรณ์ที่ใช้กับคดีแบบกลุ่ม จากนั้นบทบัญญัติให้ช่องยกเว้นเชิงความเป็นธรรม คือ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาด ศาลสูงอาจรับพิจารณาพิพากษาอุทธรณ์หรือฎีกาที่ต้องห้ามนั้นได้ สอดคล้องกับดุลพินิจทั่วไปในประมวลกฎหมายนี้ที่ยอมให้ก้าวข้ามข้อห้ามเชิงกระบวนพิจารณาเพื่อความยุติธรรม โดยใช้ในระบบการอุทธรณ์คดีแบบกลุ่มตามส่วนที่ 5

ความสำคัญต่อ

อย่าเข้าใจว่าเมื่อศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์แล้วศาลจะพิจารณาให้เสมอไป เพราะศาลสูงยังยกอุทธรณ์ที่ต้องห้ามได้ตามความเห็นของตน ในทางกลับกัน หากอุทธรณ์ของท่านต้องห้ามในทางเทคนิคแต่ชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดที่กระทบความยุติธรรมของผลคดี มาตรานี้เปิดช่องให้โต้แย้งว่าศาลควรรับพิจารณา จึงควรเรียบเรียงข้อโต้แย้งอย่างรอบคอบ การโน้มน้าวให้ศาลสูงใช้ดุลพินิจนี้ต้องอาศัยความชำนาญ

เลย

ศาลสูงยกอุทธรณ์ที่ศาลชั้นต้นรับไว้แล้วได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา 222/48 หากศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาเห็นว่าอุทธรณ์หรือฎีกาต้องห้าม ก็ยกได้โดยไม่ต้องวินิจฉัยประเด็น แม้ศาลชั้นต้นจะรับไว้แล้ว

อุทธรณ์ที่ต้องห้ามยังมีทางได้รับการพิจารณาหรือไม่

มี มาตรา 222/48 ให้ศาลสูงรับพิจารณาพิพากษาอุทธรณ์หรือฎีกาที่ต้องห้ามได้ หากเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาด

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น