ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 208 ทวิ: การวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ศาลอุทธรณ์
ตัวบทกฎหมาย
ถ้าอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เห็นสมควร จะให้มีการวินิจฉัยปัญหาใด ในคดีเรื่องใด โดยที่ประชุมใหญ่ก็ได้
ที่ประชุมใหญ่ให้ประกอบด้วยผู้พิพากษาทุกคนซึ่งอยู่ปฏิบัติหน้าที่ แต่ต้องไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนผู้พิพากษาแห่งศาลนั้น และให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นประธาน
การวินิจฉัยในที่ประชุมใหญ่ให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าในปัญหาใดมีความเห็นแย้งกันเป็นสองฝ่าย หรือเกินสองฝ่ายขึ้นไป จะหาเสียงข้างมากมิได้ ให้ผู้พิพากษาซึ่งมีความเห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลยมากยอมเห็นด้วยผู้พิพากษาซึ่งมีความเห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลยน้อยกว่า
ในคดีซึ่งที่ประชุมใหญ่ได้วินิจฉัยปัญหาแล้ว คำพิพากษาหรือคำสั่งต้องเป็นไปตามคำวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ และต้องระบุไว้ด้วยว่าปัญหาข้อใดได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ผู้พิพากษาที่เข้าประชุม แม้มิใช่เป็นผู้นั่งพิจารณา ก็ให้มีอำนาจพิพากษา ทำคำสั่ง หรือทำความเห็นแย้งในคดีนั้นได้
คำแปลภาษาอังกฤษ
ถ้าอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เห็นสมควร จะให้มีการวินิจฉัยปัญหาใด ในคดีเรื่องใด โดยที่ประชุมใหญ่ก็ได้ ที่ประชุมใหญ่ให้ประกอบด้วยผู้พิพากษาทุกคนซึ่งอยู่ปฏิบัติหน้าที่ แต่ต้องไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนผู้พิพากษาแห่งศาลนั้น และให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นประธาน การวินิจฉัยในที่ประชุมใหญ่ให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าในปัญหาใดมีความเห็นแย้งกันเป็นสองฝ่าย หรือเกินสองฝ่ายขึ้นไป จะหาเสียงข้างมากมิได้ ให้ผู้พิพากษาซึ่งมีความเห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลยมากยอมเห็นด้วยผู้พิพากษาซึ่งมีความเห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลยน้อยกว่า ในคดีซึ่งที่ประชุมใหญ่ได้วินิจฉัยปัญหาแล้ว คำพิพากษาหรือคำสั่งต้องเป็นไปตามคำวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ และต้องระบุไว้ด้วยว่าปัญหาข้อใดได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ผู้พิพากษาที่เข้าประชุม แม้มิใช่เป็นผู้นั่งพิจารณา ก็ให้มีอำนาจพิพากษา ทำคำสั่ง หรือทำความเห็นแย้งในคดีนั้นได้
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 208/2 วางกลไกให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาสำคัญหรือที่มีข้อโต้แย้งโดยที่ประชุมใหญ่แทนองค์คณะเดียว อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อาจเสนอปัญหาให้วินิจฉัย ที่ประชุมใหญ่ต้องประกอบด้วยผู้พิพากษาทุกคนที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่และไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวน โดยอธิบดีเป็นประธาน วินิจฉัยโดยถือเสียงข้างมาก และมีหลักประกันตัดสินกรณีเสียงไม่ถึงข้างมากเพื่อคุ้มครองจำเลย คือให้ฝ่ายที่เห็นเป็นผลร้ายมากยอมตามฝ่ายที่เห็นเป็นผลร้ายน้อยกว่า คำวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ผูกพันผลคดี ต้องระบุไว้ในคำพิพากษา และให้ผู้พิพากษาที่เข้าประชุมมีอำนาจลงนามหรือทำความเห็นแย้งแม้มิใช่ผู้นั่งพิจารณา
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
สำหรับคู่ความ มาตรานี้บ่งชี้ว่าปัญหาที่ยากหรือเป็นบรรทัดฐานในอุทธรณ์ของท่านอาจได้รับการวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ของศาลอุทธรณ์ มิใช่เพียงองค์คณะที่รับผิดชอบ ซึ่งเพิ่มน้ำหนักและความสอดคล้องให้คำวินิจฉัย หลักตัดสินกรณีเสียงเท่ากันมีความสำคัญต่อจำเลย เพราะหากหาเสียงข้างมากไม่ได้ ผลจะเอนไปทางความเห็นที่เบากว่า เป็นการคุ้มครองเชิงโครงสร้างที่เป็นคุณ คู่ความไม่อาจบังคับให้เสนอที่ประชุมใหญ่ได้ เพราะเป็นอำนาจของอธิบดี แต่การตั้งปัญหาข้อกฎหมายที่ชัดเจนและสำคัญในอุทธรณ์เพิ่มโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง
คำถามที่พบบ่อย
ที่ประชุมใหญ่ศาลอุทธรณ์คืออะไร
ตามมาตรา 208 ทวิ คือการประชุมเต็มคณะของผู้พิพากษาไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวน มีอธิบดีเป็นประธาน เพื่อวินิจฉัยปัญหาสำคัญในคดีโดยถือเสียงข้างมาก
หากที่ประชุมใหญ่หาเสียงข้างมากไม่ได้จะทำอย่างไร
มาตรา 208 ทวิ กำหนดว่าเมื่อความเห็นแตกจนหาเสียงข้างมากไม่ได้ ให้ผู้พิพากษาที่เห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลยมากยอมตามฝ่ายที่เห็นเป็นผลร้ายน้อยกว่า ผลจึงเป็นคุณแก่จำเลย
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 ทวิ -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 208 bis. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-208-2/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 208 ทวิ -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-208-2/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-208-2/"><p>ถ้าอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เห็นสมควร จะให้มีการวินิจฉัยปัญหาใด ในคดีเรื่องใด โดยที่ประชุมใหญ่ก็ได้ ที่ประชุมใหญ่ให้ประกอบด้วยผู้พิพากษาทุกคนซึ่งอยู่ปฏิบัติหน้าที่ แต่ต้องไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนผู้พิพากษาแห่งศาลนั้น และให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นประธาน การวินิจฉัยในที่ประชุมใหญ่ให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าในปัญหาใดมีความเห็นแย้งกันเป็นสองฝ่าย หรือเกินสองฝ่ายขึ้นไป จะหาเสียงข้างมากมิได้ ให้ผู้พิพากษาซึ่งมีความเห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลยมากยอมเห็นด้วยผู้พิพากษาซึ่งมีความเห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลยน้อยกว่า ในคดีซึ่งที่ประชุมใหญ่ได้วินิจฉัยปัญหาแล้ว คำพิพากษาหรือคำสั่งต้องเป็นไปตามคำวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ และต้องระบุไว้ด้วยว่าปัญหาข้อใดได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ผู้พิพากษาที่เข้าประชุม แม้มิใช่เป็นผู้นั่งพิจารณา ก็ให้มีอำนาจพิพากษา ทำคำสั่ง หรือทำความเห็นแย้งในคดีนั้นได้</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 ทวิ <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-208-2/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา