มาตรา 101/2 — หลักประกันในการยึดพยานหลักฐาน
คนบทกฎหมาย
ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอให้ยึดหรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุที่จะใช้เป็นพยานหลักฐาน ศาลอาจกำหนดเงื่อนไขอย่างใดตามที่เห็นสมควร และจะสั่งด้วยว่าให้ผู้ขอนำเงินหรือหาประกันตามจำนวนที่เห็นสมควรมาวางศาลเพื่อการชำระค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่บุคคลใด เนื่องจากศาลได้มีคำสั่งโดยมีความเห็นหลงไปว่ามีเหตุจำเป็นโดยความผิดหรือเลินเล่อของผู้ขอก็ได้
ให้นำความในมาตรา ๒๖๑ มาตรา ๒๖๒ มาตรา ๒๖๓ มาตรา ๒๖๗ มาตรา ๒๖๘ และมาตรา ๒๖๙ มาใช้บังคับแก่กรณีตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม และในกรณีที่ทรัพย์ซึ่งศาลสั่งยึดนั้นเป็นของบุคคลที่สาม ให้บุคคลที่สามมีสิทธิเสมือนเป็นจำเลยในคดี และเมื่อหมดความจำเป็นที่จะใช้เอกสารหรือวัตถุนั้นเป็นพยานหลักฐานต่อไปแล้ว เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อผู้มีสิทธิจะได้รับคืนร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคืนเอกสารหรือวัตถุนั้นแก่ผู้ขอ
คำแปลภาษาไทย
Where the court issues an order granting an application to seize or to deliver a document or object to be used as evidence, the court may impose any condition it thinks fit, and it may also order the applicant to deposit with the court money or security in an amount it thinks fit, for payment of compensation for any damage that may be caused to any person because the court, through the fault or negligence of the applicant, issued the order under the mistaken belief that a necessity existed.
The provisions of Section 261, Section 262, Section 263, Section 267, Section 268 and Section 269 shall apply mutatis mutandis to the case under paragraph one. Where the property that the court orders to be seized belongs to a third person, that third person shall have the same rights as a defendant in the case. When it is no longer necessary to use the document or object as evidence, the court, when it thinks fit or when the person entitled to its return so requests, shall order that document or object to be returned to the applicant.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 101/2 กำหนดหลักประกันที่มาพร้อมกับคำสั่งยึดหรือให้ส่งตามมาตรา 101/1 ศาลอาจกำหนดเงื่อนไขและสั่งให้ผู้ขอวางเงินหรือหาประกันเพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทน หากปรากฏว่าคำสั่งนั้นตั้งอยู่บนความเห็นที่หลงผิดว่ามีความจำเป็นอันเกิดจากความผิดหรือความประมาทของผู้ขอ โดยการนำมาตรา 261 ถึงมาตรา 269 อันเป็นบทวิธีการชั่วคราวมาใช้บังคับโดยอนุโลม จึงนำกลไกเรื่องหลักประกัน การคัดค้าน และการเพิกถอนที่ใช้กับคำสั่งห้ามชั่วคราวและการยึดมาปรับใช้ บุคคลภายนอกที่ถูกยึดทรัพย์มีสิทธิเสมือนจำเลยเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของตน และต้องคืนสิ่งที่ยึดแก่ผู้ขอเมื่อหมดความจำเป็นในการใช้เป็นพยานหลักฐาน
ความสำคัญต่อ
หากคุณขอให้ยึดพยานหลักฐาน ควรเตรียมเรื่องหลักประกันไว้ ศาลอาจสั่งให้วางเงินหรือหาประกัน และคุณอาจถูกเรียกค่าสินไหมทดแทนหากคำสั่งได้มาโดยความผิดของคุณ หากทรัพย์ของคุณหรือของลูกความถูกยึดเป็นพยานหลักฐานของผู้อื่น พึงจำไว้ว่าคุณใช้สิทธิเสมือนจำเลยในการคัดค้านและขอคืนได้เมื่อหมดความจำเป็น การใช้กลไกหลักประกันและการคัดค้านให้ถูกต้องมักขึ้นอยู่กับบทวิธีการชั่วคราวมาตรา 261 ถึง 269 จึงควรปรึกษาก่อนดำเนินการ
เลย
ต้องวางหลักประกันเพื่อยึดพยานหลักฐานหรือไม่
อาจต้องวาง ตามมาตรา 101/2 ศาลสั่งให้ผู้ขอวางเงินหรือหาประกันเพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ หากคำสั่งยึดได้มาโดยความผิดของผู้ขอ
ถ้าทรัพย์ของฉันถูกยึดเป็นพยานหลักฐานของผู้อื่นจะทำอย่างไร
บุคคลภายนอกที่ถูกยึดทรัพย์มีสิทธิเสมือนจำเลยในคดี จึงคัดค้านและขอคืนทรัพย์ได้เมื่อหมดความจำเป็นในการใช้เป็นพยานหลักฐาน
จะได้คืนสิ่งที่ถูกยึดเมื่อใด
ศาลสั่งคืนเอกสารหรือวัตถุแก่ผู้ขอเมื่อหมดความจำเป็นในการใช้เป็นพยานหลักฐาน ไม่ว่าเมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อผู้มีสิทธิได้รับคืนร้องขอ