ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

10 — รายการในถ้อยคำสำนวนของศาล

คนบทกฎหมาย

ถ้อยคำสำนวนต้องระบุชื่อศาล สถานที่ และวันเดือนปีที่จด ถ้าศาลจดถ้อยคำสำนวนตามคำสั่งหรือประเด็นของศาลอื่น ให้กล่าวเช่นนั้น และแสดงด้วยว่าได้ทำไปอย่างใดผู้พิพากษาที่จดถ้อยคำสำนวนต้องลงลายมือชื่อของตนในถ้อยคำสำนวนนั้น

คำแปลภาษาไทย

A court record of proceedings shall state the name of the Court, the place, and the date on which it is entered. If the Court records the proceedings on the order or by the reference of another Court, it shall so state, and shall also show what has been done. The judge who records the proceedings shall sign his name in the record.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 10 เป็นบทคู่กับมาตรา 9 ในฝ่ายศาล กล่าวคือกำหนดรายการที่เป็นแบบพิธีของถ้อยคำสำนวนที่ศาลจดขึ้นเอง เมื่อรวมกับมาตรา 9, 11 และ 12 บทนี้ประกอบกันเป็นระบบรับรองความแท้จริงของเอกสารในคดีอาญา และเชื่อมโยงกับนิยาม "ถ้อยคำสำนวน" ตามมาตรา 2 (19) การลงลายมือชื่อและรายละเอียดระบุตัวทำให้ทราบชัดว่าศาลและผู้พิพากษาใดจัดทำถ้อยคำสำนวนและโดยอำนาจใด

ความสำคัญต่อ

มาตรา 10 ให้คู่ความตรวจสอบได้ว่าถ้อยคำสำนวนที่ศาลจัดทำถูกต้องตามแบบหรือไม่ เช่น กรณีสืบพยานตามประเด็นที่ศาลอื่นส่งมา หากขาดรายละเอียด เช่น ลายมือชื่อของผู้พิพากษาผู้จด หรือการระบุว่าจดตามคำสั่งของศาลอื่น ก็อาจยกขึ้นโต้แย้งได้เมื่อมีข้อสงสัยในความถูกต้องของสำนวน โดยทั่วไปเป็นประเด็นทางเทคนิคที่ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของสำนวนคดี

เลย

ถ้อยคำสำนวนของศาลต้องมีรายการอะไรบ้าง

ตามมาตรา 10 ต้องระบุชื่อศาล สถานที่ และวันเดือนปีที่จด ระบุหากจดตามคำสั่งหรือประเด็นของศาลอื่น และผู้พิพากษาผู้จดต้องลงลายมือชื่อ

มาตรา 10 ต่างจากมาตรา 9 อย่างไร

มาตรา 9 ใช้กับบันทึกที่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจัดทำ ส่วนมาตรา 10 ใช้กับถ้อยคำสำนวนที่ศาลจัดทำเอง

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น