Life insurance paid on a spouse's death is estate property, not marital property คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4239/2558
⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ
Section 1470 refers to property the spouses hold while they are spouses; the marriage ended on death under section 1501, and money arising from the death under a contract with a third person was not sin somros, so by analogy with section 897 paragraph one it formed part of the estate and was shared equally among the statutory heirs, the widow taking one share like the children and parents.
หมายถึงทรัพย์สินที่สามีภริยามีอยู่ในขณะที่เป็นสามีภริยากัน การที่ผู้ตายถึงแก่ความตายย่อมทำให้การสมรสระหว่างผู้ตายกับจำเลยที่ 2 สิ้นสุดลง
Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร
A widow or widower cannot claim half of life insurance paid on the death as marital property; it is distributed under the inheritance rules unless a beneficiary is named.
Facts of the Case ข้อเท็จจริง
A soldier died leaving life insurance proceeds of 1,300,758.76 baht under a policy that named no beneficiary, and his widow argued the money was marital property.
Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
Section 1470 refers to property the spouses hold while they are spouses; the marriage ended on death under section 1501, and money arising from the death under a contract with a third person was not sin somros, so by analogy with section 897 paragraph one it formed part of the estate and was shared equally among the statutory heirs, the widow taking one share like the children and parents.
หมายถึงทรัพย์สินที่สามีภริยามีอยู่ในขณะที่เป็นสามีภริยากัน การที่ผู้ตายถึงแก่ความตายย่อมทำให้การสมรสระหว่างผู้ตายกับจำเลยที่ 2 สิ้นสุดลง
Legal Analysis การวิเคราะห์ทางกฎหมาย
On section 1501: Marital property means property the spouses hold while married; the death ended the marriage under section 1501, and insurance money arising from the death under a contract with a third party is not marital property. By analogy with section 897 para 1 (section 4 para 2), it forms part of the estate and is shared equally among the parents, the widow and the children as heirs. Affirmed.
Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 4239/2558. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4239/2558 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
English translation is being prepared and will be available soon.
โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันแบ่งเงินประกันชีวิตของผู้ตายจากบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขากระนวน จังหวัดขอนแก่น ชื่อบัญชีนางสาววลัยภรณ์ จำเลยที่ 1 กับนางศิรินทร์รัตน์ จำเลยที่ 2 บัญชีเลขที่ 415 - 0 - 31421 - 7 ให้แก่โจทก์ทั้งสามคนละ 216,690 บาท
จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ
จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันแบ่งเงินประกันชีวิตของจ่าสิบเอกอดิศัย ผู้ตาย จากบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขากระนวน จังหวัดขอนแก่น ชื่อบัญชีจำเลยทั้งสอง เลขที่บัญชี 415 - 0 - 31421 - 7 ให้แก่ทายาทของจ่าสิบเอกอดิศัย ผู้ตาย คนละหนึ่งในหกส่วน กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสาม โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท
จำเลยที่ 2 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า จ่าสิบเอกอดิศัย ผู้ตายเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ที่ 2 และที่ 3 เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2537 ผู้ตายจดทะเบียนสมรสกับนางคำดี มีบุตรด้วยกัน 3 คน คือ โจทก์ที่ 1 จำเลยที่ 1 และเด็กชายศราวุฒิ ต่อมาวันที่ 30 พฤศจิกายน 2537 ผู้ตายจดทะเบียนหย่ากับนางคำดี หลังจากนั้นวันที่ 23 สิงหาคม 2545 ผู้ตายจดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่ 2 ระหว่างอยู่กินด้วยกันกับจำเลยที่ 2 ผู้ตายกู้ยืมเงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขากระนวน จำนวน 900,000 บาท ตามสัญญากู้เงินสินเชื่อสวัสดิการทั่วไปแก่ข้าราชการและลูกจ้างประจำกองทัพภาคที่ 2 และผู้ตายทำสัญญาประกันชีวิตไว้กับบริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) วงเงินเอาประกัน 1,000,000 บาท ตามกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุ นอกจากนี้ ผู้ตายยังเปิดบัญชีประเภทออมทรัพย์ เลขที่ 415 - 0 - 07961 - 7 และ 415 - 0 - 25741 - 8 ไว้ที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขากระนวน และเป็นผู้ถือบัตรเอทีเอ็มสำหรับบัญชีเงินฝากดังกล่าวบัญชีละ 1 บัตร ตามหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากและการใช้บัตรเอทีเอ็มของผู้ตาย ซึ่งมีความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับผู้ถือบัตรเอทีเอ็มดังกล่าวรวม 300,000 บาท ต่อมาวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 ผู้ตายประสบอุบัติเหตุถึงแก่ความตาย หลังจากนั้นศาลจังหวัดกาฬสินธุ์มีคำสั่งตั้งจำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ต่อมาจำเลยทั้งสองขอรับเงินค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันชีวิตของผู้ตายจากบริษัททิพยประกันภัย จำกัด โดยโอนเงินดังกล่าวเข้าบัญชีชื่อจำเลยทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตาย เลขที่ 415 - 0 - 31421 - 7 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2555 จำนวน 1,300,145.99 บาท และในวันที่ 30 มิถุนายน 2555 มีการโอนเงิน 612.77 บาท เข้าบัญชีดังกล่าวอีก รวมเป็นเงิน 1,300,758.76 บาท ตามใบรับเงินค่าสินไหมทดแทนและรายการบัญชีท้ายหนังสือนำส่งพยานเอกสารของผู้จัดการธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขากระนวน ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2555
มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า เงินประกันชีวิตของผู้ตายเป็นสินสมรสระหว่างผู้ตายกับจำเลยที่ 2 หรือไม่ และโจทก์ทั้งสามมีอำนาจฟ้องขอแบ่งเงินประกันชีวิตดังกล่าวหรือไม่ เพียงใด เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1470 ที่กำหนดให้ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาประกอบด้วยสินส่วนตัวและสินสมรสนั้น หมายถึงทรัพย์สินที่สามีภริยามีอยู่ในขณะที่เป็นสามีภริยากัน การที่ผู้ตายถึงแก่ความตายย่อมทำให้การสมรสระหว่างผู้ตายกับจำเลยที่ 2 สิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1501 สิทธิที่จะได้รับเงินประกันชีวิตจำนวน 1,300,758.76 บาท นั้น เป็นสิทธิที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจากความมรณะของผู้ตายอันมีลักษณะเป็นการประกันชีวิต และเป็นเงินที่เกิดจากสัญญาระหว่างผู้ตายกับบุคคลภายนอกซึ่งได้รับมาหลังจากผู้ตายถึงแก่ความตายไปแล้ว จึงไม่เป็นสินสมรสระหว่างผู้ตายกับจำเลยที่ 2 ประกอบกับตามตารางกรมธรรม์ มิได้ระบุชื่อผู้รับประโยชน์ไว้ว่าให้ใช้เงินแก่ทายาททั้งหลายของตนหรือแก่ผู้ใด จึงไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้โดยตรงและต้องนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4 วรรคสอง มาใช้บังคับ คืออาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งได้แก่มาตรา 897 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า "ถ้าผู้เอาประกันภัยได้เอาประกันภัยไว้โดยกำหนดว่า เมื่อตนถึงซึ่งความมรณะให้ใช้เงินแก่ทายาททั้งหลายของตนโดยมิได้เจาะจงระบุชื่อผู้หนึ่งผู้ใดไว้ไซร้ จำนวนเงินอันจะพึงใช้นั้นท่านให้ฟังเอาเป็นสินทรัพย์ส่วนหนึ่งแห่งกองมรดกของผู้เอาประกันภัย ซึ่งเจ้าหนี้จะเอาใช้หนี้ได้" ดังนั้น เงินประกันชีวิตดังกล่าวจึงต้องแบ่งให้แก่ทายาทของผู้ตายในฐานะสินทรัพย์ส่วนหนึ่งแห่งกองมรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 (1), 1630 วรรคสอง และ 1635 (1) โดยโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นบิดามารดาผู้ตาย กับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นภริยาผู้ตายต่างได้รับส่วนแบ่งคนละส่วนเท่า ๆ กันเท่ากับโจทก์ที่ 1 จำเลยที่ 1 และเด็กชายศราวุฒิ ซึ่งเป็นทายาทชั้นบุตร
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4239/2558
นายชนะภัย โคตรสาขา กับพวก โจทก์
นางสาววลัยภรณ์ โคตรสาขา กับพวก จำเลย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 4 วรรคสอง , ม. 897 วรรคหนึ่ง , ม. 1470 , ม. 1501 , ม. 1629 (1) , ม. 1630 วรรคสอง , ม. 1635 (1) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ
คู่ความ: นายชนะภัย โคตรสาขา กับพวก โจทก์ นางสาววลัยภรณ์ โคตรสาขา กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 4 วรรคสอง , ม. 897 วรรคหนึ่ง , ม. 1470 , ม. 1501 , ม. 1629 (1) , ม. 1630 วรรคสอง , ม. 1635 (1)
องค์คณะ: (สุภัทร์ สุทธิมนัส-ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี-วรงค์พร จิระภาค)
Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง
Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.
Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต