ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 101/1: การสืบพยานหลักฐานฉุกเฉินฝ่ายเดียว
ตัวบทกฎหมาย
ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินซึ่งจำเป็นต้องสืบพยานหลักฐานใดเป็นการเร่งด่วนและไม่สามารถแจ้งให้คู่ความฝ่ายอื่นทราบก่อนได้ เมื่อมีการยื่นคำขอตามมาตรา ๑๐๑ พร้อมกับคำฟ้องหรือคำให้การหรือภายหลังจากนั้น คู่ความฝ่ายที่ขอจะยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องรวมไปด้วย เพื่อให้ศาลมีคำสั่งโดยไม่ชักช้าก็ได้ และถ้าจำเป็นจะขอให้ศาลมีคำสั่งให้ยึดหรือให้ส่งต่อศาลซึ่งเอกสารหรือวัตถุที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานที่ขอสืบไว้ก่อนด้วยก็ได้
คำร้องตามวรรคหนึ่งต้องบรรยายถึงข้อเท็จจริงที่แสดงว่ามีเหตุฉุกเฉินซึ่งจำเป็นต้องสืบพยานหลักฐานใดโดยเร่งด่วนและไม่สามารถแจ้งให้คู่ความฝ่ายอื่นทราบก่อนได้ รวมทั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากการที่มิได้มีการสืบพยานหลักฐานดังกล่าว ส่วนในกรณีที่จะขอให้ศาลมีคำสั่งให้ยึดหรือให้ส่งต่อศาลซึ่งเอกสารหรือวัตถุที่จะใช้เป็นพยานหลักฐาน คำร้องนั้นต้องบรรยายถึงข้อเท็จจริงที่แสดงถึงความจำเป็นที่จะต้องยึดหรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุนั้นว่ามีอยู่อย่างไร ในการนี้ ห้ามมิให้ศาลอนุญาตตามคำร้องนั้น เว้นแต่จะเป็นที่พอใจของศาลจากการไต่สวนว่ามีเหตุฉุกเฉินและมีความจำเป็นตามคำร้องนั้นจริง แต่ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิคู่ความฝ่ายอื่นที่จะขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานดังกล่าวมาศาล เพื่อถามค้านและดำเนินการตามมาตรา ๑๑๗ ในภายหลัง หากไม่อาจดำเนินการดังกล่าวได้ ศาลต้องใช้ความระมัดระวังในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน
คำแปลภาษาอังกฤษ
ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินซึ่งจำเป็นต้องสืบพยานหลักฐานใดเป็นการเร่งด่วนและไม่สามารถแจ้งให้คู่ความฝ่ายอื่นทราบก่อนได้ เมื่อมีการยื่นคำขอตามมาตรา ๑๐๑ พร้อมกับคำฟ้องหรือคำให้การหรือภายหลังจากนั้น คู่ความฝ่ายที่ขอจะยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องรวมไปด้วย เพื่อให้ศาลมีคำสั่งโดยไม่ชักช้าก็ได้ และถ้าจำเป็นจะขอให้ศาลมีคำสั่งให้ยึดหรือให้ส่งต่อศาลซึ่งเอกสารหรือวัตถุที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานที่ขอสืบไว้ก่อนด้วยก็ได้
คำร้องตามวรรคหนึ่งต้องบรรยายถึงข้อเท็จจริงที่แสดงว่ามีเหตุฉุกเฉินซึ่งจำเป็นต้องสืบพยานหลักฐานใดโดยเร่งด่วนและไม่สามารถแจ้งให้คู่ความฝ่ายอื่นทราบก่อนได้ รวมทั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากการที่มิได้มีการสืบพยานหลักฐานดังกล่าว ส่วนในกรณีที่จะขอให้ศาลมีคำสั่งให้ยึดหรือให้ส่งต่อศาลซึ่งเอกสารหรือวัตถุที่จะใช้เป็นพยานหลักฐาน คำร้องนั้นต้องบรรยายถึงข้อเท็จจริงที่แสดงถึงความจำเป็นที่จะต้องยึดหรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุนั้นว่ามีอยู่อย่างไร ในการนี้ ห้ามมิให้ศาลอนุญาตตามคำร้องนั้น เว้นแต่จะเป็นที่พอใจของศาลจากการไต่สวนว่ามีเหตุฉุกเฉินและมีความจำเป็นตามคำร้องนั้นจริง แต่ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิคู่ความฝ่ายอื่นที่จะขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานดังกล่าวมาศาล เพื่อถามค้านและดำเนินการตามมาตรา ๑๑๗ ในภายหลัง หากไม่อาจดำเนินการดังกล่าวได้ ศาลต้องใช้ความระมัดระวังในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 101/1 เป็นกลไกฉุกเฉินแบบฝ่ายเดียวที่คู่กับมาตรา 101 ให้คู่ความที่ขอสืบพยานหลักฐานไว้ก่อนขอให้ศาลมีคำสั่งทันทีได้โดยไม่ต้องแจ้งอีกฝ่ายก่อน เมื่อมีเหตุฉุกเฉินที่จำเป็นต้องสืบพยานโดยเร่งด่วน และอาจรวมคำขอให้ยึดหรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานไปด้วย คำร้องต้องบรรยายข้อเท็จจริงที่เป็นรูปธรรมถึงเหตุฉุกเฉิน การที่แจ้งอีกฝ่ายไม่ได้ และความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ศาลจะอนุญาตได้ต่อเมื่อไต่สวนจนพอใจว่าเหตุฉุกเฉินและความจำเป็นมีอยู่จริง เพื่อคุ้มครองฝ่ายที่ไม่ได้มาศาล มาตรานี้สงวนสิทธิของอีกฝ่ายที่จะขอหมายเรียกพยานมาถามค้านตามมาตรา 117 ในภายหลัง และกำหนดให้ศาลชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานด้วยความระมัดระวังหากทำเช่นนั้นไม่ได้
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
นี่คือมาตรการเร่งด่วนสำหรับเหตุฉุกเฉินจริง เช่น พยานกำลังจะออกนอกประเทศ พยานหลักฐานกำลังจะถูกทำลาย หรือเอกสารกำลังจะสูญหาย เพราะดำเนินการฝ่ายเดียว คุณต้องโน้มน้าวศาลในคำร้องด้วยข้อเท็จจริงที่เจาะจง ไม่ใช่ข้อความลอย ๆ และพร้อมสำหรับการไต่สวน หากคุณเป็นฝ่ายที่ถูกดำเนินการ ควรรีบขอหมายเรียกพยานมาถามค้าน เพื่อไม่ให้พยานหลักฐานถูกชั่งน้ำหนักโดยไม่มีการโต้แย้ง ดูภาพรวมของกระบวนการได้ที่ การขึ้นศาลในประเทศไทย
คำถามที่พบบ่อย
จะสืบพยานเร่งด่วนโดยไม่แจ้งอีกฝ่ายได้เมื่อใด
มาตรา 101/1 ให้ศาลมีคำสั่งฝ่ายเดียวได้เมื่อมีเหตุฉุกเฉินจริงที่จำเป็นต้องสืบพยานเร่งด่วนและไม่อาจแจ้งอีกฝ่ายก่อนได้ แต่ต้องผ่านการไต่สวนจนศาลพอใจก่อน
ศาลยึดเอกสารตามมาตรา 101/1 ได้หรือไม่
ได้ พร้อมกับคำขอเร่งด่วน ศาลอาจสั่งให้ยึดหรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานต่อศาลได้ หากคำร้องแสดงความจำเป็น
อีกฝ่ายเสียโอกาสโต้แย้งพยานหลักฐานหรือไม่
ไม่ มาตรา 101/1 สงวนสิทธิของอีกฝ่ายที่จะขอหมายเรียกพยานมาถามค้านตามมาตรา 117 ในภายหลัง และหากทำเช่นนั้นไม่ได้ ศาลต้องชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานด้วยความระมัดระวัง
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 101/1 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 101/1. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-101-1/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 101/1 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-101-1/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-101-1/"><p>ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินซึ่งจำเป็นต้องสืบพยานหลักฐานใดเป็นการเร่งด่วนและไม่สามารถแจ้งให้คู่ความฝ่ายอื่นทราบก่อนได้ เมื่อมีการยื่นคำขอตามมาตรา ๑๐๑ พร้อมกับคำฟ้องหรือคำให้การหรือภายหลังจากนั้น คู่ความฝ่ายที่ขอจะยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องรวมไปด้วย เพื่อให้ศาลมีคำสั่งโดยไม่ชักช้าก็ได้ และถ้าจำเป็นจะขอให้ศาลมีคำสั่งให้ยึดหรือให้ส่งต่อศาลซึ่งเอกสารหรือวัตถุที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานที่ขอสืบไว้ก่อนด้วยก็ได้ คำร้องตามวรรคหนึ่งต้องบรรยายถึงข้อเท็จจริงที่แสดงว่ามีเหตุฉุกเฉินซึ่งจำเป็นต้องสืบพยานหลักฐานใดโดยเร่งด่วนและไม่สามารถแจ้งให้คู่ความฝ่ายอื่นทราบก่อนได้ รวมทั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากการที่มิได้มีการสืบพยานหลักฐานดังกล่าว ส่วนในกรณีที่จะขอให้ศาลมีคำสั่งให้ยึดหรือให้ส่งต่อศาลซึ่งเอกสารหรือวัตถุที่จะใช้เป็นพยานหลักฐาน คำร้องนั้นต้องบรรยายถึงข้อเท็จจริงที่แสดงถึงความจำเป็นที่จะต้องยึดหรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุนั้นว่ามีอยู่อย่างไร ในการนี้ ห้ามมิให้ศาลอนุญาตตามคำร้องนั้น เว้นแต่จะเป็นที่พอใจของศาลจากการไต่สวนว่ามีเหตุฉุกเฉินและมีความจำเป็นตามคำร้องนั้นจริง แต่ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิคู่ความฝ่ายอื่นที่จะขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานดังกล่าวมาศาล เพื่อถามค้านและดำเนินการตามมาตรา ๑๑๗ ในภายหลัง หากไม่อาจดำเนินการดังกล่าวได้ ศาลต้องใช้ความระมัดระวังในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 101/1 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-101-1/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา